Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.พาย : Pi Daily

96

Pi Daily ทรัมป์ไปเยือนงาน WEF ณ ดาวอส ระบุชัดจะไม่ใช้กำลังทหารเข้า Greenland และภาษีที่จะปรับขึ้นกับ 8 ประเทศในยุโรปได้ถูกเลื่อนออกไป หลังจากเจรจากับ NATO แล้วมีความคืบหน้าที่ดี หนุนหุ้นสหรัฐฯฟื้นตัว ทองคำโดนขายทำกำไร จากกระแส SELL US Asset กลายเป็น Buy Back US Asset ด้านหุ้นไทยแม้จะปรับขึ้นมาจาก Election Rally + กระแสเงินไหลเข้า แต่..ผลประกอบการไม่มาเหมือนราคาหุ้นที่ปรับขึ้น กำไรกลุ่ม Bank ส่วนใหญ่แล้วลดลง YoY (4Q25) มีเพียง KKP ที่ขยายตัว YoY และดีกว่าคาดการณ์ มองเป็นความเสี่ยง แนะเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าไล่ราคา
 
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 588 จุด (+1.2%) รับแรงหนุนจากผู้นำสหรัฐฯ ระงับภาษีในยุโรปและยืนยันไม่ใช้กำลังทหารเข้า Greenland ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.5% ได้ปัจจัยหนุนจากการคาดว่าอุปทาน้ำมันจะตึงตัว
 
เมื่อคืนที่ผ่านมานักลงทุนทั่วโลกจับตาไปยังการเดินทางเยือนงาน WEF ของ Trump ณ เมืองดาวอสของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ใจความสำคัญของ Trump ได้ระบุว่าทางสหรัฐฯจะไม่ใช้กำลังการทหารเข้า Greenland และหลังจากนั้นก็ได้ระบุลงใน Truth Social ว่าจากการประชุมกับ NATO ได้วางข้อตกลงเกี่ยวกับ Greenland หากข้อตกลงที่เจรจากันไว้สำเร็จจะเป็นผลดีอย่างมากสำหรับสหรัฐฯและสมาชิก NATO ทั้งหมด ดังนั้นสหรัฐฯจึงจะไม่เรียกเก็บภาษีที่กำหนดไว้ในวันที่ 1 ก.พ. ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯกลับมาฟื้นตัวเด่นชัดพร้อมกับราคาทองคำที่ปรับฐาน จากเดิมที่เป็นกระแส Sell US Asset กลายเป็นภาพ Buy back นอกจากตลาดหุ้นแล้วยังพบเม็ดเงินกลับเข้ามายังพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐฯ หลังจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯจะกลับมาพิจารณาที่ผลประกอบการเป็นหลักรวมไปถึงคืนนี้จะมีการประกาศเงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE) Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 0.2%MoM (Core PCE) หากต่ำกว่าคาดการณ์จะเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้น กลับมาที่ปัจจัยในประเทศ SET INDEX ร้อนแรงต่อเนื่องปรับขึ้นมาราว 5.9% จากจุดต่ำสุดล่าสุดมองประเด็นหนุนหลักมาจากความคาดหวังการเลือกตั้งผสานกับกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าระยะสั้นๆจากความไม่สงบของโลก สาเหตุอาจเป็นเพราะหุ้นไทย Laggard ผสานกับปันผลสูงและเงินบาทแข็งค่าช่วยเพิ่ม Upside จากอัตราแลกเปลี่ยนแต่อย่างไรก็ตามเริ่มมองว่า Upside หุ้นไทยอาจเริ่มจำกัดมากขึ้นด้วยปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนเพราะกลุ่มธนาคารทยอยประกาศผลประกอบการออกมาพบว่าออกไปในทิศทางใกล้เคียงคาดการณ์หรือต่ำกว่าคาดการณ์ มีเพียง KKP ที่มากกว่าคาดการณ์ โดย (SCB -13%YoY KBANK -5%YoY , BBL -26%YoY TTB +3%YoY KKP +26%YoY ในช่วงเวลา 4Q25) ซึ่งจะพบว่าส่วนใหญ่กำไรลดลงเทียบกับปีก่อน และที่สำคัญกว่านั้นคือสินเชื่อส่วนใหญ่ขยายตัวต่ำหรือลดลงจากไตรมาสก่อนบ่งชี้ถึงปัญหาเศรษฐกิจไทยรวมไปถึงอุปสงค์ในประเทศ นอกจากนี้แล้วจำนวนนักท่องเที่ยว YTD ยังคงลดลงเทียบกับปีที่แล้ว การฟื้นตัวของดัชนีที่ไร้แรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐานถือเป็นความเสี่ยง วันนี้ประเมิน SET INDEX ชะลอตัวในกรอบ 1300 – 1325 ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนอาจเลือกทยอยทำกำไรมากกว่าจะไล่ราคาจากความเสี่ยงที่รายงานไปเบื้องต้น ส่วนการลงทุนระยะสั้นเลือกหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อยกว่าตลาดในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิ TU MINT SPALI AP CPN ICHI AMATA AWC
 
AMATA (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 28.75 บาท)
คาดว่าผลประกอบการปี 26 ยังอยู่ในระดับสูงได้จากฐาน Backlog ที่มีกว่า 21,000 ล้านบาท แม้ยอดขายในปี 25 จะทำได้เพียง 1,234 ไร่ ต่ำกว่าเป้าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2,000 ไร่ โดยผู้บริหารให้ข้อมูลว่ามีลูกค้ากว่า 400 ไร่ที่พร้อมจะเซ็นสัญญาในช่วงต้นปี 26 หลังจากเลื่อนมาจากปลายปี 25 ทำให้มีการปรับเป้ายอดขายปี 26 ขึ้นเป็น 2,800 ไร่ จากเดิม 2,000 ไร่
 
TU (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 15.30 บาท)
ปี 26 เบื้องต้น TU ยังคาดหวังถึงการเติบโต ทั้งในแง่ของปริมาณขายและการปรับราคาสินค้าเพื่อลดผลกระทบจากภาษี รวมถึงการเห็นผลดีจากมาตรการปรับโครงสร้างบริษัทที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 24 อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีความชัดเจนถึงคำตัดสินจากศาลว่าจะออกมาเป็นเช่นใด และอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา  

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้