Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.ลิเบอเรเตอร์ : SCGP (Non-rated Bloomberg Cons.THB19.84)

95



Equality for All
SCGP : บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง


4Q25 คาดกำไรปกติทรงตัว q-q แต่มีรายการพิเศษทำให้กำไรสุทธิโต q-q : เราคาดปริมาณขายยังโต q-q จากอุปสงค์ในปท. ที่ดีจากฤดูกาล ขณะที่ในเวียดนามและอินโดนีเซียดีจากการเตรียมสต็อกก่อนเทศกาเต็ด อีกทั้งได้อานิสงส์จากการย้ายฐานการผลิตจากจีน และการนำเข้ากระดาษสำเร็จรูปจากจีนเพิ่มขึ้นจากความเข้มงวดการนำเข้ากระดาษ Recycle แต่ราคาขายได้รับแรงกดดันจากการที่อินเดียและจีนไม่สามารถส่งออกไปขายในสหรัฐจึงมาขายในยุโรปกดดันราคาขายลดลง อีกทั้งในส่วนราคาเยื่อกระดาษที่ลดลงจากอุปทานเพิ่มขึ้นทำให้ยอดขายทำได้แค่ทรงตัว q-q ที่ 30,433 ลบ. ขณะที่ในส่วนต้นทุนวัตถุดิบนั้นลดลง 10% q-q แต่จากมีการเหลื่อมของเวลาทำให้อาจไม่ได้รับผลบวกเต็มที่ อีกทั้งในส่วนราคาถ่านหินเพิ่มขึ้นจากอุปสงค์มากในช่วงหน้าหนาว และค่าขนส่งเพิ่มขึ้นทำให้อัตรากำไรขั้นต้นคาดหดตัวลง q-q ทำให้กำไรปกติคาดจะหดตัว 15% q-q ที่ 854 ลบ. แต่ไตรมาสนี้จะมีรายการพิเศษสุทธิราว 400 ลบ. ประกอบด้วย (Negative goodwill จากการซื้อกิจการ MYPAK เข้ามาในราคาต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์ของกิจการราว 1,000 ลบ. และมีค่าใช้จ่ายจากการเปลี่ยนสัญญาการซื้อขายก๊าซ 100 ลบ. และภาษีจ่าย) ทำให้กำไรสุทธิจะเพิ่มเป็น 1,254 ลบ. +32% q-q

Fajar การดำเนินงานทรงตัว q-q แต่มีรายการพิเศษ : คาดการดำเนินงานของ Fajar ยังขาดทุนอยู่แต่ยังทรงตัว q-q จากการปรับปรุงประสิทธิภาพและการลดต้นทุนต่าง ๆ ลงเพื่อช่วยให้การดำเนินงานดีขึ้น แต่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ 100 ลบ. จากการเปลี่ยนสัญญาถ่านหินทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้น q-q


อย่างไรก็ตาม คาดว่าปี 2026 หลังรวม MYPAK เข้ามาจะช่วยบริหารห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการปรับเงื่อนไขสัญญาใช้ถ่านหินเป็นก๊าซจะช่วยประหยัดต้นทุนราว 30-40 ลบ./เดือนในปี 2026 เป็นต้นไป


จีนห้ามนำเข้ากระดาษ recycle : จากการที่จีนเข้มงวดการนำเข้ากระดาษ Recycle คือห้ามนำเข้ากระดาษ RCP 100% ภายใต้อุปสงค์ฟื้นตัวทำให้เห็นการนำเข้ากระดาษสำเร็จรูปมาทดแทนทำให้เห็นปริมาณนำเข้าเพิ่มขึ้นราว 12% m-m เราคาดว่าประเด็นดังกล่าวยังเป็นปัจจัยให้ราคาขายทรงตัวได้


แนวโน้ม 1Q26 การดำเนินงานได้รับผลจากหยุดซ่อม แม้ปริมาณขายทรงตัว q-q : ผบห. คาดปริมาณขายใน 1Q26 ทรงตัว q-q โดยในไทยได้ผลบวกจากฤดูส่งออก และการสต็อกช่วงสงกรานต์ ส่วนตปท. คาดจะหดตัว q-q หลังตรุษจีนผ่านไปทำให้การนำเข้าลดลง ส่วนแนวโน้มต้นทุนคาดจะลดลงตามต้นทุนกระดาษที่ลดลง และได้ผลบวกจากการปรับสัญญาของ Fajar อีกทั้งอยู่ระหว่างการเพิ่มตลาดส่งออกใหม่ๆ อย่างอินเดียจากศักยภาพการเติบโตทั้งในปท. และส่งออก ซึ่งปัจจุบันบ. อยู่ระหว่างรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าในปท. ดังกล่าว แต่คาดว่าการดำเนินงานจะได้รับผลจากการหยุดซ่อมราว 16-19 วัน

 

แรงกดดันจากราคาขาย
“ แม้การดำเนินงานอาจยังไม่กลับสู่อดีต แต่การเน้นลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพของบ. ทำให้ช่วยลดผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงได้ ขณะที่ภาพอุปสงค์ยังโตตามการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ความครบวงจรของบ. ทำให้มีความได้เปรียบหากเทียบกับคู่แข่ง ขณะที่ตัวฉุดหลักอย่าง Fajar คาดยังขาดทุนอยู่ แต่คาดจะเห็นการฟื้นตัวขึ้นตามลำดับ
รอการฟื้นตัวของจีนจะลดผลกระทบทั้งการแข่งขันด้านราคา และหนุนกำลังซื้อให้ฟื้นตัว ยังชอบอยู่ แต่รอราคาหุ้นย่อลงจากแนวโน้ม 1Q26 ที่อาจได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทั้งการขายและการหยุดซ่อม ”


นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.th

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้