Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

InnovestX คาดวันนี้ DELTA กลับมากดดัน SET หลังขาย Big Lot ที่ราคา 171–175 บาท

128

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 8 มกราคม 2569 )----- InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ประจำวันที่ 8 มกราคม 2569 คาดตลาดแกว่งตัวลง จากแรงกดดันจิตวิทยาระยะสั้นหลัง DELTA ขาย Big Lot ที่ราคา 171–175 บาท หากราคาปรับลงเข้าใกล้ระดับดังกล่าว อาจสร้าง Downside ต่อ SET ราว 11–15 จุด อย่างไรก็ดีข้อมูลในอดีตชี้ว่าราคาหุ้นมักไม่ปรับตัวลงถึงราคาขาย ปัจจัยภายนอก ตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแรง ทั้ง JOLTS และ ADP ต่ำกว่าคาด แต่ตลาดยังคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยปลายเดือนนี้ ทางเทคนิค แนวรับหลักอยู่ที่ 1270/1260 ไม่ควรหลุดหากพักเพื่อขึ้น แนวต้าน 1280/1285


ประเด็นสำคัญ
• ภาวะเงินเฟ้อไทยใน ธ.ค. 2568 หดตัว 0.28%YoY ใกล้เคียงตลาดคาดแต่หดตัวน้อยกว่าที่เราคาดไว้ เป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 กดดันจากราคาอาหารและพลังงาน ทำให้เงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2568 หดตัว 0.14% ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ด้าน สนค. ประเมินเงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2569 จะขยายตัวในกรอบ 0-1%
• กกร. ประเมิน ศก. ไทยในปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี (ไม่รวมช่วงวิกฤต) และต่ำที่สุดในภูมิภาค จากความเปราะบางในเชิงโครงสร้าง, ศก. นอกระบบที่มีขนาดใหญ่ และหนี้ครัวเรือน และกังวลภาวะบาทแข็งค่าแรงจะเป็นปัจจัยกดดันเสมือนกับที่ภาคธุรกิจเผชิญมาตรการภาษีสหรัฐฯ และจะยิ่งซ้ำเติมกลุ่มส่งออก
• ThaiBMA เผยมูลค่าคงค้างตราสารหนี้ไทย ณ สิ้นปี 2568 ที่ 17.91 ล้านลบ. (96% ของ GDP) หนุนจากตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลักซึ่งมีการออกเพิ่มขึ้น 4.7%YoY ขณะที่การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนลดลง 3.5%YoY และประเมินมูลค่าการออกหุ้นกู้ภาคเอกชนในปี 2569 จะทรงตัวจากปีก่อนราว 8.8-9.0 แสนลบ.
• จำนวนตำแหน่งงานเปิดใหม่ (JOLTS) สหรัฐฯ ใน พ.ย. 2568 ลดลงสู่ 7.15 ล้านตำแหน่ง ต่ำที่สุดในรอบ 1 ปี ส่วนการจ้างงานของภาคเอกชนโดย ADP ใน ธ.ค. 2568 เพิ่มขึ้นสู่ 41,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาด สะท้อนตลาดแรงงานที่อ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง
• ธนาคารกลางจีน (PBOC) ให้คำมั่นจะเดินหน้านโยบายการเงินแบบผ่อนคลายปานกลางในปี 2569 เช่น การลดอัตราส่วนการกันสำรองของ ธพ. (RRR) และอัตราดอกเบี้ย เป็น Sentiment เชิงบวกระยะสั้นต่อหุ้น China Play อย่าง SCC SCGP IVL PTTGC เป็นต้น

 

 

กลยุทธ์
ช่วงสั้นมอง SET จะผันผวนในกรอบ 1250–1320 จุด โดยคาดบรรยากาศลงทุนมีแรงหนุนจาก January Effect ซึ่งจากสถิติย้อนหลัง 5 ปี (2564–2568) ช่วงสัปดาห์แรกของวันทำการหลังปีใหม่ SET จะปรับขึ้นเฉลี่ยราว 1.3% ด้วย Win Rate 60% สะท้อนพฤติกรรมกลับเข้าลงทุนของนักลงทุนหลังพ้นวันหยุดยาว ขณะเดียวกันมองตลาดจะเริ่มให้น้ำหนักกับปัจจัยการเมืองในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองหลักซึ่งอาจส่งผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-เวเนซุเอลา, ข้อมูลตลาดแรงงานและ PMI ภาคการผลิต ธ.ค. ของสหรัฐ ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 

 

แนวรับ – แนวต้าน : 1270/1260 – 1280/1285


ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ ติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา และปัจจัยการเมืองในประเทศ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวก ดังนี้
1. หุ้น Defensive ผลการดำเนินงานสามารถต้านทานความผันผวนภายนอก เราคาด 4Q68 กำไรเติบโตดี YoY และแนะนำ Outperform จากแนวโน้มธุรกิจดี แนะนำ ADVANC BDMS BEM BGRIM GULF PTT
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI
3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ 2 ครั้ง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลงตามภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL
4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดหวังสหรัฐจะยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันหนักจากเวเนซุเอลาทำให้กลับมานำเข้าได้อีกครั้ง แนะนำ TASCO ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นต้นน้ำ คาดราคาน้ำมันจะผันผวนสูงจากความกังวลด้านอุปทานที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะกลาง-ยาว จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเก็งกำไรระยะสั้นไปก่อน 2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จาก January Effect โดยเน้นเลือกหุ้น SETHD และ sSET ซึ่งจากสถิติ 5 ปีล่าสุดพบให้ผลตอบแทนเป็นบวกสูงราว 1.5-2.0% ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกหลังเปิดปีใหม่ด้วย Win Rate 80% แนะนำ KTB BBL AP THANI KBANK และ 3) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง และ/หรือ เชื่อมโยงกับนโยบายของพรรคการเมือง อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL TNP) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT CBG OSP) กลุ่มสินเชื่อ (SAWAD TIDLOR) และกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW)

 

Daily Top Picks

ADVANC: ปัจจัยกระตุ้นจากโมเมนตัมกำไร 4Q68 ที่คาดจะเติบโต YoY และ QoQ แรงหนุนจาก ARPU ที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจหลัก (โทรศัพท์เคลื่อนที่และ FBB) มีการคุมต้นทุนที่ดี ค่าใช้จ่ายการตลาดที่มีแนวโน้มลดลง และการรับรู้ประโยชน์การประหยัดต้นทุนหลังการประมูลคลื่นความถี่เต็มไตรมาส เป้าหมายระยะสั้น 326 บาท

OSP: มีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเม็ดเงินช่วงหาเสียงเลือกตั้งช่วยหนุนบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยและต้นทุนน้ำตาลที่ปรับลงดีต่อศักยภาพทำกำไร อีกทั้งกำไร 4Q68 คาดจะเติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ หนุนจากการฟื้นตัวการบริโภคในประเทศและยอดขายต่างประเทศ รวมทั้งการคุมต้นทุนได้ดี เป้าหมายระยะสั้น 17 บาท

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ไปไม่ไกล By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง เห็นสภาพตลาดหุ้นไทยแล้ว ดัชนีตลาด ยากที่จะวิ่งไปได้ไกล ด้วย นักลงทุน ไร้แรงจูงใจ ที่สำคัญ....

HotNews: บล.บัวหลวง ส่ง DR01 ธีมเทคฯ ชุดใหม่ 8 หลักทรัพย์ ลงจอ 9 ม.ค. 69

หลักทรัพย์บัวหลวง เดินหน้าต่อยอดกระแสการเติบโตของเทคโนโลยี เปิดตัว DR01 อ้างอิงหุ้นรายตัวชุดใหม่...

มัลติมีเดีย

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้