Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

83

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 26 ม.ค.69 ปิด -7.32 จุด อยู่ที่ 1,307.07 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,712 ลบ.ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 393 ลบ.รายย่อยซื้อ 2,903 ลบ. สถาบันขาย 2,026 ลบ. และต่างชาติขาย 1,270 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 591 ลบ. ซื้อ PTT,GULF,TTB,AOT,CPALL และขาย TRUE,SCB,KBANK,DELTA,BDMS มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,515 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,CNSTAR5023,BTS โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 1,102 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 78,166 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 4,313 ลบ

 Market View

  • DJIA +0.64%, S&P500 +0.50%, Nasdaq +0.43% ได้แรงหนุนจากกลุ่มบริการสื่อสาร +1.32%,เทคโนโลยี +0.84% นำโดย Apple, Microsoft, Meta Platform ที่กำลังจะรายงานงบ Q4/68 ในสัปดาห์นี้ ขณะที่กลุ่มเหมืองแร่ปรับขึ้นนำโดย USA Rare Earth +7.8% หลังรัฐบาลสหรัฐเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 10% และ Newmont Corp +1.3% ได้ปัจจัยหนุนจากการปรับขึ้นของราคาทองคำ ประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้วันพุธติดตามผลการประชุม Fed ซึ่งคาดมีโอกาสคงดอกเบี้ยที่ 3.75% และวันศุกร์นี้งบประมาณชั่วคราวของสหรัฐจะสิ้นสุด ซึ่งทางพรรคเดโมแครตอาจจะไม่ผ่านร่างงบประมาณรายจ่าย 1.2 ลล.ดอลลาร์ หากรัฐบาลบรรจุงบประมาณสำหรับความมั่นคงแห่งมาตุภูมิในงบนี้ หลังเจ้าหน้าที่หน่วยงาน ICE ได้ยิงพยาบาลชาวอเมริกันวัย 37 ปี เสียชีวิตในเมืองมินนีแอโพลีสเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
  • Stoxx600 ยุโรป +0.20% ได้แรงหนุนจากกลุ่มธนาคาร +1% โดยอยู่ระหว่างรอการรายงบของ Deutsche Bank ของเยอรมัน, Lloyds Bank ของอังกฤษ ซึ่งทาง LSEG คาดกำไรของกลุ่มการเงินจะเพิ่มขึ้น +4% ส่วนกลุ่มเหมืองแร่ +1.6% ปรับขึ้นราคาทองคำและโลหะเงิน ขณะที่ Airbus -2.1% จากความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจวันศุกร์ติดตาม GDP ยูโรโซน Q4/68 คาด +1.2% & Q3/68 +1.4% YoY และ CPI เยอรมัน ม.ค.คาด +2.0% & ธ.ค. +1.8% YoY
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ -1.79% ถูกกดดันจากเงินเยนแข็งค่าอยู่ที่ 153.9 เยน/ดอลลาร์ หลังทางการสหรัฐ – ญี่ปุ่นเข้าแทรกได้เข้าตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนกับธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ ซึ่งส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มส่งออก เช่น Toyota Motor -4.1%, Honda Motor -4.4% ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -0.81% จากแรงชายหุ้นขนาดใหญ่ เช่น Hyundai Motor -3.4%, SK Hynix -4.0% จากความกังวลต่อสถานการณ์ในอิหร่าน ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.10% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ Zijin Mining +5% ปรับขึ้นตามราคาทองคำและโละเงิน แต่ตลาดหุ้นจีนยังถูกกดดันจาก ม.ควบคุมการเก็งกำไร เช่น ม.ควบคุม HFT และการปรับเพิ่มเกณฑ์การวางเงินหลักประกันขั้นต่ำสำหรับบัญชีมาร์จิ้น
  • SET วานนี้ -0.56% ปริมาณการซื้อขาย 2 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 1,270 ลบ.สถาบันขาย 2,026 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 393 ลบ. และรายย่อยซื้อ 2,903 ลบ. โดยดัชนีถูกกดดันจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ -2.5% นำโดย DELTA -2.5% ส่งผลลบต่อดัชนี -4.9 จุด ซึ่งเป็นการปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ ในตลาดเอเชียเหนือ หลังค่าเงินเยนวานนี้แข็งค่ามากสุดที่ 153.30 เยน/ดอลลาร์ ส่วนกลุ่มขนส่ง -1.1% จากความกังวลต่อการระบาดของไวรัสนิปาร์ อาจส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยลดลง ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า -0.62% จากความกังวลต่อราคาต้นทุนก๊าซอาจมีแนวโน้มสูงขึ้นจากภาวะหนาวเย็นผิดปกติในสหรัฐ โดยภาพรวมดัชนี SET ยังขาดปัจจัยบวกใหม่เข้าหนุน และอยู่ระหว่างรอการรายงานงบ Q4/68 ของกลุ่ม Real Sector เช่น SCC, SCGP รวมถึงรอประเมินคะแนนนิยมของแต่ละพรรคในช่วง 2 สัปดาห๋สุดท้ายก่อนลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,300 แนวต้าน 1,310 – 1,320 คาดทรงตัวระหว่างรอผลการประชุมเฟดในวันพุธนี้ และติดตามความเสี่ยงหากรัฐสภา ฯ สหรัฐไม่สามารถผ่านงบประมาณได้ทันก่อนวันที่ 30 ม.ค.อาจเสี่ยงให้เกิดภาวะชัตดาวน์ แนะนำทยอยซื้อ ADVANC,CPN,GULF, BH, BDMS, TLI ที่เป็นกลุ่ม Value Stock             
  • MTC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 52.75 บาท) แนวโน้มกำไร 4Q68 คาดยังคงมีปัจจัยหนุนจากยอดการจัดเก็บหนี้ที่ทำได้ดีส่งผลบวกต่อคุณภาพสินทรัพย์ ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องไปยังปี 69 และการตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลง ทั้งนี้ปี 69 บริษัทยังสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายสินเชื่อโตในระดับ double digit เน้นสินเชื่อจำนำทะเบียน มีแผนเปิดสาขาเพิ่ม 300-400 ขณะที่ credit cost มีแนวโน้มลดลงการค่าใช้จ่ายสำรอง ECL ส่วน NIM แนวโน้มน่าจะดีขึ้นจากการลดดอกเบี้ยนโยบายใน 2H68 ต่อเนื่องไปยังไป 69 ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 68-69 ที่ 69 พันล้านบาท +14%YoY และ 7.67 พันล้านบาท +15%YoY
  • CRC (ซื้อสะสม / ราคาเป้าหมาย 23.30 บาท) ประเมินกำไรปกติใน 4Q68 ที่ 2,654 ลบ.(-11%YoY, +104% QoQ ) บวก QoQ ได้ตามฤดูกาล แต่ YoY เป็นลบจาก SSSG ของทั้ง 3 ธุรกิจหลัก(FOOD,FASHION,HARDLINE)ที่คาดว่าจะเป็นลบจาก 1.กำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวได้ช้า/นักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยลง 2.บาทที่แข็งค่า ส่งผลให้การแปลงงบจากธุรกิจในเวียดนามมีจำนวนเงินน้อยลง 3.สถานการณ์เฉพาะพื้นที่(อุทกภัยในภาคใต้,ความขัดแย้งไทย-กัมพูชาในภาคอีสาน) ส่วนภาพรวมปี69นี้ เรายังมองเป็นบวกที่กำไรสุทธิ 8,053 ลบ. +7%YoY แม้ว่าจะไม่มีส่วนงาน Rinascente แต่ offset ได้ด้วยการเติบโตของธุรกิจอาหารในเวียดนาม รวมถึงการขายเหงียนคิมที่การดำเนินงานขาดทุนออกมา

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI มี.ค. -$0.44 อยู่ที่ $60.63 / บาร์เรล, Brent มี.ค. -$0.29 อยู่ที่ $65.59/บาร์เรล หลังกระทรวงพลังงานคาซัคสถานเผยพร้อมจะกลับมาดำเนินการผลิตน้ำมันได้อีกครั้ง หลังเกิดเหตุสุดวิสัยในการส่งน้ำมันผ่านท่อแคสเปียน ไปป์ไลน์ คอนซอร์เทียม โดยนักลงทุนรอผลการประชุมกลุ่มโอเปกพลัสในวันที่ 1 ก.พ. ซึ่งคาดจะยังคงอัตรากำลังผลิตในเดือน มี.ค.

 

Gold Update(+) Comex Gold ก.พ.+$102.80 อยู่ที่ $5,082.50/ออนซ์ ได้แรงหนุนจากการถือครองกองทุน ETF ทองคำเพิ่มขึ้น +20% YoY โดยทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ในช่วงที่ปัจจัยเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น กอปรกับนักลงทุนยังคาดเฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้

 

Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -39.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นไทย -40.89 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด +1.44 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -0.22 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้อ่อนค่าอยู่ที่ 31.25 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.22 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +18 จุด อยู่ที่ 1,780

(+) BitCoin เช้านี้ +1.69% อยู่ที่ 88,304 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

30 ม.ค.     ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

                สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,

ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

 

 

ต่างประเทศ

27 ม.ค.     US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี  (ม.ค.)

28 ม.ค.     US ปาฐกถาของทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐ 

29 ม.ค.     US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

                US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC

US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 

30 ม.ค.     US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ธ.ค.)

31 ม.ค.     CN ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  (ม.ค.)

 

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio January 2026: PYLON*, GULF, ADVANC, PTTEP, IVL

 

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

มาเร็ว ไปเร็ว By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง เห็น ดัชนีตลาดหุ้นไทย มาเร็ว ตอนนี้จะไปเร็ว แบบลงเร็ว เร็ว หรือ ไม่ ก็ต้อง ติดตาม .....

มัลติมีเดีย

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้