Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

135

 


TARIFF จะผิดกฏหมายหรือไม่ จับตาคืนวันศุกร์นี้

 

HORIZON MARKET VIEW
• ศาลฎีกาสหรัฐฯ อาจตัดสินคดีมาตรการภาษีของทรัมป์ต่อการใช้กฎหมาย IEEPAเพื่อเก็บภาษีจากประเทศคู่ค้า เร็วที่สุดในวันศุกร์นี้(9 ม.ค.68) เวลา 10.00 น. (ET)ทั้งนี้โดยปกติศาลจะไม่บอกล่วงหน้าว่าคดีใดพร้อมตัดสิน โดยจะเพียงระบุว่า อาจมีคำตัดสินในคดีที่มีการไต่สวนแล้ว ขณะที่ผลสำรวจจาก KAISHI และ POLYMARKETคาดคดีดังกล่าวมีโอกาสชนะค่อนข้างต่ำ
• ขณะเดียวกันมีบริษัทกว่า 1,000 แห่งทั่วโลก ได้ยื่นฟ้องเพื่อขอคืนเงินภาษีฯ ที่จ่ายไปแล้ว ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจประเภทเสื้อผ้าและสิ่งทอ อุตสาหกรรมยานยนต์ ค้าปลีก ค้าส่งเป็นต้น ซึ่งภายใต้กฎหมาย IEEPA มีการเรียกเก็บภาษีฯ ไปแล้วราว 1.33 แสนล้านดอลลาร์ โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง จึงต้องติดตามผลคำตัดสินของศาลอย่างใกล้ชิด ต่อทิศทางการเดินหน้ามาตรการภาษีฯ รวมถึงเงื่อนไขที่ตามมา

 


REGION RADAR
• สถิติของกระทรวงคมนาคมและขนส่งจีนรายงายปริมาณการเดินทางของประชาชนข้ามภูมิภาคทั่วประเทศในระหว่างวันที่ 1–3มกราคม อยู่ที่ราว 590 ล้านคน +15.5% YOY แนะนำเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว อาทิ CHINA TOURISM DUTY FREE (1880 HK)
• รายได้เฉลี่ยต่อห้อง (REVPAR) ไตรมาส 4/25 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4%YOY (VS. ไตรมาส 3/25 ลดลง 2% YOY) หนุนจากราคาห้องพักที่เพิ่มขึ้น 6% YOY แนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่มโรงแรมจีนที่มีการเติบโตในระดับสูง ได้แก่ ATOUR LIFESTYLE (ATAT US)


THAI FOCUS
• ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่เศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพในอดีต โดยคาดการณ์ว่าในปี 2026 GDP จะโตเพียง 1.8% ซึ่งถือเป็นสถิติที่ต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1994 จาก 2 ปัจจัย คือ 1.ส่งออกที่โดนค่าเงินกดดัน 2.ตกขบวนสินค้าส่งออกกลุ่ม TECH
• แม้จะมีการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดกว่า 1 หมื่นล้านบาทในแต่ละครั้ง แต่เงินเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในตะกร้าคำนวณเงินเฟ้อ ทำให้ความหวังจึงต้องรอไปที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งแทน ซึ่งคาดจะเห็นเป็นรูปธรรมในช่วง 2H69

 

SYNAPSE STRATEGY
• เม็ดเงินอาจจะหมุนเข้าตลาดหุ้น EMERGING มากขึ้น จากการกะเก็งว่า TARIFF อาจผิดกฎหมาย และศาลฎีกาอาจตัดสินเร็วๆ นี้แนะนำเก็งกำไร DR ในตลาดหุ้นที่ถูกเก็บ RECIPROCAL TARIFFสูง INDIA01, HK01, E1VFN3001 รวมถึงหุ้นสหรัฐนำเข้าCOSTCO19, AMZN80
• เช่นเดียวกับหุ้นไทย แนะดักเก็งกำไร หุ้นที่ถูกผลกระทบจาก TARIFFอย่าง หุ้นส่งออก DELTA, KCE, HANA, CCET, CPF,TU, ITC, หุ้นนิคม WHA, AMATA และหุ้นประกัน BLA


HORIZON MARKET VIEW
จับตาศาลสูงสุดสหรัฐฯ เตรียมตัดสินคดีภาษีของทรัมป์ (PART 1)
ศาลฎีกาสหรัฐฯ อาจตัดสินคดีมาตรการภาษีของทรัมป์ต่อการใช้กฎหมาย IEEPA เพื่อเก็บภาษีจากประเทศคู่ค้าเร็วที่สุดในวันศุกร์นี้(9 ม.ค.68) เวลา 10.00 น. (ET) ทั้งนี้โดยปกติศาลจะไม่บอกล่วงหน้าว่าคดีใดพร้อมตัดสินโดยจะเพียงระบุว่า อาจมีคำตัดสินในคดีที่มีการไต่สวนแล้ว ขณะที่ผลสำรวจจาก KAISHI และ POLYMARKETคาดคดีดังกล่าวมีโอกาสชนะค่อนข้างต่ำ

 

ขณะเดียวกันมีบริษัทกว่า 1,000 แห่งทั่วโลก ได้ยื่นฟ้องเพื่อขอคืนเงินภาษีศุลกากรที่จ่ายไปแล้ว ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจประเภทเสื้อผ้าและสิ่งทอ อุตสาหกรรมยานยนต์ ค้าปลีก ค้าส่ง เป็นต้น ซึ่งภายใต้กฎหมาย IEEPA มีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรไปแล้วราว 1.33 แสนล้านดอลลาร์ (ข้อมูล ณ 14 ธ.ค. 68) โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้าง จึงต้องติดตามผลคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ต่อทิศทางการเดินหน้ามาตรการภาษีฯรวมถึงเงื่อนไขต่างๆ ที่ตามมาหากมองในแง่มุมของฐานะการคลังสหรัฐฯ ยังดูน่าเป็นห่วง ทั้งการขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง โดย ม.ค.- พ.ย.68 -457.6 พันล้านเหรียญฯ และเมื่อเทียบกับ GDP มีสัดส่วน -5.3% รวมถึงหนี้สาธารณอยู่ในระดับสูง ล่าสุด2Q68 ราว 119% (3.6 หมื่นล้านล้านบาท)


REGION RADAR
นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวในจีนช่วงปีใหม่ล้นหลาม
สถิติของกระทรวงคมนาคมและขนส่งจีนรายงายปริมาณการเดินทางของประชาชนข้ามภูมิภาคทั่วประเทศในระหว่างวันที่ 1–3 มกราคม (ช่วงปีใหม่) อยู่ที่ราว 590 ล้านคน +15.5% YOY


รายได้เฉลี่ยต่อห้อง (REVPAR) ไตรมาส 4/25 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% YOY (VS. ไตรมาส 3/25 ลดลง 2% YOY)หนุนจากราคาห้องพักที่เพิ่มขึ้น 6% YOY


สถิติย้อนหลังรายเดือนของหุ้นกลุ่มโรงแรมจีนมักปรับตัวขึ้นได้ดีช่วงเดือน ม.ค. และ ก.พ.สถิติย้อนหลัง 5 ปีพบว่า ราคาหุ้นโรงแรมที่ใหญ่สุดในจีนอย่าง H-WORLD มักปรับตัวขึ้นได้ดีในเดือน ม.ค. และก.พ. เฉลี่ยราว 3% และ 10% ตามลำดับ หนุนจากการท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่และช่วงเทศกาลตรุษจีน

สถิติย้อนหลัง 5 ปีพบว่า ราคาหุ้นโรงแรมจีนอย่าง ATOUR LIFESTYLE มักปรับตัวขึ้นได้ดีในเดือน ม.ค. และ ก.พ.เฉลี่ยราว 17% และ 7% ตามลำดับ หนุนจากการท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่และช่วงเทศกาลตรุษจีน

นอกจากนี้ ยังมีหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวที่จะได้ประโยชน์โดยตรงจากการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจีนที่มากขึ้นและได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายของทางรัฐบาลจีน คือ CHINA TOURISM DUTY FREE (1880 HK) โดยหุ้นตัวนี้เป็นหุ้นแนะนำในกลุ่มท่องเที่ยวในปี 2026 ซึ่งบริษัทได้แรงหนุนจากการปรับนโยบาย DUTY-FREE ที่ผ่อนคลายมากขึ้นในมณฑลไห่หนานซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท

 

THAI FOCUS
เงินเฟ้อยังติดลบ ส่วนโครงสร้าง GDP ไทยยังน่าเป็นห่วงในระยะยาว ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่เศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพในอดีต โดยคาดการณ์ว่าในปี2026 GDP จะโตเพียง1.8% ซึ่งถือเป็นสถิติที่ต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1994 (หากไม่นับปีที่เกิดวิกฤตการณ์ใหญ่) สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่ดับลง ใน 2 ปัจจัยใหญ่
• ภาคการส่งออกไม่ได้เป็นพระเอกเหมือนอดีต : ภาคส่งออกไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เหมือนเดิม(การเติบโต YOY ของหลายหมวดหมู่สินค้าหายไป) ส่วนหนึ่งมาจากความผันผวนของค่าเงินบาทแข็งค่ากว่า 10%ในปีที่ผ่านมา กระทบต่อผู้ส่งออกซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของรายได้ในไทย
• เทคโนโลยีที่ล้าสมัย (OLD ECONOMY) : ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เพราะโครงสร้างสินค้าส่งออกไทยยังเป็นอุตสาหกรรมยุคเก่า ในขณะที่ตลาดโลกต้องการสินค้า TECHNOLOGY & AI ทำให้ไทยได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของโลกน้อยมาก

อีกทั้งปัญหาที่น่ากังวลกว่าตัวเลข GDP คือ การรุกรานจาก SUPPLY CHAIN จีน โดยสัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากจีนพุ่งสูงขึ้นถึง 31% ซึ่งถือเป็นระดับที่รุนแรงต่อเนื่อง สินค้าจีนที่เข้ามาตีตลาดทำให้ผู้ผลิตไทย (โดยเฉพาะSME) ไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ส่งผลให้ภาคการผลิตไทยเสี่ยงที่หยุดชะงัก ซึ่งหากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขไทยจะเปลี่ยนสถานะจาก ฐานการผลิต กลายเป็นเพียงผู้บริโภค ที่ต้องพึ่งพาสินค้านำเข้า ซึ่งจะทำให้ดุลการค้าและเศรษฐกิจระยะยาวเปราะบางยิ่งขึ้นไปอีก


ในขณะที่เศรษฐกิจไทยโตต่ำ ทำให้เงินเฟ้อไทยยังติดลบต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ ธ.ค.68 ออกมา -0.28%YOY ส่วนCORE CPI ก็ชะลอลงจากเดือนก่อน และปี 2569 ธปท.คาดว่าจะยังคงต่ำมากเพียง0-1%YOY เท่านั้นแม้จะมีการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดกว่า 1 หมื่นล้านบาทในแต่ละครั้ง แต่เงินเหล่านี้ (ค่าป้าย, ค่าเช่า,ค่าแรงชั่วคราว) ไม่ได้อยู่ในตะกร้าคำนวณเงินเฟ้อและมีผลต่อเศรษฐกิจจริงน้อยเกินไป ทำให้ความหวังจึงต้องรอไปที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้งแทน ซึ่งคาดจะเห็นเป็นรูปธรรมในช่วง 2H69

SYNAPSE STRATEGY
หาหุ้นดักเก็งกำไร เผื่อศาลฏีกาตัดสินว่า TARIFF ผิดกฏหมายเม็ดเงินอาจจะหมุนเข้าตลาดหุ้น EMERGING มากขึ้น จากการกะเก็งว่า TARIFF อาจผิดกฎหมาย และศาลฎีกา
อาจตัดสินในคืนวันศุกร์นี้ แนะนำเก็งกำไร DR ในตลาดหุ้นในประเทศที่ถูกเก็บ RECIPROCAL TARIFF สูง อินเดียราว 50% (DR: INDIA01), จีนราว 30% (DR:HK01), เวียดนามราว 20% (DR:E1VFN3001) รวมถึงหุ้นสหรัฐนำเข้าสินค้าหลายชนิดจากต่างประเทศ COSTCO19, AMZN80เช่นเดียวกับหุ้นไทย แนะดักเก็งกำไร หุ้นที่ถูกผลกระทบจาก TARIFF อย่าง หุ้นส่งออก DELTA, KCE, HANA,CCET, CPF, TU, ITC, หุ้นนิคม WHA, AMATA และหุ้นประกัน BLA



Research Division
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 075365
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : SYNTEC ตั้ง " เดลต้า อินฟรา ทู" ลุยพลังงานทดแทน

SYNTEC ตั้งบริษัทย่อย "เดลต้า อินฟรา ทู" รองรับแผนขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน ด้วยทุนจดทะเบียน 24 ล้านบาท

คืนนี้ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ นักลงทุนทั่วโลก รอดูคำตัดสินศาลฎีกา "ภาษีทรัมป์" บ้านเรา คืนนี้ คงรู้ผล ประกอบกับ จับตา.....

มัลติมีเดีย

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้