Market Wrap-Up
- SET วันที่ 16 ม.ค.69 ปิด +14.21 จุด อยู่ที่ 1,275.60 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,773 ลบ.ลบ. ต่างชาติซื้อ 3,356 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,187 ลบ.สถาบันขาย 1,401 ลบ. และรายย่อยขาย 3,142 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,192 ลบ. ซื้อ PTT,KBANK,SCB,BBL,GULF และขาย AOT,TOP,SCC,SAWAD,IVL มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,195 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNROBOAI23,CNSEMI23,BH โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 19,277 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 32,598 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,128 ลบ
Market View
- DJIA -0.17%, S&P500 -0.06%, Nasdaq -0.06% โดยกลุ่มบริการสุขภาพ -0.84%, สื่อสาร -0.72% ขณะที่กลุ่มอสังหาฯ +1.2%, อุตสาหกรรม +0.65% สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -0.29%, S&P500 -0.38%, Nasdaq -0.66% WoW หลังเม็ดเงินออกจากกลุ่มเทคโนโลยีเข้าสู่หุ้นขนาดกลาง & เล็กในดัชนี Russall 2000 +2.0% WoW ส่วนกลุ่มการเงินใน S&P500 ถูกกดดันหลัง ปธน.ทรัมป์เสนอให้ลดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตลงมาอยู่ที่ 10% เป็นเวลา 1 ปี จะเริ่มวันที่ 20 ม.ค. นี้ ขณะที่ศาลฎีกาสหรัฐยังไม่มีคำตัดสินต่อ ม.เก็บภาษีศุลกากรของ ปธน.ทรัมป์ ซึ่งหากผิดอาจส่งผลให้รัฐบาลต้องคืนเงินราว $1.3 แสน ล. ค่ำวันนี้ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิงส์ จูเนียร์, วันพฤหัสติดตาม US GDP Q3/68 คาด 3% QoQ, US PCE พ.ย. , วันศุกร์ US PMI ภาคผลิต & บริการ & ม.มิขิแกนรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค. รวมถึงการรายงบของ Netflix, J&J, Intel
- Stoxx600 ยุโรป +0.77% WoW ทำจุดสูงสุดใหม่ ได้แรงหนุนจากกลุ่มป้องกันประเทศ, สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ, น้ำมัน หลังปัจจัยเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์อิหร่าน & เวเนซุเอลาสูงขึ้น แต่แรงกดดันได้ลดลงหลังการประท้วงในอิหร่านได้ยุติลง ส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เช่น ASML, BESI ปรับขึ้นหลัง TSMC รายงานกำไร Q4/68 ดีกว่าคาด สัปดาห์นี้วันพุธติดตาม CPI อังกฤษ ธ.ค. วันศุกร์ PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซน, อังกฤษ ม.ค. และรายงานงบ Q4/68 บจ.ใน Stoxx600 ซึ่ง LSEG คาดกำไรจะหดตัว -4.1% YoY
- MSCI Asia Pacific X Japan +2.1% WoW ดัชนีนิเกอิ +3.8% WoW รับข่าวนายก ฯ ซานาเอะเตรียมยุบสภา ฯ ในวันที่ 23 ม.ค. นี้ เพื่อจัดเลือกตั้งใหม่ใน ก.พ. ซึ่งคาดพรรค LDP ของนายก ฯ ซานาเอะมีโอกาสชนะการเลือกตั้ง ซึ่งจะสามารถใช้ ม.ด้านการคลังแบบขยายตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +55 % WoW ทำจุดสูงสุดใหม่ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Samsung Electronics, SK Hynix หลัง TSMC รายงานกำไร Q4/68 +35% ทำสถิติสูงสุด ขณะทีดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.45% WoW หลัง กลต.จีนได้เพิ่มเกณฑ์การวางเงินหลักประกันขั้นต่ำสำหรับบัญชีมาร์จิ้นจาก 80% เป็น 100% ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ คือ GDP จีน Q4/68 คาด +4.5% & Q3/68 +4.8% YoY, วันอังคาร LPR จีน 1 & 5 ปี, วันศุกร์ผลประชุม BOJ และ CPI ญี่ปุ่น ธ.ค.
- SET +1.72% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 0 หมื่น ลบ. -1.1% WoW ต่างชาติซื้อ 7,577 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 669 ลบ. สถาบันขาย 8,197 ลบ. และรายย่อยขาย 49 ลบ. ดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มปิโตรเคมี +8.1% และบรรจุภัณฑ์ +7.1% WoW นำโดย SCC,SCGP หลังนักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรปีนี้มีโอกาสฟื้นตัวจากต่ำในปีก่อน กอปรจีนเผยเตรียมใช้ ม.ลดดอกเบี้ย, ลดเงินดาวน์เพื่อการซื้อสังหา ฯ เชิงพาณิชย์ รวมถึง ม.กระตุ้นการบริโภค ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่ม Global Play ขณะที่กลุ่มไอซีที +5.6% WoW นำโดย ADVANC,TRUE จากคาดการณ์กำไรในงวด Q4/68 ยังเติบโตได้ดี และกลุ่มโรงไฟฟ้า +3.4% WoW หลัง BOI ได้อนุมัติโครงการ Data Center ในกลุ่ม GULF, SINGTEL, AIS จำนวน 2 โครงการมูลค่า 3.72 หมื่น ลบ. สัปดาห์ก่อนตลาดหุ้นในกลุ่ม TIP ได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติซื้อ +$540.7 ล. WoW ซึ่งเป็นผลจากการสลับเม็ดเงินเพื่อลดความเสี่ยงจากตลาดหุ้นสหรัฐที่เทรดในระดับ P/E ค่อนข้างสูง กอปรกับภาวะ Election Rally ในตลาดหุ้นไทยก่อนที่จะมีลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งคาดจะได้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศได้ราว เม.ย. – พ.ค. นี้ ประเด็นสำคัญสัปดาห์นี้ติดตามการรายงานกำไร Q4/68 ของกลุ่มธนาคารซึ่ง BB Consensus คาด -17%QoQ, +2.8% YoY
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,260 – 1,270 แนวต้าน 1,280 – 1,290 คาดดัชนีได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่กระจายความเสี่ยงจากตลาดหุ้นสหรัฐไหลเข้าลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่มากขึ้น และรอประเมินผลกระทบหลังสหรัฐเตรียมเก็บเพิ่มภาษีศุลกากรกับประเทศที่ซื้อขายน้ำมันกับรัสเซีย แนะนำทยอยซื้อ ADVANC,TRUE,CPALL,CPN,GULF,PTT,OSP
- OSP* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 18.80 บาท)แนวโน้ม 4Q68 มีปัจจัยหนุนจากรายได้ในต่างประเทศโดยเฉพาะพม่าฟื้นตัว ส่งผลบวกต่อ GPM ประกอบกับการคุมค่าใช้จ่าย SG&A ที่ดีทำให้กำไรมีโอกาสฟื้นตัว QoQ, YoY สำหรับปี 69 ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต mid-single digit การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพทำให้รักษาระดับ GPM ได้ในระดับ 40% ทั้งนี้ตลาดคาดการณ์กำไรปี 69 อยู่ที่ 6 พันล้านบาท ทรงตัว YoY
- KCG* (ซื้อ/ ราคาเป้าหมายBloombergConsensus 11.00 บาท) กำไรสุทธิ 3Q68 อยู่ที่ 89 ลบ. (+16%YoY, -10%QoQ ) อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล แต่ YoY ยังโตดีหนุนจากสินค้ากลุ่ม Dairy และกลุ่ม Food and Bakery Ingredient ขณะที่ในส่วนของต้นทุนค่าใช้จ่าย ได้ประโยชน์จาก Solar Roof รวมถึงการเปิดใช้งาน KCG Logistic Park ด้านการดำเนินงานในช่วงไตรมาส4 นี้ คาดว่าจะดีได้ต่อเนื่อง เข้าสู่ High Season และมีปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐฯ รวมถึงได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรสุทธิ KCG* ปี68 และ69 จะอยู่ที่ 455 ลบ.(+12%YoY) และ 514 ลบ.(+13%YoY)
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI ก.พ. +$0.25 อยู่ที่ $59.44 / บาร์เรล, Brent มี.ค. +$0.37 อยู่ที่ $64.13/บาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบวันพฤหัสที่ผ่านมา -4% หลัง ปธน.ทรัมป์เผยการประท้วงในอิหร่านเริ่มผ่อนคลายลง ขณะที่นักลงทุนยังติดตามการนำเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย
Gold Update(-) Comex Gold ก.พ.-$28.30 อยู่ที่ $4,595.40/ออนซ์ หลังการประท้วงในอิหร่านเริ่มผ่อนคลายลง กอปรกับผลการประชุมเฟดวันที่ 28 ม.ค. ตลาดคาดยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75%
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ซื้อสุทธิ +540.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นไทย +240.86 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด +249.11 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +50.75 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 31.31 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.226 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +35 จุด อยู่ที่ 1,567
(-) BitCoin เช้านี้ -2.25% อยู่ที่ 92,823 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
30 ม.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ต่างประเทศ
19 ม.ค. CNดัชนีจีดีพี (GDP) ของจีน (ไตรมาส 4)
EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) (ธ.ค.)
22 ม.ค. US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 3)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index (พ.ย.)
23 ม.ค. JP การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (ม.ค.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (ม.ค.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio January 2026: PYLON*, GULF, ADVANC, PTTEP, IVL
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th