Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

InnovestX ชี้ SET "ชะลอหลังขึ้นต่อเนื่อง"

105

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 23 มกราคม 2569 )------InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ประจำวันที่ 23 มกราคม 2569คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/พักตัว นักลงทุนต่างชาติหยุดซื้อต่อเป็นวันที่ 2 ประเด็น TRUE ที่ปรับลงและกดดันตลาด ผบห.ประเมินว่ากลยุทธ์ธุรกิจ-นโยบายเงินปันผลไม่เปลี่ยน แต่ตลาดค่อนข้างระมัดระวังทำให้แรงเทขายเร็ว ปัจจัยภายนอก เงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ออกมาตามคาด และคาดว่าเฟดคงดอกเบี้ยในการประชุมในสัปดาห์หน้า และเป็นไปได้ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยใน 2H69 ตลาดพักตัวตามคาดแนวรับหลัก 1300/1285 ไม่ควรหลุดหากพักสั้นเพื่อขึ้น แนวต้าน 1320/1330


ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์กล่าวถึงประเด็นกรีนแลนด์ใน WEF ว่าเขาจะไม่ใช้กำลังทหารเข้าครอบครองแต่จะใช้แนวทางการเจรจาและส่งสัญญาณถอยโดยไม่เก็บภาษีศุลการต่อ 8 ชาติในยุโรปจะประเด็นดังกล่าว อย่างไรก็ตามสภาสหภาพยุโรปได้ระงับการพิจารณาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ หลัง ปธน. ทรัมป์ยังคงมีท่าทีจะเข้าครอบครองกรีนแลนด์
• IEA ปรับคาดการณ์ตลาดน้ำมันขึ้น โดยปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันโลกปี 2569 เป็น +930kBD/bbl (เดิม +700kBD/bbl) เร่งตัวขึ้นจากปีก่อน จากภาวะ ศก. ที่เข้าสู่สมดุลจากปีก่อนที่ปั่นป่วนตามมาตรการภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ทำให้ภาวะเกินดุลจะลดลงสู่ +3.7MBD/bbl นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ เก็งกำไร PTTEP และ TOP
• Fitch Ratings เตือนระบบเศรษฐกิจของจีนเผชิญความเสี่ยงด้านเครดิตจากการลงทุนที่ลดลงรุนแรงในจีน โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาฯ ธนาคาร และก่อสร้าง หลังการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรปี 2568 ลดลง 3.8% และประเมิน GDP ปี 2569 จะเติบโตเพียง 4.1% เป็น Sentiment เชิงลบต่อกลุ่ม China Play แนะนำระมัดระวังการลงทุน
• JNTO เผยจำนวน นทท. จีนที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นใน ธ.ค. 2568 ลดลง 45.3%YoY เหลือ 330,400 คน จากผลกระทบหลังนายกฯ ญี่ปุ่นกล่าวพาดพิงประเด็นไต้หวันเมื่อช่วงต้น พ.ย. 2568 เป็น Upside Risk หนุน นทท. เดินทางเข้าไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีน มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ CENTEL ERW AOT
• วานนี้ราคาหุ้น TRUE ลง 14.5% หลัง Telenor ขายหุ้นสัดส่วน 24.95% แก่บริษัทที่ถือหุ้นโดยคุณ ศุภชัย เจียรวนนท์ และตกลงให้มี Put/call Option สำหรับหุ้นที่เหลือ 5.35% หลังครบระยะเวลา 2 ปี

 

กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1250–1345 จุด โดยปัจจัยในประเทศติดตามการประกาศงบ 4Q68 ของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ซึ่งจะออกมาครบในสัปดาห์หน้านี้, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกลาง (เวเนซุเอลา, อิหร่าน, รัสเซีย-ยูเครน) ซึ่งจะมีผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมันและหุ้นกลุ่มพลังงาน, ความคืบหน้าการเจรจาทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ GDP 4Q68 และยอดค้าปลีกของจีน, PCE พ.ย. และ GDP 3Q68 (รายงานครั้งสุดท้าย) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดทิศทางการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”


แนวรับ – แนวต้าน : 1300/1285 – 1320/1330

 


ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ ติดตามการทยอยประกาศงบกลุ่มธนาคารและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 2 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้:
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI
3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นธนาคารที่คาดรายงานกำไร 4Q68 จะออกมาเติบโตดีหรือยังทรงตัว YoY ตามคาด พร้อมยังมีแนวโน้มจ่ายปันผลสูงจากกระแสเงินสดแข็งแกร่ง แนะนำ KTB BBL KBANK KKP 2) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง แนะนำ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CPN) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT OSP) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD TIDLOR) และ 3) หุ้นที่คาดจะได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนที่สูงของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT


Daily Top Picks
KTB: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากแนวโน้มเงินปันผลที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากจากปีก่อน คาดเพิ่มขึ้นเป็น 2.15 บาทในปี 2568 (1.72 บาท สำหรับ 2H68) จาก 1.55 บาทในปี 2567 คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 7.4% (5.9% สำหรับ 2H68) ขณะที่ธนาคารมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ต่ำ และ ROE สูง เป้าหมายระยะสั้นที่ 29.50 บาท


CENTEL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากรายงาน RevPAR ใน 4Q68 ที่เติบโตได้ดีในทุกพื้นที่อยู่ที่ 4,524 บาท (+15% YoY, +30% QoQ) จากทั้งค่าห้องเฉลี่ย (ARR) ที่ +5% YoY, +17% QoQ และอัตราการเข้าพัก (Occupancy rate) ที่ 75% (+6pts YoY, +7pts QoQ) ในขณะที่ปี 2569 คาดกำไรโต 16%YoY เป้าหมายระยะสั้นที่ 35.50 บาท

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้