Pi Daily หุ้น US ผสมผสาน (Hard Ware ปรับลง) ประเมินตลาดเลือกจะ Wait & See รอดู Capex ของผู้ให้บริการ Data Center ส่วนหุ้นไทยหากไม่รวม DELTA SET INDEX จะปรับลงเพียง 3-4 จุด มองว่าหุ้นขนาดใหญ่ตัวอื่นๆอย่างธนาคารและสื่อสารจะรับปัจจัยบวกจากการ Rotate ของ DELTA คืนนี้รอติดตามแรงงานสหรัฐฯ หากแย่กว่าคาดการณ์จะดีกับทองคำและตลาดหุ้น
ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดบวก 270 จุด (+0.5%) ได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มผลิตยุทโธปกรณ์หลังจากทรัมป์เรียกร้องให้มีการเพิ่มงบกลาโหม ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 2% อุปทานน้ำมันจากรัสเซีย อิรัก และอิหร่าน อาจเผชิญภาวะชะงัก
เมื่อคืนสหรัฐฯประกาศผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 2.08 แสนรายดีกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 2.13 แสนราย พร้อมกับดุลการค้าที่ขาดดุลลดลงเหลือเพียง 59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนการตอบรับของสินทรัพย์ต่างๆพบว่าค่อนข้างกระจัดกระจายอย่างหุ้นสหรัฐฯกลุ่มผลิตสินค้าเกี่ยวข้องกับ AI , Data Center ปรับลง (NVIDIA -2% AVGO -3.2% AMD -2.5% MU -3.7% แต่สวนทางกับผู้ให้บริการ Cloud , Data Center อย่าง Alphabet +1% Amazon +2%) ประเมินตลาดอยู่ในช่วงรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับผลประกอบการที่จะทยอยรายงานโดยเฉพาะงบลงทุนและยอดขายของกลุ่ม Hardware ซึ่งน่าจะประกาศในเร็วๆนี้ หากยังมีทิศทางขยายตัวได้ดีก็เชื่อว่าตลาดจะตอบรับเชิงบวก ด้าน US Bond Yield กลับมาฟื้นตัวในระดับนึงส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าคนขอรับสวัสดิการว่างงานมิได้ย่ำแย่มากนักพร้อมกับทองคำที่กลับมาฟื้นตัว (+GOLD03) คืนนี้รอติดตามตัวเลขสำคัญอย่างการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงาน Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 6.6 หมื่นรายและ 4.5% ตามลำดับ หากรายงานแย่กว่าคาดการณ์มองเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดและทองคำ (+GOLD03 +GOOGL03) ด้านปัจจัยในประเทศเมื่อวานที่ผ่านมา DELTA ปรับลงจากข่าวการขายหุ้น Big Lot ในช่วงราคา 170 – 175 ส่งผลให้ SET INDEX ปรับลง 27 จุด แต่อย่างไรก็ตามกว่าการปรับลงราว 24 จุดมาจาก DELTA หากไม่รวม SET จะปรับลงเพียง 3-4 จุดเท่านั้น SET INDEX ยังอยู่ในช่วงไร้ปัจจัยใหม่ๆ (ข่าวบวกไม่มีแต่เริ่มเผชิญข่าวร้ายจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติต้นปี -8%YoY ผสานกับกำไรบริษัทที่เริ่มรายงานมาอย่าง AEONTS ต่ำกว่านักวิเคราะห์ประเมินไว้ (-14%) โดยมีปัจจัยบวกเพียงเลือกตั้งช่วงปลายเดือน ม.ค. แต่หลังจากนี้รอติดตามผลประกอบการที่จะทยอยรายงานในสัปดาห์หน้า หากรายงานแล้วดีกว่าคาดการณ์จะเป็นปัจจัยหนุนต่อตลาดหุ้นไทย วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1245 – 1260 อาจได้แรงหนุนระยะสั้นจากกลุ่มน้ำมันตามราคาพลังงานที่ปรับขึ้น แต่ยังคาดหวัง Upside ข้างบนได้ไม่มากนักด้วยปัจจัยพื้นฐานที่กดดัน ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นเน้นที่กลุ่มน้ำมัน (PTTEP) กลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) แม้จะปรับขึ้นมาแต่มองเป็นกลุ่มรับเม็ดเงินจาก DELTA รวมไปถึงสื่อสาร (ADVANC) กลุ่มที่ไม่อิงกับเศรษฐกิจไทย (TU MINT ITC)
SCB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 146.00 บาท)
คาดกำไรสุทธิปี 2025 เติบโต 10% แต่จะปรับลดลง 2% ในปี 2026 จุดเด่นของ SCB อยู่ที่คุณภาพสินเชื่อแข็งแกร่งและการจ่ายเงินปันผลสูงในกลุ่มธนาคาร โดยคาดจะให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่ 8.3% ในปี 2026
TU (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 15.30 บาท)
แนวโน้มช่วง 4Q25 เบื้องต้นคาดรายได้ทรงตัวจาก 3Q25 แม้จะไม่ใช่ช่วง High Seasons ของการส่งออกแต่จะได้รับผลดีจากการปรับราคาขายเต็มไตรมาส