Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ส่องฝุ่นปักกิ่ง: 10 ปี การแก้ปัญหา PM2.5 จนมีมลพิษหนักเหลือเพียง 2 วันต่อปี

90


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 27 มกราคม 2569)------จีนเคยเติบโตทางเศรษฐกิจโดยแลกกับมลพิษจากอุตสาหกรรมหนัก ถ่านหิน และการขยายเมืองอย่างรวดเร็ว จนเกิดวิกฤตหมอกควันรุนแรง และสร้างแรงกดดันจากสังคมและนานาชาติ ตั้งแต่ปี 2013 จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้รัฐบาลจีน ยกระดับปัญหา PM2.5 เป็นวาระแห่งชาติ


• ก่อนดำเนินมาตรการ ปักกิ่งมีค่า PM2.5 เฉลี่ยสูงถึง 89.5 µg/m³ และมีอากาศดีเพียง 13 วันต่อปี แต่หลังใช้มาตรการเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ทั้งการเลิกใช้ถ่านหิน ควบคุมอุตสาหกรรม ยานยนต์ และการบังคับใช้กฎหมายข้ามภูมิภาค ค่า PM2.5 ลดลงกว่า 60% และเหลือวันอากาศไม่ดีเพียง 2 วันต่อปี


• บทเรียนจากจีนสะท้อนการแก้ปัญหา PM2.5 ต้องเปลี่ยนจากมาตรการเฉพาะหน้าไปสู่การจัดการเชิงโครงสร้างที่มุ่งลดจากแหล่งกำเนิดจริง โดยไทยแม้มีข้อมูล เทคโนโลยี และตัวอย่างจากต่างประเทศพร้อมแล้ว แต่ยังขาดการบังคับใช้ทางกฎหมายและความชัดเจนเชิงนโยบาย จำเป็นต้องยกระดับสู่กฎหมายอากาศสะอาดและการควบคุมแหล่งกำเนิดหลักอย่างจริงจัง

เศรษฐกิจจีนเคยโตแบบมลพิษแลก GDP


จีนเป็นประเทศที่เติบโตจากอุตสาหกรรมหนัก เช่น เหล็ก ซีเมนต์ โดยมีการใช้ถ่านหินเป็นพลังงานหลัก ประกอบกับการขยายเมือง และปริมาณการใช้รถยนต์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้จีนมีปัญหาหมอกควัน (smog)


จุดเปลี่ยนสำคัญของจีนคือ สถานทูตสหรัฐฯ ในปักกิ่ง เริ่มมีการรายงานตัวเลขมลพิษจากเดิมที่ใช้การวัด PM10 เป็นหลัก เปลี่ยนมาเป็น PM2.5 ประกอบกับการจัดโอลิมปิกปักกิ่งในปี 2008 และปัญหา Airpocalypse ในปี 2013 ที่ค่า PM2.5 สูงมาก จนสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลจีน และเป็นตัวเร่งให้จีนเริ่มกำหนดมาตรการ

ก่อนจีนดำเนินมาตรการ ปักกิ่งมีอากาศดีเพียง 13 วันต่อปี


ปักกิ่งมีระดับ PM2.5 เฉลี่ยสูงถึง 89.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m³) ในปี 2013 ซึ่งเป็นระดับที่ WHO ระบุว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง (WHO แนะนำคุณภาพอากาศควร < 10 µg/m³)


นอกจากนี้ ปักกิ่งมีวันที่คุณภาพอากาศดี เพียง 13 วัน และมีหลายวันที่มีมลพิษหนักจนเกิดหมอกควันหนา (smog) ที่ส่งผลต่อการเดินทาง การทำงาน และสุขภาพของผู้อยู่อาศัยเป็นวงกว้าง

มาตรการควบคุมที่จีนนำมาใช้
ตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ปักกิ่งได้ดำเนินแผนปฏิบัติการความร่วมมือเพื่อลดมลพิษทางอากาศหลายด้าน ได้แก่
มาตรการ กลุ่มเป้าหมาย
ยุติการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินสำหรับระบบทำความร้อนทั้งภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรม และเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด ภาคพลังงาน, อุตสาหกรรม,ครัวเรือน
ปิดโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยมลพิษสูงและย้ายบางโรงงานออกนอกเขตเมือง อุตสาหกรรม
ขยายมาตรฐานการปล่อยมลพิษของยานยนต์และรณรงค์ใช้ ยานยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) ขนส่ง, ยานยนต์
ควบคุมฝุ่นละอองจากการก่อสร้างและถนนโดยใช้มาตรการ
ลดฝุ่น ก่อสร้าง
บังคับใช้มาตรฐานทางกฎหมายที่เข้มงวดและร่วมมือระหว่างปักกิ่ง–เทียนจิน–เหอเป่ย เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในภูมิภาคใกล้เคียง การร่วมมือระหว่างมณฑล
ผลลัพธ์หลังดำเนินมาตรการ
ค่า PM2.5 เฉลี่ยของปักกิ่งลดลงกว่า 60% ในช่วง 10 ปีของการดำเนินมาตรการ เมื่อเทียบกับปี 2013 โดยในปัจจุบันคุณภาพอากาศของปักกิ่งโดยเฉลี่ยอยู่ในมาตรฐานอากาศระดับ Grade II ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ดีขึ้น และเข้มงวดกว่าในอดีต

รูปที่ 1: ระดับ PM2.5 เฉลี่ยรายปีของปักกิ่งในช่วงระหว่างการดำเนินมาตรการ


ตั้งแต่ปี 2021 ปักกิ่งเริ่มมีคุณภาพอากาศที่ผ่านเกณฑ์ใหม่ของจีน และล่าสุดในปี 2025 ปักกิ่งมีวันอากาศดีเพิ่มเป็น 311 วัน/ปี โดยมีวันที่มีมลพิษหนักเหลือเพียง 2 วัน สะท้อนปัญหามลพิษที่เลือนหายไปอย่างมีนัยสำคัญ


รูปที่ 2: การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในปักกิ่งในช่วงก่อนดำเนินมาตรการ และหลังดำเนินมาตรการ

ไทยต้องยกระดับจากแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สู่การจัดการเชิงโครงสร้าง
ไทยมีความพร้อมด้านการจัดการปัญหา PM2.5 หลายด้าน แต่ยังขาดการบังคับใช้ เช่น ข้อมูล PM2.5, เทคโนโลยีดาวเทียม , แรงกดดันจากสังคม รวมถึงมีตัวอย่างการดำเนินจากต่างประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ แต่ก็ไม่พร้อมและไม่เริ่มดำเนินการ เนื่องจากอาจได้รับแรงต้านจากฐานเสียงทางการเมือง ลังเลที่จะเลือกข้างสุขภาพประชาชนอย่างชัดเจน

รูปที่ 3: แนวทางการแก้ปัญหา PM2.5 จากแหล่งกำเนิดหลัก

ดังนั้น การดำเนินการของไทยควรต้องลด PM2.5 จากแหล่งกำเนิด ไม่ใช่หยุดเป็นช่วงๆ ไม่พึ่งพามาตรการ Work From Home, ฉีดน้ำ, ห้ามเผาชั่วคราว โดยเปลี่ยนจากขอความร่วมมือ เป็นบังคับใช้ เน้น 3 แหล่งหลัก ได้แก่ การเผาป่าไม้และเศษวัสดุภาคเกษตร, ยานยนต์, อุตสาหกรรมและก่อสร้าง ให้เกิดเป็นการบังคับใช้ทางกฎหมาย เช่น พรบ. อากาศสะอาด (Clean Air Act) กฎหมายปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ (PRTR) เป็นต้น

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

GUNKUL ONE BLOOD Beyond Energy, Beyond Life จากพลังงาน…สู่พลังชีวิต

GUNKUL ONE BLOOD Beyond Energy, Beyond Life จากพลังงาน…สู่พลังชีวิต

กลับลำ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ บน ต่างชาติ ลุยซื้อตลาดพันธบัตรเช้าวันนี้ และหวังว่า ต่างชาติจะกลับลำมา ซื้อหุ้นไทยอีกครั้ง..

มัลติมีเดีย

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้