Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

95


คลื่นลมกลับมาแรงในหลายพื้นที่

 


ORIZON MARKET VIEW
• ปัจจัยแวดในช่วงสัปดาห์นี้มีหลายประเด็นที่อาจเพิ่มระดับความกังวลในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง เริ่มจากการดีดตัวของราคาน้ำมับดิบ WTI ขึ้นมายืนเหนือ 61 เหรียญฯ / บาเรล จากความเสี่ยงต่อผลกระทบในการผลิตลดลง (SUPPLY) หลังปธน.ทรัมป์ส่งเรือรบสหรัฐฯ ไปตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจเตรียมโจมตีผู้นำระดับสูงของอิหร่านอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีประเด็น ปธน.ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าทุกชนิดจากแคนาดา 100%
• ในแง่มุมต่อมาคือความเสี่ยง US GOVERNMENT SHUTDOWN ในวันที่ 31 ม.ค. 69(ผลโพลจาก POLYMARKET ให้น้ำหนัก 80%)
• พร้อมกันนี้ ยังต้องจับตาการแทรกแซงค่าเงินเยน และเฝ้าระวัง YEN CARRY TRADEที่จะกดดันให้ DOLLAR อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วในเชิงเปรียบเทียบ

 


REGION RADAR
• นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2026 ของทางจีนภาพรวมคล้ายกับในปี 2025 แต่รายละเอียดเพิ่มเติมจากนโยบายครั้งก่อนคือเรื่องการ
สนับสนุน SMART GLASSES โดยทางการจีนอุดหนุนเงินสำหรับการซื้ออุปกรณ์ SMART GLASSES
• LENS TECHNOLOGY และ GOERTEK เป็นผู้เล่นที่ได้ประโยชน์โดยตรงจาก SMART GLASSES โดยในปี 2025 ทั้ง 2 บริษัทเริ่มได้รับคำออเดอร์ในด้าน SMART GLASSES แล้ว แนะนำเก็งกำไรLENS TECHNOLOGY (6613 HK) และ GOERTEK (002241 SZ)

 


THAI FOCUS
• ตัวเลขการส่งออก ธ.ค.68 ที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังคงเติบโตระดับเลขสองหลักต่อเนื่อง เป็นเครื่องยืนยันว่าไทยยังคงอยู่ในห่วงโซ่อุปทานสำคัญของโลก โดยเฉพาะในยุค AI และEV BOOM
• ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม GLOBAL PLAY(หุ้นที่อิงกับเศรษฐกิจโลก) อาทิ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และอาหารส่งออกที่มีแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในงวด 4Q68 และต่อเนื่องไปยังปี 2569 อาทิ DELTA, KCE, ITC เป็นต้น

 


HORIZON MARKET VIEW
ตลบอบอวลไปด้วยความกังวล
ปัจจัยแวดในช่วงสัปดาห์นี้มีหลายประเด็นที่อาจเพิ่มระดับความกังวลในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง เริ่มจากการดีดตัวของราคาน้ำมับดิบ WTI ขึ้นมายืนเหนือ 61 เหรียญฯ / บาเรล จากความเสี่ยงต่อผลกระทบในการผลิตลดลง(SUPPLY) หลังปธน. ทรัมป์ส่งเรือรบสหรัฐฯ (เป็นชุดอาวุธที่สหรัฐฯ ใช้ก่อนเปิดปฏิบัติการจับกุม NICOLASMADURO ในเวเนซุเอลา) ไปตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจเตรียมโจมตีผู้นำระดับสูงของอิหร่านอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีประเด็น ปธน.ทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าทุกชนิดจากแคนาดา100%


ในแง่มุมต่อมาคือความเสี่ยง US GOVERNMENT SHUTDOWN ในวันที่ 31 ม.ค. 69 (ผลโพลจากPOLYMARKET ให้น้ำหนัก 80%) หลังเจ้าหน้าที่ BORDER PATROL ยิงพยาบาล 2 รายเสียชีวิต ระหว่างการประท้วงต้านการปราบปรามผู้อพยพในมินนิโซตา ทำให้CHUCK SCHUMER แถลงว่า พรรคเดโมแครตจะไม่ให้ผ่านงบประมาณ หากรีพับลิกันไม่ตัดงบกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งมีโอกาสกระทบกับหลายหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณชั่วคราวจนถึงวันที่ 30 ม.ค. 69 เช่น กลาโหม, แรงงาน,การศึกษา, การคลัง,สาธารณสุข เป็นต้นพร้อมกันนี้ ยังต้องจับตาการแทรกแซงค่าเงินเยน และเฝ้าระวัง YEN CARRY TRADE ที่จะกดดันให้ DOLLARอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วในเชิงเปรียบเทียบ หลัง BOND YIELD 40Y ญี่ปุ่น ยืนเหนือ 4% (สูงสุดตั้งแต่ปี 2007)ท่ามกลางทิศทางดอกเบี้ยของ BOJ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น

 


REGION RADAR
SMART GLASSES เป็นกลุ่มได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล
นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2026 ของทางจีนภาพรวมคล้ายกับในปี 2025 แต่รายละเอียดเพิ่มเติมจากนโยบายครั้งก่อนคือเรื่องการสนับสนุน SMART GLASSES โดยทางการจีนอุดหนุนเงินสำหรับการซื้ออุปกรณ์ SMARTGLASSES จำนวน 15% สูงสุด 500 หยวนต่อชิ้นโดย SMART GLASSES AI หรือ แว่นตาอัจฉริยะที่เป็นทั้งแว่นตามองเห็นและคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่ใส่ไว้บนศีรษะ พร้อมระบบ AI ในตัว ซึ่งช่วยให้แว่นตาทำอะไรได้มากกว่าแค่ช่วยมองเห็นเหมือนแว่นธรรมดา อาทิ แปลภาษาได้ทันที ถ่ายรูปได้จากแว่น และแสดงข้อมูลการเดินทางได้

 

LENS TECHNOLOGY และ GOERTEK เป็นผู้เล่นที่ได้ประโยชน์โดยตรงจาก SMART GLASSESลูกค้าหลักของ LENS TECHNOLOGY (6613 HK) เป็นบริษัท SMARTPHONE และรถยนต์ อาทิ APPLE,XIAOMI และ TESLA อย่างไรก็ตาม ในปี 2025 บริษัทเริ่มได้คำสั่งซื้อขนาดใหญ่จากบริษัท SMART GLASSESในประเทศจีน นอกจากนี้ด้านลูกค้าหลักของ GOERTEK (002241 SZ) คือบริษัท SMARTPHONE อาทิ APPLEและ SAMSUNG นอกจากนี้ บริษัทมีลูกค้าหลักในธุรกิจ SMART GLASSES ระดับโลกอย่าง META


ในปี 2026 ผลประกอบการของทั้ง LENS TECHNOLOGY และ GOERTEK คาดจะเติบโตในอัตราเร่งมากกว่าในปีที่ผ่านมา โดยตลาดคาด LENS TECHNOLOGY จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 25% YOY และ EPS เพิ่มขึ้น 36% YOYขณะที่ GOERTEK คาดรายได้เพิ่มขึ้น 19% YOY และ EPS เพิ่มขึ้น 25% YOY

ทั้งนี้ VALUATION ของทั้ง 2 บริษัทถือว่าน่าสนใจเมื่อเทียบกับการเติบโตในอนาคต โดย LENS TECHNOLOGYมี FORWARD P/E ปี 2026F ที่ระดับ 20 เท่า และ GOERTEK มีFORWARD P/E ปี 2026F ที่ระดับ 24 เท่า


THAI FOCUS
ภาคการส่งออกเด่น พร้อมเปิดโผหุ้นเด่นกลุ่มผู้ชนะ
ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก แต่ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือน ธ.ค.68 ยังโตเด่นทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่ดีต่อเศรษฐกิจไทยในอนาคต โดยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของไทยในเดือนธ.ค.68 ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด โดยมีรายละเอียด ดังน

• การส่งออก (EXPORTS) :ขยายตัวสูงถึง +16.8% YOY สูงกว่าที่คาดไว้เพียง +8.0%YOY และสูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ +7.1%YOY โดยมีมูลค่ารวม 28,928.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
• การนำเข้า (IMPORTS): ขยายตัว +18.8% YOY สูงกว่าที่คาดไว้ +15.0%YOY โดยมีมูลค่ารวม29,280.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
• ดุลการค้า (TRADE BALANCE): แม้จะยังขาดดุลอยู่ที่ -352 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ถือว่าเป็นการขาดดุลที่ "น้อยกว่า" ที่ตลาดคาดไว้มาก (ตลาดคาดว่าจะขาดดุลถึง -2,600 ล้านดอลลาร์)

การเติบโตในเดือน ธ.ค.68 ได้รับแรงหนุนจากกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น โดยมีรายละเอียด ดังนี้
กลุ่มอาหารและเกษตรแปรรูป:
• ไก่แปรรูป (+17.3% YOY): พลิกกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า สะท้อนถึงความต้องการบริโภคที่ฟื้นตัว มองบวกต่อ GFPT
• อาหารสัตว์เลี้ยง (+18.4% YOY): ยังคงเป็นสินค้ายอดนิยมที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันตามเทรนด์ PET HUMANIZATION ของโลก มองบวกต่อ ITC AAI ASIAN

กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี:
• หม้อแปลงไฟฟ้า (+53.3% YOY): เติบโตดเยอะที่สุด โดยขยายตัวต่อเนื่องยาวนานถึง 15 เดือนสอดคล้องกับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ DATA CENTER ทั่วโลก มองบวกต่อ DELTA
• แผงวงจรไฟฟ้า (+33.2% YOY): ขยายตัวต่อเนื่องถึง 24 เดือน หรือ 2 ปีเต็ม ยืนยันถึงวัฏจักรขาขึ้นของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์และเทคโนโลยี มองบวกต่อ HANA KCE CCET


SYNAPSE STRATEGY
บาทแข็ง + ราคาน้ำมันขึ้น ช่วยพยุง SET INDEX
ความกังวล DE DOLLARIZATION กดดันให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า 2% ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกผันผวน อย่าง DR หุ้นสหรัฐ ที่เงินไหลออกตลาดหุ้นสหรัฐ อีกทั้งยังกำลังจะประกาศงบหุ้นเทคฯ ขนาดใหญ่สัปดาห์นี้ รวมถึงลงทุนใน DR มีโอกาสขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมในยามที่ค่าเงินบาทแข็งค่า แต่อีกมุมหนึ่งช่วยหนุนให้เม็ดเงินมีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้น EM ต่อ โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีองค์ประกอบหุ้นอิงหุ้นอิงราคา COMMODITY ถึง 1 ใน 3 ยังได้ SENTIMENT บวก จากราคาน้ำมันปรับขึ้นเกือบ3% ในวันก่อนหน้า

สำหรับประเด็นไวรัสนิปาห์ อาจเป็น SENTIMENT ลบต่อกลุ่มท่องเที่ยวบ้าง แต่เชื่อว่าเกิดขึ้นสั้นๆ เท่านั้น เพราะการติดเชื้อเกิดขึ้นได้จากการสัมผัส ซึ่งยากกว่าโควิดที่ติดเชื้อจากการหายใจ และยังไม่พบผู้ติดเชื้อในไทยแนะนำเก็งกำไรหุ้นอิงราคา COMMODITY ขนาดใหญ่ หวัง FUND FLOW ไหลเข้า อย่าง PTT, PTTEP, TOP,SPRC, IVL

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้