Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

98

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 14 ม.ค.69 ปิด +9.00 จุด อยู่ที่ 1,244.30 จุด มูลค่าการซื้อขาย 39,178 ลบ.ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,376 ลบ.สถาบันขาย 1,233 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 561 ลบ. และรายย่อยขาย 582 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 1,314 ลบ. ซื้อ PTT,PTTEP,MINT,,AOT,PTTGC และขาย ADVANC,TISCO,SCB,TRUE,BDMS มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,556 ลบ. หลักทรัพย์ที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,CNSEMI23,CNROBOAI23 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 19,886 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Short สุทธิรวม 27,621 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 725 ลบ

 Market View

  • DJIA -0.09%, S&P500 -0.53%, Nasdaq -1.0% จากแรงขายกลุ่มธนาคาร Wells Fargo -4.6% หลังรายงานกำไร Q4/68 ต่ำกว่าคาด ขณะที่ Citi Group -3.3%, Bank of America -3.7% แม้ว่าจะมีกำไรดีกว่าคาด แต่นักลงทุนกังวลต่อ ม.จำกัดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ 10% เป็นเวลา 1 ปี ของ ปธน.ทรัมป์ โดยนักลงทุนได้สลับเม็ดเงินออกจากกลุ่มเทคโนโลยี -1.45% เข้าสู่กลุ่มปลอดภัย เช่น สินค้าอุปโภค +1.18% และกลุ่มพลังงาน +2.2% จากความกังวลต่อสถานการณ์ในอิหร่าน ส่วนหุ้นกลุ่ม Cyber Securitiy เช่น Broadcom, Fortinet ปรับลดลง หลังจีนสั่งให้หยุดใช้ Software ความปลอดภัยจากสหรัฐ & อิหร่าน ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ US PPI ธ.ค. 3% สูงกว่าคาดที่ 2.7% YoY และยอดค้าปลีกสหรัฐ พ.ย. 0.6% & คาด 0.4% MoM ส่งผลให้เฟดอาจยังคงดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28 ม.ค.
  • Stoxx600 ยุโรป +0.18% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเคมีภัณฑ์ +2% นำโดย EMS Chemie บริษัทเคมีของสวิตเซอร์แลนด์ +8% หลัง UBS แนะนำซื้อ ส่วนกลุ่มบริการสุขภาพ +1.3% และกลุ่มเหมืองแร่ +1.8% ขณะที่กลุ่มป้องกันประเทศ -1.6% รอประเมินสถานการณ์ในอิหร่าน & เวเนซุเอลา ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวันศุกร์ติดตาม CPI เยอรมัน ธ.ค. คาดทรงตัวที่ 8% YoY
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ +1.48% ได้แรงหนุนกลุ่มเหมืองแร่ & กลุ่มส่งออก หลังรัฐบาลเตรียมประกาศยุบสภา ฯ ในวันที่ 23 ม.ค. เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ใน ก.พ. ซึ่งพรรค LDP ของนายก ฯ ทาคาอิจิ ยังได้รับคะแนนนิยมในระดับสูง ซึ่งจะเน้นนโยบายการคลังแบบขยายตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +0.65% ทำจุดสูงสุดใหม่ ได้แรงหนุนจาก Samsung Electronics +1.96%, ยานยนต์ Hyundai Motor +1.35% และกลุ่มค้าปลีก Shinsegae +4.2% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.31% หลัง กลต.จีนปรับเพิ่มเกณฑ์วางเงินประกันขั้นต่ำสำหรับบัญชี Margin จาก 80% เป็น 100% เพื่อควบคุมความเสี่ยง ขณะที่ตัวเลขส่งออกจีน ธ.ค.6% & พ.ย. 5.9% YoY , นำเข้าจีน ธ.ค. 5.7% & พ.ย. 1.9% YoY
  • SET +0.73% ปริมาณการซื้อขาย 9 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,376 ลบ. สถาบันขาย 1,233 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 561 ลบ. และรายย่อยขาย 582 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มปิโตรเคมี +3.0% นำโดย SCC +4.4% หลังนักลงทุนได้รับรู้ต่อผลประกอบการ Q4/68 อาจมีผลขาดทุนจากการยุติกิจการของ Noc Noc และคาดกำไรในงวด Q1/69 มีโอกาสกลับมาฟื้นตัว QoQ ส่วนกลุ่ม รพ. ก็เริ่มมีแรงซื้อ Cover Short หลังราคาหุ้น BH, BDMS อยู่ในโซนต่ำมาก  ขณะที่กลุ่มปลอดภัย เช่น ไอซีที +1.4% นำโดย ADVANC คาดกำไร Q4/68 +2% QoQ, +33% YoY และกลุ่มพลังงาน +1.2% ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นจากความกังวลต่อสถานการณ์ประท้วงในอิหร่าน โดยภาพรวมดัชนี SET ยังทรงตัวรอการรายงานกำไร Q4/68 ของกลุ่มธนาคารในสัปดาห์หน้า ซึ่ง BB คาด –17% QoQ, +2.8% YoY และยังอยู่ในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,230 – 1,240 แนวต้าน 1,250 – 1,260 คาดดัชนีทรงตัวรอการรายงานกำไร Q4/68 ขอกลุ่มธนาคารในสัปดาห์หน้า และรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำทยอยซื้อกลุ่มปลอดภัย & ปันผล เช่น  ADVANC, TRUE, GULF / เก็งกำไร PTT, PTTEP ได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น        
  • PTTEP (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย00 บาท) ได้รับ sentiment บวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางล่าสุดจากเหตุประท้วงในอิหร่าน ซึ่งหากมีการแทรกแซงโดยสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบ supply ในส่วนของ PTTEP คาดกำไร 4Q68 ที่1.77 หมื่นล้านบาท (+39%QoQ, -4%YoY) ฟื้นตัวเด่น QoQ จากปริมาณขายเฉลี่ยที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ลดลงด้วยผลของ volume effect รวมถึงการรับรู้กำไรรายการ non-recurring จำนวนมาก แนวโน้มกำไรปกติปี 69 ทรงตัวอาจไม่โดดเด่นแต่มีปัจจัยบวกชดเชยได้จากฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง จึงสามารถคาดหวังต่อ Dividend Yield ในระดับสูงราว 6-7% ต่อปี
  • TMAN* (ทะยอยซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 60 บาท) กำไรสุทธิ 9M68 อยู่ที่ 341 ลบ. -0.4%YoY แม้รายได้จะสามารถ +8.6%YoY และ กำไรขั้นต้น +6.4%YoY แต่มีปัจจัยกดดันฝั่ง SG&A จากการขยายทีมงานขาย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแนวโน้มการดำเนินงานปกติ 4Q68 มีโอกาสที่จะ +YoY +QoQ หนุนจากสภาพอากาศที่มีฝุ่นมาก และ การระบาดของโรคท้องถิ่นที่มาช้า โดย จำนวนเคสไข้หวัดใหญ่ในไทย 4Q68 +401%YoY +93%QoQ ด้าน TMAN* เอง ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 72 >4,000 ลบ. CAGR 10-15% และเติบโต Double Digit ในปี69 นี้ ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของ TMAN* ในปี69 ที่ระดับ 524 ลบ. PE ที่ 8x และ Dividen Yield ที่ 5%

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ก.พ. +$0.87 อยู่ที่ $62.02 / บาร์เรล, Brent มี.ค. +$1.05 อยู่ที่ $66.52/บาร์เรล จากความกังวลการประท้วงในอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน และ ปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณแทรกแซงอิหร่านด้วยการสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วง

 

Gold Update(+) Comex Gold ก.พ.+$36.60 อยู่ที่ $4,635.70/ออนซ์ ปิดทำจุดสูงสุดใหม่ โดยทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย กอปรคาดเฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลัง

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +149.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นไทย +75.51 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด +68.85 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +4.89 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 31.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.134 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -42 จุด อยู่ที่ 1,566

(+) BitCoin เช้านี้ +1.10% อยู่ที่ 96,330 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

12 ม.ค.     สรท. แถลงภาพรวมสถานการณ์การส่งออกไทย Outlook 2026

สัปดาห์ที่3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม

ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

 

ต่างประเทศ

13 ม.ค.     US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ธ.ค.)

                US ยอดขายบ้านใหม่  (ธ.ค.)

14 ม.ค.     US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (พ.ย.)

                US ดัชนียอดขายปลีก (เดือนต่อเดือน) (พ.ย.)

                US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales)  (ธ.ค.)

15 ม.ค.     US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  (ม.ค.)

 

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio January 2026: PYLON*, GULF, ADVANC, PTTEP, SHR*

 

 

 

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้