AT THE OPEN (#ATO)
SET Index พักตัว
หุ้นเด่นเลือก MTC
Market Strategy
SET Index คาดพักตามกรอบ 1235-1250 จุด กดดันจาก Sentiment ลบจากทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลง โดยระยะสั้นเน้น Selective Buy หุ้นที่ลงแรงเกินปัจจัยพื้นฐาน วันนี้เลือก MTC
สภาพแวดล้อมต่างประเทศขาดปัจจัยหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงในช่วง -0.1% ถึง -1% แรงกดดันมาจากแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคารจาก Sell on Fact หลังรายงานงบ 4Q68 ผสมผสาน (มีทั้งดีและแย่กว่าคาด) กลุ่มเทคฯที่ Valuation ตึงตัว และมุมมอง FED ลดดอกเบี้ยฯที่ตลาดยังคาดว่าจะไม่เร่งลดดอกเบี้ยฯ ใน 1H69 หลังรายงาน PPI เดือน พ.ย. ที่ขยายตัว 3%YoY มากกว่าตลาดคาด 2.7%YoY และยอดค้าปลีกเดือน พ.ย. ขยายตัว 0.6%MoM มากกว่าคาดที่ 0.5% MoM ส่วนเรื่องภาษีทรัมป์วานนี้ ศาลฯ ยังไม่ได้มี คำตัดสินและยังไม่ได้ระบุวันตัดสินที่แน่นอน ด้านราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้ปรับลงกว่า 1% หลังทรัมป์ส่งสัญญาณชะลอการโจมตีอิหร่านจึงเป็น Sentiment ลบต่อหุ้น Upstream และโรงกลั่น
ปัจจัยในประเทศให้ความสนใจไปที่การตีความงบ 4Q68 ของ TISCO และ KTC ที่โดยภาพรวมคุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่งน่าจะช่วยดึงความเชื่อมั่นต่อหุ้นหนุนกลุ่มไฟแนนซ์(ชอบ MTC KTC) ฟื้นตัว หลังตั้งแต่ต้นปีปรับลง 8%YTD เทียบ SET ที่ -1.2%YTD จากกังวลต่อกำลังซื้อในประเทศ ทั้งนี้ TISCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 1.64 พันล้านบาท ลดลง 4% YoY (ต่ำกว่าเราคาด 6% แต่ใกล้เคียงตลาดคาด) จาก Credit cost ที่สูงขึ้น และลดลง 5% QoQ จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ลดลง ด้านคุณภาพสินทรัพย์คุมได้ดีจากสัดส่วน NPLที่ลดลง 3 bps QoQ มาที่ 2.28% (คงคำแนะนำถือด้วยราคาเป้าหมาย 108 บาท) ด้าน KTC รายงานกำไรสุทธิ 2.08 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%YoY และ 6%QoQ สูงกว่าเราและตลาดคาด 7-10% เนื่องจากรายได้เติบโตดีและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) และ Credit Cost ลดลง สำหรับ NPL คุมได้ดีลดลง 6 bps QoQ มาที่ 1.79% (คงคำแนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 36 บาท)
Market Summary
SET Index ปิดที่ 1,244.3 จุด +9.00 จุด หรือ +0.73% กลุ่ม China Play อย่าง SCC +4.39% PTTGC +3.69% บวกจากตัวเลขส่งออกและนำเข้าจีนขยายตัว +6.6%YoY และนำเข้า +5.7%YoY ดีกว่าตลาดคาด 3.1%YoY และ 0.9%YoY กลุ่มพลังงานที่ปรับขึ้น 1.2% ตามราคาน้ำมันดิบ และหุ้นกลุ่ม Domestic Consumption อย่างไฟแนนซ์ +0.8% ค้าปลีก +0.7% หลังการรายงานงบ TISCO ที่แม้ออกมาใกล้เคียงตลาดคาด แต่คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง ส่วนหุ้นที่ปรับลง AMATA -1.32% ยังเผชิญแรงขาย ผิดหวัง presales และกำไร 4Q68 น่าจะไม่เด่น SISB -3.11% จากอัตราการเกิดเด็กไทยปี 68 ต่ำสุดในรอบ 75 ปี
DAILY Stock Pick
MTC
งบกลุ่มไฟแนนซ์เริ่มดี
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 47.00 บาท
KTC รายงานกำไร 4Q68 ที่ 2.1 พันลบ. (+10%YoY,+6%QoQ) ดีกว่าเราและตลาดคาด 7-10% จากการเติบโตของรายได้และรายจ่ายที่ลดลง ขณะที่ NPL ปรับตัวลดลง 6 bps เหลือ 1.79% คลายความกังวลหนี้เสีย หนุน Sentiment กลุ่มไฟแนนซ์
ราคาปัจจุบันของ MTC เท่ากับราคาในช่วงทำจุดต่ำสุดในเดือน มี.ค. 2563 ณ ปัจจุบันถูกขาย PE’69 ที่ 9 เท่า (-1.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ขณะที่การเติบโตของกำไรในปี 69-70 เฉลี่ย 8% เทียบกับกลุ่มที่ 6-7%
Technical View
แนวรับ : 27.50 บาท
แนวต้าน : 31.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 27.00 บาท
WEEKLY Stock Pick
GFPT
บาทอ่อน ผสานราคาไก่ฟื้นตัว
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 12.70 บาท
ค่าเงิน USDTHB อ่อนค่า 1% นับตั้งแต่แข็งค่ามากที่สุดในเดือน ธ.ค. ที่ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจาก BOT ออกมาตรการสกัดเงินบาทแข็ง เป็นปัจจัยหนุนกลุ่มส่งออกอย่าง GFPT
ราคาไก่เนื้อภายในประเทศ ฟื้นตัว อยู่ในระดับ 39 บาท/กิโลกรัม ในเดือน ธ.ค. จาก 36.5 บาท/กิโลกรัม ในเดือน ต.ค. หนุนจากอุปสงค์ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เราคาดกำไรไตรมาส 4 โต YoY ณ ปัจจุบัน ถูกซื้อขายที่ PE’69 เพียง 5.5 เท่า
Technical View
แนวรับ : 10.50 บาท
แนวต้าน : 11.50 บาท
จุดตัดขาดทุน : 10.00 บาท
KEY FACTOR
ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศของจีน เดือน ธ.ค. 2568 สะท้อนภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจนกว่าคาด โดย การส่งออกขยายตัว +6.6%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนและสูงกว่าคาดตลาดอย่างมีนัย แม้ยอดส่งออกไปสหรัฐจะหดตัวมากกว่า -30%YoY แต่ถูกชดเชยด้วยแรงส่งจากตลาดอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาเซียน แอฟริกา และยุโรป สะท้อนความสามารถในการปรับตัว ลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ การนำเข้าเพิ่มขึ้น +5.7%YoY สูงกว่าคาดเช่นกัน บ่งชี้อุปสงค์ฝั่งวัตถุดิบแม้การบริโภคภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ก็ตาม
ในเชิงนัยเชิงนโยบาย ตัวเลขเดือน ธ.ค. ชี้ว่าจีนสามารถรับมือแรงกดดันจากภาษีทรัมป์ได้ดีกว่าที่ตลาดกังวลในระยะสั้น (การเร่งส่งออกก่อนความไม่แน่นอนปี 2569 ในลักษณะ front-loading) ผสานกับโครงสร้างการส่งออกที่พึ่งพาตลาดเกิดใหม่มากขึ้น ถือเป็นภาพเชิงบวกที่ลดความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานของโลก
EYES ON
14 ม.ค. ดัชนี PPI สหรัฐฯ เดือน พ.ย., การส่งออก-นำเข้าจีน เดือน ธ.ค.
นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ