Market Wrap-Up
- SET วันที่ 19 ม.ค.69 ปิด +7.60 จุด อยู่ที่ 1,283.20 จุด มูลค่าการซื้อขาย 36,145 ลบ.ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,064 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 865 ลบ.สถาบันขาย 576 ลบ. และรายย่อยขาย 1,353 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 1,135 ลบ. ซื้อ CPALL,PTTEP,BDMS,CPF,SCGP และขาย KBANK,SCB,AOT,SCC,TISCO มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,282 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,CN23,CNROBOAI23 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 2,443 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 35,041 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 5,439 ลบ
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ปิดทำการในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิงส์ จูเนียร์ โดยประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ ท่าทีของ ปธน.ทรัมป์ที่จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจาก 8 ชาติยุโรปในอัตรา 10% จะเริ่มในวันที่ 1 ก.พ. และปรับขึ้นไปที่ 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้ขัดค้านการเข้ายืดครองเกาะกรีนส์แลนด์ของสหรัฐ ขณะที่การประชุม WEF วันที่ 19. – 23 ม.ค. ที่ดาวอส ปธน.ทรัมป์จะกล่าวสุนทรพจน์ในวันที่ 21 ม.ค.(เวลาไทย 20.30 น.) ต่อแผนการจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพเพื่อกาซา ซึ่งอาจมีบทบาทเทียบเท่ากับ UN ในอนาคต ส่วนวันพุธนี้ศาลฎีกาสหรัฐจะพิจารณาคำร้องปลด Lisa Cook ออกจากคณะกรรมการเฟดในข้อกล่าวหาฉ้อโกงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่งในเฟด ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจวันพฤหัสติดตาม US GDP Q3/68 คาด 3% QoQ, US PCE พ.ย. , วันศุกร์ US PMI ภาคผลิต & บริการ & ม.มิขิแกนรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค.
- Stoxx600 ยุโรปวานนี้ -1.19% ลดลงมากสุดในรอบ 2 เดือน หลัง ปธน.ทรัมป์ขู่จะเก็บภาษีศุลกากรกับ 8 ชาติยุโรปอัตรา 10% ในวันที่ 1 ก.พ. เนื่องจากขัดขวางการเข้ายืดครองเกาะกรีนส์แลนด์ของสหรัฐ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มสินค้าหรูหรา -3%, ยานยนต์ -2.2%, เทคโนโลยี -2.9% และ Euro VIX Index ปรับขึ้น 3.75 จุดอยู่ที่ 19.95 จุดสูงสุดนับตั้งแต่ พ.ย. 68 สัปดาห์นี้วันพุธติดตาม CPI อังกฤษ ธ.ค. วันศุกร์ PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซน, อังกฤษ ม.ค. และรายงานงบ Q4/68 บจ.ใน Stoxx600 ซึ่ง LSEG คาดกำไร -4.1% YoY
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัชนีนิเกอิ -0.65% หลัง ปธน.ทรัมป์เตรียมเก็บภาษีศุลกากรสินค้าจาก 8 ชาติยุโรปในอัตรา 10% ในวันที่ 1 ก.พ. นี้ เพื่อตอบโต้ประเทศเหล่านี้ที่ขัดขวางสหรัฐในการครอบครองเกาะกรีนแลนด์ กอปรกับรอฟังถ้อยแถลงของนายก ฯ ทาคาอิจิเกี่ยวกับการยุบสภา เพื่อจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +1.32% ทำจุดสูงสุดใหม่ โดยได้แรงหลีใต้ +1.32๔.พ. ทศเหล่านี้ที่ขัดขวางการเข้าซื้อเกาะกรีนแลนด์ของหนุนจากกลุ่มยานยนต์ Hyundai Motor +16.2% และกลุ่มผู้ชิป SK Hynix +1.06% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.29% หลัง NBS รายงาน GDP จีน Q4/68 +4.5% YoY แม้ว่าจะขยายตัวต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี แต่ GDP จีนปี 68 ขยายตัวได้เป้าหมายที่ 5% ได้แรงหนุนจากการส่งออกสินค้าไปยังตลาดยุโรป & เอเชียยังเติบโตได้ดี ข้อมูลเศรษฐกิจวันนี้จีนคงอัตราดอกเบี้ย LPR 1 & 5 ปี ไว้ที่ 3%, 3.5% ตามลำดับ และวันศุกร์ผลการประชุม BOJ
- SET +0.60% ปริมาณการซื้อขาย 6 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,064 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 865 ลบ. สถาบันขาย 576 ลบ. และรายย่อยขาย 1,353 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่ม รพ. +2.87% หลังผู้บริหาร รพ.ขนาดใหญ่เผยประกันแบบ Co-payment จะกระทบด้านลบต่อรายได้ของ รพ.ไม่มาก ส่วนกลุ่มปิโตรเคมี +1.93% หลังข้อมูล GDP จีน Q4/68 +4.5% YoY ส่งผลให้ GDP จีนปี 68 เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 5% โดยรัฐบาลจีนเตรียมใช้ ม.ด้านการเงิน & คลัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นบวกต่ออุปสงค์ของกลุ่ม Global Play ขณะที่กลุ่มค้าปลีก & ไฟแนนท์ก็มีแรงซื้อเก็งกำไร หลังกลุ่มเหล่านี้เทรดในโซน P/E ระดับต่ำและยังได้ประโยชน์จากเม็ดเงินในช่วง Pre – Post Election Rally ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามวันนี้ คือ รายงานจำนวนนักท่องเทียวต่างชาติในสัปดาห์ก่อน และรายงานกำไร Q4/68 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังวานนี้ KKP เผยกำไร Q4/68 อยู่ที่ 1.77 พัน ลบ. +6.1% QoQ, +22.1% YoY ดีกว่า BB.คาด +28% ได้ปัจจัยหนุนจากลดลงของผลขาดทุนรถยึดและสำรอง ECL ที่ลดลง
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,270 – 1,280 แนวต้าน 1,290 – 1,300 คาดดัชนีทรงตัวระหว่างรอประเมินผลกระทบหลังสหรัฐเตรียมเก็บเพิ่มภาษีศุลกากรกับ 8 ชาติในกลุ่มยุโรปในกรณีเกาะกรีนส์แลนด์ แนะนำทยอยซื้อกลุ่ม Value & ปันผล เช่น ADVANC,TRUE,CPALL,CPN,GULF,PTT,PTTEP,BH
- SCGP* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 21.10 บาท) แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q68 ดีขึ้น QoQ, YoY จากการบันทึกรายการพิเศษ Negative goodwill ของ MYPAK ขณะที่กำไรปกติดีขึ้น YoY จากฐานที่ต่ำ แต่ยังอ่อนตัว QoQ จากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่วน Fajar ยังขาดทุนจากการแข่งขันที่สูง ส่วนปี 69 บริษัทคาดหวัง Fajar จะกลับมากำไร รวมถึงกระจายความเสี่ยงลดการพึ่งพิงตลาดจีน ทั้ง consensus ตลาดคาดกำไรสุทธิปี 69 ราว 5 พันล้านบาท +15%YoY
- TMAN* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 60 บาท) กำไรสุทธิ 9M68 อยู่ที่ 341 ลบ. -0.4%YoY แม้รายได้จะสามารถ +8.6%YoY และ กำไรขั้นต้น +6.4%YoY แต่มีปัจจัยกดดันฝั่ง SG&A จากการขยายทีมงานขาย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแนวโน้มการดำเนินงานปกติ 4Q68 มีโอกาสที่จะ +YoY +QoQ หนุนจากสภาพอากาศที่มีฝุ่นมาก และ การระบาดของโรคท้องถิ่นที่มาช้า โดย จำนวนเคสไข้หวัดใหญ่ในไทย 4Q68 +401%YoY +93%QoQ ด้าน TMAN* เอง ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 72 >4,000 ลบ. CAGR 10-15% และเติบโต Double Digit ในปี69 นี้ ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของ TMAN* ในปี69 ที่ระดับ 524 ลบ. PE ที่ 8x และ Dividend Yield ที่ 5%
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ก.พ. -$0.05 อยู่ที่ $59.38 / บาร์เรล, Brent มี.ค. -$0.07 อยู่ที่ $64.08/บาร์เรล รอประเมินผลกระทบจากปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐ – ยุโรป / สหรัฐ – รัสเซีย
Gold Update(+) Gold Spot เช้านี้ +0.03% อยู่ที่ $4,670.53/ออนซ์ หลังความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐกับ 8 ชาติยุโรปสูงขึ้น
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -8.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นไทย +34.03 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด -41.84 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -0.51 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 31.24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.256 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +83 จุด อยู่ที่ 1,650
(+) BitCoin เช้านี้ +0.19% อยู่ที่ 92,740 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
30 ม.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ต่างประเทศ
19 ม.ค. CNดัชนีจีดีพี (GDP) ของจีน (ไตรมาส 4)
EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) (ธ.ค.)
22 ม.ค. US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 3)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index (พ.ย.)
23 ม.ค. JP การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (ม.ค.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (ม.ค.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio January 2026: PYLON*, GULF, ADVANC, PTTEP, IVL
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th