Market Wrap-Up
- SET วันที่ 7 ม.ค.69 ปิด +6.07 จุด อยู่ที่ 1,280.82 จุด มูลค่าการซื้อขาย 38,904 ลบ. ลบ. ต่างชาติซื้อ 480 ลบ. รายย่อยซื้อ 705 ลบ.พอร์ตโบรกขาย 187 ลบ. และสถาบันขาย 998 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 311 ลบ. โดยยอดซื้อ PTTGC,IVL,BH,BANPU,SCC และขาย DELTA,PTTEP,ADVANC,TTB,BBL มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,890 ลบ. โดยหลักทรัพย์ที่มีสัดส่วน Short Sales สูง เช่น CNSTAR5023, CNROBOAI23, CNSEMI23 ส่วนตลาด Futures นักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 3,363 สัญญา โดยมียอด Short สุทธิ 6,540 สัญญา YTD และต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,510 ลบ
Market View
- DJIA -0.94%, S&P500 -0.34%, Nasdaq +0.16% จากแรงขายกลุ่มสาธารณูปโภค -2.4%, อุต ฯ -1.9% และกลุ่มการเงิน JPMorgan -2.3%, Blackstone -5.5% ส่วนบริษัททำธุรกิจซื้ออสังหา ฯ ก็ปรับลดลง หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งห้ามกว้านซื้อบ้านเดี่ยว โดยมีเป้าหมายทำให้ราคาบ้านลดลง ขณะที่กลุ่มยุทโธปกรณ์ เช่น Lockheed Martin -4.8% หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งห้ามจ่ายเงินปันผล & ซื้อหุ้นคืน จนกว่าจะแก้ไขปัญหาด้านการผลิตได้ โดย Nasdaq ยังได้แรงหนุนหลัง Anthropic ผู้สร้างแชตบอต Claude เตรียมระดมทุนหลานพัน ล.ดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าของบริษัทสูงถึง 3.5 แสน ล.ดอลลาร์ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ JOLTs เผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานสหรัฐ พ.ย. ชะลอตัวอยู่ที่ 7.146 ล.ราย & ต.ค. 7.45 ล.ราย และ ADP เผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ ธ.ค. เพิ่มขึ้น 41,000 น้อยกว่าคาดที่ 49,000 ราย โดยวันศุกร์ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ธ.ค.คาดเพิ่มขึ้น 57,000 & พ.ย. 64,000 ราย และอัตราว่างงานสหรัฐ ธ.ค. คาด 4.5% & พ.ย. 4.6%
- Stoxx600 ยุโรป -0.05% จากแรงขายกลุ่มพลังงาน -2.2% นำโดย Shell & BP ปรับลดลงกว่า -3% ,กลุ่มธนาคาร -1.7% และกลุ่มผู้ผลิตชิป ASML -1% ขณะที่กลุ่มอสังหา ฯ และก่อสร้างปรับขึ้น หลังข้อมูล CPI ยูโรโซน ธ.ค. ชะลอตัวอยู่ที่ 2.0% & พ.ย. 2.1% ส่งผลให้ ECB ยังสามารถคงดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ -1.06% จากแรงขายกลุ่มเหมืองแร่, ผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน ขณะที่จีนออก ม.จำกัดการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้ 2 ทาง (Dual-Use Items) ไปยังตลาดญี่ปุ่น รวมถึงการควบคุมการส่งออกแร่หายากและชิปเซมิคอนดักเตอร์ หลังรัฐบาลจีนไม่พอใจความเห็นของนายก ฯ ญี่ปุ่นในประเด็นเสรีภาพของไต้หวัน ขณะที่ Kospi เกาหลีใต้ +0.57% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยีและยานยนต์ ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.05% หลัง ธ.กลางจีนส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยนโยบายและอัตรา RRR ในปีนี้ เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศและเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ SME
- SET วานนี้ +0.48% ปริมาณการซื้อขาย 89 หมื่น ลบ. ต่างชาติซื้อ 480 ลบ. รายย่อยซื้อ 705 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 187 ลบ. และสถาบันขาย 998 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มปิโตรเคมี +5.5%, บรรจุภัณฑ์ +4.4% นำโดย SCC,PTTGC,IVL,SCGP จากคาดการณ์กำไรปีนี้มีโอกาสฟื้นตัวจากฐานต่ำในปีก่อน กอปรกับคาดจะได้ปัจจัยหนุนจากต้นทุน Feed Stock มีแนวโน้มลดลงตามราคาน้ำมันดิบ หลังสหรัฐวางแผนนำน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาเข้าสู่ตลาดราว 30 – 50 ล.บาร์เรล ส่วนทางด้านอุปสงค์ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีก็มีแนวโน้มฟื้นตัวตาม ม.กระตุ้นเศรษฐกิจจีนรอบใหม่ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ ธปท.คาด GDP ไทยปี 69 เติบโตอยู่ที่ 1.5% ชะลอตัวจากปี 68 ที่ 2.2% YoY ถูกกดดันจากการส่งออกปี 69 คาดจะเติบโตเพียง +0.6% และยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม คือ ภาษีศุลกากรสหรัฐ และงบประมาณปี 70 อาจล่าช้า ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ คือ Delta International Holding เตรียมเสนอขายหุ้น DELTA จำนวน 45.8 ล.หุ้น ในช่วงราคา 171 – 175 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาบนกระดาน 6 – 8% อาจส่งผลให้ดัชนี SET ผันผวนสูง
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,260 - 1,270 แนวต้าน 1,290 ซึ่งคาดดัชนีมีโอกาสผันผวนจากข่าวการขายหุ้น DELTA จำนวน 45.8 ล.หุ้นในราคาต่ำกว่าตลาด 6 – 8% โดยเม็ดเงินมีโอกาสสลับเข้ากลุ่มธนาคาร, ไอซีที, โรงไฟฟ้า แนะนำทยอยซื้อกลุ่มปลอดภัย & ปันผลสูง เช่น ADVANC, SCB, TTB, AP, LH , 3BBIF, DIF/ กลุ่มโรงไฟฟ้า GULF, GSPC ได้แรงหนุนจากต้นทุนก๊าซเริ่มปรับลดลง / เก็งกำไร CBG หลัง ตลท.กำลังพิจารณาผ่อนเกณฑ์การนำธุรกิจแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียน
- TACC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 6.45 บาท) งวด3Q68 รายงานกำไรสุทธิ 90 ล้านบาท +14%QoQ, +48%YoY มีปัจจัยหนุนจากรายได้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามแผนการขยายสาขาของ 7-11 และร้านกาแฟพันธ์ไทย ด้าน GPM ทรงตัวในระดับ 32% แม้ต้นทุนเมล็ดกาแฟเพิ่มขึ้น QoQ เช่นเดียวกับ SG&A ที่ทรงตัวได้สะท้อนการบริหารค่าใช้จ่ายได้ดี แนวโน้ม 4Q68 คาดรายได้และกำไรเร่งขึ้นตาม seasonal ส่วนในปี 69 ตั้งเป้ารายได้โต 10-15%YoY ตามจำนวนร้านกาแฟพันธ์ไทยที่เร่งขยายสาขา ส่วน 7-11 จะเน้นเพิ่มสินค้าใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อขยายฐานลูกค้า คาดรักษา GPM 32% ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 68-69 ที่ 310 ล้านบาท +26%YoY และ 334 ล้านบาท +8%YoY valuation ปัจจุบัน PER ราว 10 เท่า Yield 9-10%
- GLOBAL* (ซื้อเก็งกำไร/ ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 7.74 บาท) คาดหวังใน Demand การซ่อมแซมหลังน้ำท่วมที่จะเริ่มเข้ามาในธ.ค.68 ด้านกำไรสุทธิ 3Q68 อยู่ที่ 392 ลบ.(+8%YoY,-25%QoQ) อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล ส่วน YoY สามารถเป็นบวกได้แม้ SSSG -0.89%YoY แต่ชดเชยด้วยสาขาใหม่และการเพิ่มยอดสินค้าHouse Brand(ส่งผลบวกต่อ GPM)ทั้งนี้ ในส่วนของภาพการดำเนินงานปกติ 4Q68-1Q69 คาดว่า QoQ มีโอกาสบวกได้ตามฤดูกาล ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิในปี68 และ69 ของ GLOBAL* จะอยู่ที่ 2,048 ลบ.(-14%YoY) และ 2,258 ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ก.พ. -$1.14 อยู่ที่ $55.99 / บาร์เรล, Brent มี.ค. -$0.74 อยู่ที่ $59.96/บาร์เรล หลังสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลามูลค่า 2 พัน ล.ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นปริมาณน้ำมัน 30 – 50 ล.บาร์เรล เพื่อนำรายได้มาใช้ประโยชน์เพื่อประชาชนในเวเนซุเอลาและสหรัฐ ขณะที่ EIA เผยสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านลดลง 3.8 ล.บาร์เรล & คาดจะเพิ่ม 447,000 บาร์เรล
Gold Update(-) Comex Gold ก.พ.-$33.60 อยู่ที่ $4,462.50/ออนซ์ ถูกแรงขายทำกำไร โดยช่วงต้นสัปดาหัสัญญาทองคำปรับขึ้นรับต่อปัจจัยเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในเวเนซุเอลา และวันศุกร์นี้รอติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ธ.ค. เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐ
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +30.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นไทย +15.33 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด +11.98 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +3.41 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 31.38 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.155 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -54 จุด อยู่ที่ 1,776
(-) BitCoin เช้านี้ -1.18% อยู่ที่ 91,357 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่2 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย
(ม.ค.)
ต่างประเทศ
05 ม.ค. US ดัชนี PMI ภาคการผลิตจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) (ธ.ค.)
06 ม.ค. US ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) (ธ.ค.)
07 ม.ค. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) (ธ.ค.)
US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)(ธ.ค.)
US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (พ.ย.)
09 ม.ค. US อัตราการว่างงาน (ธ.ค.)
US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เดือนต่อเดือน) (ธ.ค.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio January 2026: PYLON*, BDMS, ADVANC, AMATA, SHR*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th