Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.พาย : Pi Daily

94

Pi Daily หลังจากขู่ Canada ไปแล้วพบว่าเช้านี้ทรัมป์พุ่งเป้าไปที่เกาหลีโดยจะปรับขึ้นภาษีนำเข้าเป็น 25% จาก 15% ครอบคลุม ยานยนต์ ไม้แปรรูป เวชภัณฑ์ เพราะเกาหลีไม่ทำตามข้อตกลงที่เคยระบุไว้ก่อนหน้า  (+GOLD 03) สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อคืนไม่ได้ให้น้ำหนักกับภาษี Canada แต่นักลงทุนหันไปที่ผลประกอบการ สำหรับ SET INDEX Upside ยังจำกัดตามคาดการณ์ด้วยพื้นฐานไม่เด่น ระยะสั้นเน้นที่ Domestic Play ที่กำไรเด่น (KKP) ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่ผันผวน
 
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 313 จุด (+0.6%) ได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นในกลุ่ม Tech โดยรอติดตามผลประกอบการจากนี้ ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.4% แรงหนุนจากพายุฤดูหนาวในสหรัฐฯรวมถึงผลกระทบความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
 
เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯได้ประกาศตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าคงทนพบว่าขยายตัว 5.3%MoM ดีกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 3.1%MoM ปัจจัยหนุนหลักมาจากคำสั่งซื้อหมวดยานพาหนะโดยเฉพาะเครื่องบินพาณิชย์แม้ไม่รวมสินค้าเกี่ยวกับยานพาหนะก็จะพบว่าขยายตัวได้ดีที่ +0.7% มากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ +0.3% โดยมีแรงเก็งกำไรเข้ามาในกลุ่ม Technology (AAPL +2.9% MSFT +0.9% META +2% ALPHABET +1.6%) คาดว่านักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาเก็งกำไรผลประกอบการก่อนที่จะทยอยรายงานในสัปดาห์นี้แม้จะมีรายงานเกี่ยวกับทรัมป์เล็งจะขึ้นภาษีนำเข้าจากแคนาดา 100% ก็ตามแต่ตลาดก็ดูจะไม่ได้ให้น้ำหนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่านักลงทุนเชื่อว่าคงไม่สามารถปรับขึ้นได้ขนาดนั้น คืนนี้มีหุ้นรอประกาศผลประกอบการได้แก่ United Health , Boeing แต่ที่สำคัญได้แก่หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดในวันพุธอย่าง Microsoft , META , TESLA ด้านราคาทองคำพบว่าหลังจากปรับขึ้นไปทดสอบ 5100 เริ่มมีแรงขายออกมาอย่างไรก็ตามปัจจัยพื้นฐานยังคงสนับสนุนทองคำไม่ว่าจะเป็นความไม่สงบภูมิรัฐศาสตร์ การอ่อนค่าของ Dollar เมื่อกลับมาที่ปัจจัยในประเทศจะพบว่า SET INDEX เริ่มชะลอตัวเผชิญแรงขายต่อเนื่องและนักลงทุนต่างชาติที่เข้าซื้อก่อนหน้าพบว่าเริ่มเปลี่ยนเป็นขายสุทธิ วานนี้ขายสุทธิ 1.2 พันล้านบาท เป็นไปตามที่ประเมินไว้ว่า Upside ยังดูจำกัดเนื่องจากผลประกอบการไม่เด่นจากกำไรกลุ่มธนาคารลดลง YoY ขณะที่คาดการณ์ว่าค้าปลีกส่วนใหญ่ก็จะลดลง YoY ประกอบกับเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวแบบต่ำๆแม้จะมีการเลือกตั้งแต่ก็เชื่อว่าผลบวกจำกัด คืนนี้รอติดตามความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก CB Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 90.6 วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1295 – 1320 ตลาดยังดูไร้ปัจจัยหนุนขณะที่ต่างประเทศยังมีแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ ล่าสุดมีรายงานว่าทรัมป์จะปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากเกาหลีเป็น 25% เพราะมองว่าเกาหลีไม่ทำตามข้อตกลงที่หารือกันไว้ช่วงปีที่แล้ว ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางปัจจัยกดดันภายนอกจึงเน้นที่หุ้นภายในที่กำไรยังมีแนวโน้มเติบโตได้ อาทิ เครื่องดื่ม (TACC ICHI) รอหาจังหวะสะสมกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BBL SCB KTB) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD) เช้านี้บาทอ่อนค่ามาทดสอบ 31.18 ดีระยะสั้นกับหุ้นกลุ่มส่งออก (ITC TU) นิคมอุตสาหกรรม (AMATA WHA)
 
TACC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 6.70 บาท)
มีปัจจัยบวกจากแนวโน้มผลประกอบการที่ยังเห็นการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขายให้กับร้านกาแฟพันธ์ไทยที่มีการขยายสาขาอย่างมาก ขณะที่ยอดขายของกลุ่ม 7-11 ยังเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน นอกจากนี้ในปี 26 ผู้บริหารมีการเปิดเผยว่ามีแผนลงทุนในธุรกิจอื่นเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตได้อีกทาง  
 
KKP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 80.00 บาท)
แม้การขยายสินเชื่อฟื้นตัวจำกัด คุณภาพสินเชื่อที่มีเสถียรภาพดีขึ้น และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นลดทอนผลกระทบจากรายได้ดอกเบี้ยรับลดลง เราคาดกำไรสุทธิจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 5% และ ROE เพิ่มขึ้นเป็น 9.4%
 
 
 
 
 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

มาเร็ว ไปเร็ว By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง เห็น ดัชนีตลาดหุ้นไทย มาเร็ว ตอนนี้จะไปเร็ว แบบลงเร็ว เร็ว หรือ ไม่ ก็ต้อง ติดตาม .....

มัลติมีเดีย

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้