Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

จากข้อความบนปฏิทินแผ่นเก่า สู่การเดินทางไกลขึ้นดอยของทีมงานทรู เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณที่มีความหมาย ไปถึง “บ้านเลาสูนอก” จังหวัดลำปาง

99

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 23 มกราคม 2569)---------“บ้านเลาสูนอก ม.8 ต.ปงดอน อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ต้องการสัญญาณโทรศัพท์ทรู เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารให้เท่าเทียมกัน และเพื่อการศึกษา ตลอดยามฉุกเฉิน ขอผู้ใหญ่ใจดีช่วยประสานครับ” นี่คือข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือบนปฏิทินแผ่นเก่า ที่มีเบื้องหลังเป็นความหวังของคนทั้งหมู่บ้าน


สำหรับทีมงานทรู ข้อความนี้มีค่าและความหมายเกินกว่าจะมองข้าม และนับเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจสำคัญในการนำโครงข่ายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าไปสู่พื้นที่ที่คนมองว่าห่างไกล เพื่อมอบ “สัญญาณlสื่อสาร” ที่มีความหมาย และเชื่อมต่อผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้สู่โอกาสที่เท่าเทียม


หมู่บ้านเลาสูนอก ที่ซ่อนตัวอยู่กลางเนินเขา


คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยได้ยินชื่อของ “หมู่บ้านเลาสูนอก” เพราะที่นี่เป็นชุมชนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนดอยสูงท่ามกลางป่าเขาใน อ.แจ้ห่ม จ. ลำปาง แม้จะห่างจากตัวเมืองไม่กี่สิบกิโลเมตร แต่เส้นทางคดเคี้ยวสู่หมู่บ้านเป็นถนนลาดยางสลับลูกรัง ที่ยังคงทิ้งร่องรอยของดินสไลด์ไว้ให้เห็นตลอดทาง การเดินทางมาที่นี่จึงใช้เวลานานหลายชั่วโมง


ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาสูงโอบล้อมหมู่บ้าน ทำให้ที่นี่เงียบสงบสวยงาม แต่ในขณะเดียวกัน ก็กลายเป็นอุปสรรคสำคัญทางภูมิศาสตร์ที่บังสัญญาณสื่อสารที่ส่งมาจากพื้นที่ไกล้เคียง
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หมู่บ้านแห่งนี้จึงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เข้าถึง เกือบ 100 ชีวิตของคนทั้งหมู่บ้าน ตั้งแต่เด็กเล็ก เด็กวัยเรียน ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้สูงวัย ต้องใช้ชีวิตที่ไม่สามารถเชื่อมต่อโลกภายนอกได้ตลอดเวลาเหมือนคนส่วนใหญ่


ชีวิตที่ต้องตามหาสัญญาณ


“เวลาจะสื่อสารกันในหมู่บ้านก็ใช้วิธีตะโกนหรือใช้เสียงตามสาย แต่ถ้าจะโทรติดต่อคนข้างนอกก็ก็ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป 2 กิโลเมตรถึงจะมีสัญญาณมือถือให้ใช้” สมชัย พงศ์ธัญวลัย ชาวบ้านบ้านเลาสูนอก เริ่มเล่าถึงวิถีชีวิตที่นี่ “ในวันที่ฝนตกหนัก ดินสไลด์ รถใหญ่ผ่านไม่ได้ เราอยากขอความอนุเคราะห์ขอรถไถมาเปิดทาง ก็โทรจากที่บ้านไม่ได้ เวลาเจ็บป่วยก็ติดต่อโรงพยาบาลลำบาก หรือแม้แต่ข่าวสารจากราชการก็ต้องรอคนเข้ามาบอก”
ไม่ใช่แค่เรื่องความเป็นอยู่ แต่เรื่องการประกอบอาชีพและการศึกษาของเด็กๆ ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย


“ที่นี่เราปลูกกาแฟขายกันเป็นส่วนใหญ่ เวลาจะติดต่อพ่อค้ามารับซื้อ ต้องรีบออกไปโทรคุย แล้วก็กลับมา แต่พอราคาเปลี่ยนแปลง พ่อค้าก็โทรหาเราไม่ได้ หลายครั้งก็ขายไม่ทัน หรือต้องขายขาดทุน ส่วนเด็กๆ ก็ค้นคว้าหาความรู้ได้เฉพาะตอนไปโรงเรียน ช่วงโควิดที่เรียนออนไลน์ ลูกหลานต้องไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านอื่น” สมชัย เล่าถึงความเป็นอยู่หลังจากลองหาทางกันมาหลายวิธี ชาวบ้านตัดสินใจหยิบปฏิทินแผ่นเก่า พลิกด้านหลังที่ว่างใช้แทนป้ายสีขาวเพื่อเขียนข้อความจากใจ เด็กๆ ในหมู่บ้านช่วยกันถือป้ายแล้วถ่ายรูป เพื่อให้ผู้ใหญ่จากหมู่บ้านข้างเคียงช่วยนำภาพนั้นไปโพสต์และส่งต่อออกไปในโลกโซเชียล


งานท้าทาย ที่ต้องทำให้สำเร็จ


ภาพเด็กๆ พร้อมข้อความจากใจถูกส่งต่อแชร์มาจนถึงผู้บริหารระดับสูงและ ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม ทรู คอร์ปอเรชั่น และจากผู้บริหารสู่ทีมเน็ตเวิร์ก ที่ดูแลโครงข่ายทั่วประเทศ เพื่อเริ่มภารกิจที่เรียกได้ว่าเป็นงานท้าทาย


“พอเข้าไปดูรายละเอียดพื้นที่ ก็รู้เลยว่างานนี้ไม่ง่าย” ธงชัย ขวัญพุฒ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาโครงข่ายและการปฏิบัติงานภาคสนามของ ทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าถึงวันที่เขาได้รับโจทย์มา “เรารู้ถึงข้อจำกัดหลายอย่าง แต่ข้อความนั้นก็ทำคิดว่าต้องทำให้ได้ ไม่ใช่เพียงช่วยให้ชาวบ้านสื่อสารกันได้ แต่ผมมองว่า ต่อไปถ้ามีเหตุการณ์ภัยพิบัติ หมู่บ้านแห่งนี้จะไม่รู้ข่าวสาร การแจ้งเตือนจาก Cell Broadcast ที่ทางการแจ้งก็มาไม่ถึง”


หลังจากการสำรวจพื้นที่และรวบรวมข้อมูลแล้ว ทีมงานทรูที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้เข้ามาร่วมกันทำงานเร่งด่วน


“หัวใจสำคัญของงานนี้ คือการหาจุดติดตั้งกระจายสัญญาณได้ครอบคลุมทั่วทั้งหมู่บ้าน สำหรับความถี่ต้องเป็นคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตที่เป็นย่านความถี่ต่ำที่มีประสิทธิภาพในการกระจายสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ ตอบโจทย์ทั้งการโทรและใช้ดาต้า” รุ่งโรจน์ พงศ์ศรีวัฒน์ ทีม RAN Planning & Optimization ภาคเหนือของทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าถึงการทำงาน


เมื่อแผนพร้อม ทีมหน้างานก็เข้ามาดำเนินงานการเงื่อนไขหลายอย่างของพื้นที่ เสรี ทรงชัยกุล ทีม Regional Network Rollout and Operation ภาคเหนือ ของทรู คอร์ปอเรชั่น ที่รับผิดชอบในการดูแลติดตั้งโครงข่าย เล่าว่า “ความท้าทายแรกคือ เส้นทางลำบาก การขนส่งอุปกรณ์เข้ามาต้องใช้ทีมงานที่มีความชำนาญเป็นพิเศษ ต่อมาคือ พอพื้นที่ห่างไกลไฟฟ้าจะดับบ่อย เราจึงเพิ่มแบตเตอรี่สำรองเข้าไปด้วย ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ ชุมชมก็ยังใช้งานสัญญาณได้ต่อเนื่อง”


“สัญญาณแรก” ที่มีความหมาย


วันที่ 16 มกราคม 2569 สัญญาณแรกของทรูได้ส่งถึงและครอบคลุมทั้งหมู่บ้านเลาสูนอก สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่เพียงเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นในหมู่บ้าน หรือเสียงปลายสายที่ได้ยินอย่างชัดเจน แต่คือ โอกาสและความเท่าเทียม ที่ความห่างไกลจะไม่ใช่อุปสรรคของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกต่อไป


“ต่อไปนี้ลูกหลานที่ไปเรียนหนังสือ ไปทำงานในเมือง จะได้โทรหาพ่อแม่และติดต่อหาญาติได้ตลอด ไม่ต้องคอยเป็นห่วงกัน เด็กๆ ก็มีอินเทอร์เน็ตไว้ค้นคว้าหาความรู้ ข่าวสารราชการก็จะมาถึงได้ไว การทำมาหากิน ขายกาแฟของชาวบ้านก็ติดต่อพ่อค้าได้สะดวก หรือถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยฉุกเฉินก็โทรติดต่อโรงพยาบาลได้ทันที วันนี้ดีใจมากที่ได้บ้านเราได้มีสัญญาณมือถือ ที่จะช่วยให้ชีวิตของคนในหมู่บ้านดีขึ้นจริงๆ” สมชัย กล่าวด้วยรอยยิ้ม


เพราะสัญญาณที่มีความหมาย คือสัญญาณที่เชื่อมต่อชีวิตผู้คน


บรรยากาศในหมู่บ้านเลาสูนอกวันนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สำหรับทีมทรูแล้ว ภารกิจครั้งนี้เป็นมากกว่าการขยายโครงข่ายมายังพื้นที่ห่างไกล แต่คือการได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้คน และเป็นการสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นในสังคมด้วยโครงข่ายสัญญาณที่มุ่งมั่นพัฒนา ซึ่งเป็นคุณค่าและความหมายของการทำงานที่ทุกคนภูมิใจ

“วันนี้พวกเราทีมทรูดีใจมาก ที่ได้นำสัญญาณมือถือมาให้ชาวบ้านบ้านเลาสูนอกได้ใช้งาน เพราะมากกว่าเรื่องการสื่อสารที่สะดวก คือโอกาสที่พวกเขาจะนำไปใช้ในชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นความภูมิใจของพวกเราชาวทรูทุกคน” ธงชัย กล่าวทิ้งท้ายในนามของทีมทรู

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้