Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

96


แนวโน้มสินทรัพย์ต่างประเทศ

ประเด็นสำคัญจากรายงาน Cross Asset เดือนกุมภาพันธ์ | Part 1


Global Strategist’s View


2026 ตลาดขับเคลื่อนด้วยกำไรจริง ไม่ใช่แค่ ความคาดหวัง


ปี 2026 เป็นช่วงที่พฤติกรรมตลาดจะเริ่มเปลี่ยนจากที่เคยขับเคลื่อนด้วยเรื่องเล่าและความคาดหวัง มาสู่ตลาดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของกำไรและความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างยั่งยืนมากขึ้น หากย้อนมองปีที่ผ่านมา นักลงทุนยังยอมจ่ายเพื่อ narrative ใหม่ ๆ แม้หลายธีมยังไม่สะท้อนผ่านงบการเงินจริง แต่เมื่อเข้าสู่ปีนี้ ตลาดเริ่มตั้งคำถามชัดเจนว่า การเติบโตที่ถูกคาดหวังสามารถแปลงเป็นกำไรจริงได้หรือไม่ ซึ่งจะทำให้โครงสร้างผลตอบแทนในการเลือกกลุ่มลงทุนในปีนี้แตกต่างจากปีก่อน

ภายใต้ภาพดังกล่าว หุ้นที่ได้เปรียบคือบริษัทที่มีการเติบโตเชิงโครงสร้างและมีโมเดลธุรกิจชัดเจน โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้จริง

สำหรับจีน การฟื้นตัวยังคงเป็นแบบ Selective Recovery ไม่ได้กระจายทั้งตลาด โดยกลุ่ม Hang Seng Tech จะโดดเด่น เนื่องจากกำไรที่เร่งตัวขึ้นในปี 2026 ขณะที่ valuation ยังไม่สะท้อนศักยภาพดังกล่าวเต็มที่ ความน่าสนใจของเทคโนโลยีจีนรอบนี้จึงมาจากกำไรที่ฟื้นตามอุปสงค์ดิจิทัล มากกว่าความหวังด้านนโยบาย (Policy Re-rating) เหมือนปีก่อน


ฝั่งสหรัฐฯ กลุ่มเทคโนโลยีในห่วงโซ่ AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก การลงทุนด้าน AI ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตและการบริหารต้นทุนขององค์กร ไม่ใช่เพียงแนวคิด ขณะที่ความกังวลเรื่องฟองสบู่ หากพิจารณาผ่านกรอบโครงสร้างธุรกิจและกระแสเงินสด จะเห็นว่าภาพปัจจุบันแตกต่างจากยุค Dot-com อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านสัดส่วนของเทคโนโลยีในตลาด ความสามารถในการสร้าง recurring revenue และระดับ valuation เมื่อวัดด้วย EV to CFO ที่ยังอยู่ในกรอบสมเหตุสมผล
สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้ปี 2026 จะมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น แต่ลักษณะยังเป็นการฟื้นแบบ mean reversion มากกว่าการเติบโตเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของภาคการผลิตโลกและวัฏจักร restocking ทำหน้าที่เป็น downside protection ให้ตลาดไทย ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง และเปิดโอกาสให้ผลตอบแทนกลับมาเป็นบวกหลังติดลบต่อเนื่องกันสามปี

ในเชิงกลยุทธ์ BLS Wealth ให้น้ำหนักกับตลาดที่มี EPS growth ชัดเจน โดยมอง Nasdaq 100 และ Hang Seng Tech เป็นแกนหลักของพอร์ต ขณะที่ตลาดไทยเหมาะสำหรับการลงทุนเป็นรอบมากกว่าการถือยาว

ด้าน market timing แม้ครึ่งปีแรกอาจเผชิญความผันผวนและแรงขายทำกำไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงหลังฤดูประกาศงบ ไตรมาส 4/2025 แต่มองเป็นโอกาสสะสม ก่อนที่การฟื้นตัวของราคาหุ้นจะชัดเจนขึ้นในครึ่งปีหลัง โดย BLS Wealth คาดการณ์ว่า performance gap ระหว่างหุ้นกลุ่ม Tech และ Non-tech มีแนวโน้มแคบลงจากการฟื้นตัวของภาคการผลิตโลกในปีนี้


สรุปภาพตลาดวานนี้
DELTA ไม่ได้มาคนเดียว ทำให้ SET บวกแรงแซงทุกโค้ง จะสังเกตุว่า แม้หัก DELTA ที่บวกแรงนำตลาดออก SET-DELTA ยังบวกกว่า 10 จุด โดยชัดเจนว่าหุ้น Value play อย่างธนาคาร พลังงาน บวกเด่นนำตลาดขึ้นมา ผสมโรงกับ Momentum ตลาดที่ดีช่วงดันคอมเมิร์ช การเงิน อสังหาฯ ขึ้นมาด้วย


แนวโน้มตลาดวันนี้
พักเพื่อไปต่อ ย่อเพื่อสะสมพลัง


เมื่อวาน SET Index แรงกว่าที่คาด โดยแรงซื้อต่างชาติสุทธิเข้ามา 4.5 พันล้านบาท (YTD +7.3 พันล้านบาท) และนับเฉพาะ NVDR ที่ Net-Buy อยู่ที่ 5.7 พันล้านบาท (สูงสุดในรอบ 7 เดือน) หนุนดัชนีทดสอบแนวต้านรอบสัปดาห์ที่เคยให้ไว้ 1330 ด้วย Momentum แบบนี้ คาดว่ามีโอกาสทะลุกรอบขึ้นไปได้ (ถัดไป 1350) อย่างไรก็ดี วันนี้อาจจะเห็นการขายทำกำไรจากที่ขึ้นมาแรงบ้าง แนวรับใหม่จะอยู่บริเวณ 1320 ต้องไม่หลุดไปลึก เพื่อรักษาฟอร์มการเล่นในรอบนี้


การเล่นหุ้นในรอบนี้ เป็นไปตามมุมมองที่เราได้เปิดไปกลยุทธ์แบบ Barbell Strategy คือการถ่วงน้ำหนักพอร์ตด้วยหุ้น Growth (หากมองเป็นตลาด เช่น ไต้หวัน-เกาหลีใต้ หากมองเป็นหุ้น เช่น DELTA) กับหุ้น Value play-Dividend play (มองเป็นตลาด เช่น ไทย, มองเป็นหุ้น เช่น พลังงาน, ธนาคาร) ซึ่งในกลยุทธ์นี้ เราเลือกสะสมหุ้นกลุ่ม Value play เฉพาะกลุ่มพลังงาน (ไม่ไล่ธนาคาร) อย่าง PTTEP PTT เพราะมองประกอบกับเม็ดเงินที่ไหลเข้าต่อเนื่อง และเห็นการ Net-buy ในหุ้นกลุ่มนี้เรื่อยๆ (แม้วันที่ต่างชาติในภาพรวมขายสุทธิ) โดยแนะให้ถือต่อ หรือ รอซื้อเพิ่มเมื่อย่อเช่นเดิม

ส่วนปัจจัยติดตามในต่างประเทศ 1) สถานการณ์การเตรียมสู้รบระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่าน แม้อยู่ในช่วงการปิดล้อม และเป็นสงครามจิตวิทยา แต่หากเปิดฉากอาจจะบานปลายสู่ระดับภูมิภาค และ 2) ประเด็นการประชุมเฟด (รู้ผล 29 ม.ค.) ตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักกับอัตราดอกเบี้ย แต่เล็งไปที่แนวทางนโยบาย ว่าจะเป็นลักษณะผ่อนคลายอยู่หรือไม่อย่างไร,
สำหรับในประเทศ นอกจากแนะตามการหาเสียงโค้งสุดท้าย ตัวเลข Leading indicator สำคัญๆ ที่รายงานออกมาในช่วงนี้ ยังมีโอกาสจุดประกายการกลับมาเล่นหุ้นบางกลุ่ม อย่างวานนี้ รายงานตัวเลขนักท่องเที่ยวสัปดาห์ล่าสุด แม้ภาพรวมทรงตัว WoW แต่ดูใส้ในจีนเพิ่มขึ้น +14% WoW ถือเป็นการเพิ่มแบบมีนัยฯ สัปดาห์ที่ 2 ต่อกัน เพิ่มความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน และการย้ายแหล่งเที่ยวจากญี่ปุ่นของคนจีน ที่มีโอกาสเห็นกลับมาไทยมากขึ้น โดยดูประกอบกับยอดจองที่นั่งของสายการบินจีนมาไทยเติบโต 7-10% แล้ว โดยรวมบวกกับกลุ่มท่องเที่ยว ได้แก่ CENTEL ERW AWC AOT AAV SPA เป็นต้น


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ “รอ” สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง ไม่ไล่ราคา เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง, หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค
SET Index พักชะลอความร้อนแรงสั้นๆ แต่ล่าสุดทะลุ high ในรอบ 2 เดือน...สำเร็จ! โมโมนตัม MACD ตัดผ่านเส้น 0 สวยงาม หนุนภาวะกระทิง “Bullish signal” นอกจากนี้ดัชนีผ่านเส้น EMA 25&200 วัน บ่งชี้จุดกลับตัวในช่วงแรกและปรับขึ้นต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จับตาโครงสร้างระยะยาว “Impulse wave 5” คลื่นขาขึ้นมีโอกาสลุ้นได้ถึงโซนต้านที่ 1,350 และ 1,380 จุดตามลำดับ ปัจจัยหนุนจาก Fund flow + volume ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ!
Note: เงื่อนไขปิดความเสี่ยง ใช้จุดรับที่ 1,310 จุด…ย่อได้แต่ห้ามหลุดเป็นอันขาด!
ไฮไลท์หุ้น: เมื่อค่า Correlation มันเริ่มเพี้ยน ถึงเวลา Pair Trade เริ่มทำงาน!/หุ้นโรงแรม ท่องเที่ยว กลับมาผงาดอีกครั้ง!/ GULF รอบนี้...ไม่ได้มาเล่นๆ/ เติมน้ำมันได้แค่ "ระยะทาง" แต่เติม PTT เข้าพอร์ตได้ "ระยะยาว"/ COM7 ไม่ต้องรอคิวจองมือถือ... มาจองคิวรับกำไรที่หน้าพอร์ตดีกว่า/ "รวมดาวนวัตกรรมเปลี่ยนโลกไว้ใน DR01”




What to watch
นักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยฟื้นต่อเนื่อง 14% WoW ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้คาด แนวโน้ม Seat Capacity สายการบินจีนมาไทยเพิ่ม 7-10% หนุนการกลับมาเที่ยวไทยช่วงตรุษจีน-ก.พ. เป็นต้นไป
ประเด็นมหภาค ติดตามการประชุมเฟด 29 ม.ค. ตลาดคาดคงดอกเบี้ย
สถานการณ์การเตรียมสู้รบระหว่างสหรัฐฯ - อิหร่าน แม้อยู่ในช่วงการปิดล้อม และเป็นสงครามจิตวิทยา แต่หากเปิดฉากอาจจะบานปลายสู่ระดับภูมิภาค
ติดตามสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ ในอินเดีย (ไทยยังเฝ้าระวัง)
การหาเสียงในโค้งสุดท้าย นโยบายเซอร์ไพร์ส-กระแสการเลือกตั้ง
MSCI Reviews รอบเดือน ก.พ.69 ยังไม่ได้กำหนดวันประกาศผล (ปีที่แล้วอยู่ในช่วง 11 ก.พ.) ขณะที่มีกระแสข่าวในตลาดเรื่อง การเปลี่ยนเกณฑ์ Free float สำหรับคำนวณน้ำหนักดัชนี อาจมีผลให้ ตลาดหุ้นที่มี บจ. Free Float น้อยกว่า 15% (ตลาดหุ้นที่มี หุ้นจำนวนมากที่ Free float น้อย) ถูกลดน้ำหนัก (กลายเป็นแระแสบวกต่อตลาดหุ้น EM ในเอเชีย เช่น ไทย ฯลฯ อาจได้อานิสงส์น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แทน)


หุ้นแนะนำวันนี้
CENTEL ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนสัปดาห์ที่แล้ว +14% WoW (ต่อเนื่องจาก +8% WoW สัปดาห์ก่อนหน้า) กอรปกับแนวโน้ม Seat Capacity สายการบินจีนมาไทยเพิ่ม 7-10% คาดหวังกับการฟื้นช่วงตรุษจีน และการย้ายที่เที่ยวจากญี่ปุ่นมาไทยได้ในเดือน ก.พ. นี้
แนวรับ 33/34 ต้าน 38 Stop loss 32

 

 

 

 

รายงานพื้นฐานวันนี้

DELTA
เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)
Mid-cycle muscle
ราคาหุ้นเพิ่งปรับฐานลงมาแตะระดับ 160 บาทที่เราประเมิน ก่อนฟื้นตัวขึ้นมากลับสู่เส้นทางเดิมที่เราคาดจะเล่นดีช่วง ปลาย ม.ค.-ต้น ก.พ. แต่เรายังไม่คาดหวังการรีบาวด์แบบ V-shape ในระยะสั้น โดยที่ราคาปัจจุบัน เราแนะนำกลยุทธ์ “รอจังหวะย่อตัว” มากกว่าการไล่ราคา ทั้งนี้ นักลงทุนควรระมัดระวังแรงกดดันแบบ sell-on-fact หลังการประกาศผลประกอบการ 4Q25 ขณะที่อัพไซด์ที่ชัดเจนมากขึ้นคาดว่าจะเริ่มหลังงบ 1Q26 เมื่อภาพการ execution มีความแน่นอนสูงขึ้น

ปี 2026 เป็นปีของการนำ AI ไปใช้งานในระดับ scale อย่างจริงจัง แม้ตลาดจะพูดถึง liquid cooling แต่ในเชิงเทคนิคยังมีความซับซ้อนสูง และต้องผ่านกระบวนการ audit เราประเมินว่ารายได้จากส่วนนี้ในปี 2026 ยังอยู่ในระดับจำกัด คิดเป็นเพียง low single-digit ของรายได้รวม

แรงขับเคลื่อนหลักในระยะใกล้ยังคงอยู่ที่ AI Power Systems ซึ่งเป็นจุดแข็งของ DELTA ด้วยลักษณะของ AI data center ที่ต้องใช้เวลาการออกแบบยาว ทำให้ต้นทุนการเปลี่ยนผู้ให้บริการสูง ส่งผลให้ DELTA ทำหน้าที่เป็น “cycle extender” มากกว่าหุ้นที่พึ่งพาปริมาณยอดขายเพียงอย่างเดียว ภาพ ระยะสั้น

เราคาดว่ายอดขาย 4Q25 จะอยู่ที่ราว US$2 พันล้าน เพิ่มขึ้นถึง 69% YoY จาก backlog ที่อยู่ในระดับสูงและคำสั่งซื้อเร่งด่วนด้าน AI กำไรหลักคาดที่ประมาณ 7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 180% YoY แม้จะลดลงเล็กน้อยราว 5% QoQ

Fundamental view: หลังเด้งมาชนราคาเป้าหมายในเชิงพื้นฐานที่ 198 บาท แล้ว ยังไม่แนะนำไล่ราคา จังหวะการลงทุนรอบใหม่หลังแตะราคาเป้าหมาย รอย่อก่อนตามที่แนะนำข้างต้น

 


Industrial Estate Sector
การเร่งซื้อที่ดินของ Data center ผ่านจุดพีคแล้ว เตรียมเข้าสู่ปกติ

แม้คำขอส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในปี 2025 จะพุ่งแรง (+67% YoY) โดยมี Digital และ Data center เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แต่เรามองว่าความต้องการซื้อที่ดินของกลุ่ม Data center ได้เร่งตัวไปมากแล้วในปีที่ผ่านมา ทำให้แรงหนุนด้าน presales จะเริ่มชะลอลงในปี 2026 จากข้อจำกัดด้านสาธารณูปโภค โดยเฉพาะกำลังไฟฟ้าในพื้นที่ EEC ซึ่ง capacity ของ กฟภ. ถูกจองไปล่วงหน้าเกือบเต็มในช่วง 3 ปีข้างหน้า การเปิดรับโครงการขนาดใหญ่เพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการลงทุนขยายระบบส่งไฟของ กฟผ. และ กฟภ. ซึ่งต้องใช้เวลา

เราคาดว่า presales ที่ดิน 4Q25 จะลดลง YoY (แม้จะฟื้น QoQ ตามฤดูกาล) จากดีมานด์ Data center ที่ชะลอ ขณะที่บางดีลที่เลื่อนจากปลายปีอาจมาเซ็นใน 1Q26 ทำให้ไตรมาสแรกมีภาพ YoY/QoQ ดีขึ้นชั่วคราว อย่างไรก็ดี สำหรับทั้งปี 2026 เราประเมินว่า presales จะทรงตัว YoY เนื่องจากดีลขนาดใหญ่ที่เลื่อนมาจะถูกหักล้างด้วยดีมานด์ใหม่ที่ชะลอลง

ด้านผลประกอบการ เราคาดว่าการโอนที่ดินที่เบาลงจะกดดันกำไรช่วง 4Q25–1Q26 โดย AMATA คาดกำไรหลัก 4Q25 ที่ 705 ล้านบาท (-35% YoY, -39% QoQ) และ 1Q26 ที่ 690 ล้านบาท (-17% YoY, -2% QoQ) จากการโอนที่ดินที่ยังบาง ขณะที่ WHA คาดกำไรหลัก 4Q25 ที่ 1,190 ล้านบาท (-2% YoY แต่ +86% QoQ จากฐานต่ำ) และ 1Q26 ที่ 1,078 ล้านบาท (-48% YoY, -9% QoQ) จากการไม่มีรายการขายสินทรัพย์เข้า REIT และการโอนที่ดินลดลง
Fundamental view: ภาพรวมกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมกำลังก้าวผ่านช่วง peak ของดีมานด์ Data center ความเสี่ยงระยะสั้นอยู่ที่กำไร 4Q25–1Q26 จากการโอนที่ดินที่ชะลอ อย่างไรก็ดี ภาพระยะกลางยังพอประคองได้จากฐานลูกค้าอุตสาหกรรมเดิม (electronics, auto, food) และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใน EEC
เรามองว่าหุ้นในกลุ่มจะเข้าสู่ช่วง พักฐานมากกว่าการปรับลงเชิงโครงสร้าง โดย upside รอบใหม่จะขึ้นกับรอบการลงทุน Data center เฟสถัดไปและความชัดเจนด้าน supply ไฟฟ้าในอนาคต


รายงานผลประกอบการวันนี้

SCGP
เอสซีจี แพคเกจจิ้ง
(0) SCGP รายการกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1,207 ล้านบาท พลิกกลับ YoY และเพิ่มขึ้น 27% QoQ และรายงานกำไรหลักที่ 863 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 169% YoY แต่ลดลง 15% QoQ ผลประกอบการเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด SCGP ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับ 2H25 ที่ 0.35 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลขั้นต้นที่ 1.7% (จะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 31 มี.ค. และจะจ่ายเงินปันผลวันที่ 21 เม.ย.) เราคาดว่ากำไรหลัก 1Q26 ของ SCGP จะเพิ่มขึ้น QoQ (ทรงตัว YoY) คงคำแนะนำ ซื้อ (ราคาเป้าหมาย 21 บาท)

 

สรุปประเด็นจาก Quick take

BGRIM
บี.กริม เพาเวอร์
เซ็น PPA กับ Data Center ขนาด 100MW
BGRIM เซ็นสัญญา PPA ขนาด 100MW กับ NTT Global Data Centers สำหรับโครงการ Data Center ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี
View from fundamental: เบื้องต้นเราคาดว่าสัญญา PPA ดังกล่าวจะช่วยเพิ่ม upside ต่อประมาณการกำไรระยะยาวของเราราว 4-6% และหนุนราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นประมาณ 1 บาทต่อหุ้น

HMPRO
โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์
ประกาศซื้อหุ้นคืนรอบสอง
HMPRO ประกาศซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 394.5 ล้านหุ้น คิดเป็น 3% ของหุ้นทั้งหมด ด้วยวงเงินรวม 2,959 ล้านบาท หรือคิดเป็นราคาเฉลี่ยตามกรอบประมาณ 7.5 บาทต่อหุ้น และมีระยะเวลาดำเนินการระหว่าง 1 มี.ค. – 31 ส.ค.
View from fundamental: เรามองว่าการ Buyback นี้เป็น Valuation Floor และสอดคล้องกับวินัยด้าน capital allocation ของ HMPRO และตอกย้ำภาพหุ้น defensive ที่เน้นความแข็งแกร่งของ งบดุล มากกว่าการใช้มาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้น sentiment ระยะสั้นของตลาดแม้เชิงตัวเลข “กรอบ” จะดูเล็กเทียบเท่ารอบแรก คงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 7.50 บาท เท่ากับราคาซื้อหุ้นคืนรอบนี้

 

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

หุ้นอินโด ดิ่ง7.34% By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นเช้าวันนี้ ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ปรับตัวลง 7.34% หลังจาก MSCI Inc. MSCI Inc. ....

ตามน้ำ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ชั่วโมงนี้ เล่นหุ้น ก็ต้องตามน้ำ มิควร ฝืนกระแส โฟกัสหุ้นใหญ่ พิมพ์นิยม แบงก์ ไอซีที ชิ้นส่วนฯ พลังงาน.....

มัลติมีเดีย

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้