"Equality for All"
ITC : บมจ.ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น
4Q25 คาดกำไร +1% y-y : เราคาดการดำเนินงาน 4Q25 ยังทำได้ดี โดยเฉพาะยอดขายยังได้ปัจจัยหนุนจากสินค้าใหม่ที่ทยอยออกมาตั้งแต่ 3Q25 และส่งผลต่อยอดขายให้เติบโตต่อเนื่องโดยเฉพาะตลาดหลักอย่างอเมริกาทำให้คาดว่ายอดขายสกุลดอลลาร์ยังเติบโตได้ราว 3-5% y-y และ q-q
เราประมาณการยอดขาย 4,851 ลบ. +3.3% y-y +2.7% q-q ขณะที่สัดส่วนการขายสินค้ากลุ่ม Premium คาดยังใกล้เคียง q-q ที่ 55% ของยอดขายทำให้แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว q-q ที่ 25.4% รวมถึงค่าใช้จ่ายขายและบริหารคาดใกล้เคียง q-q เช่นกัน ทำให้คาดว่าการดำเนินงานปกติจะอยู่ที่ 803 ลบ. ทรงตัว y-y แต่ +2% q-q แต่จากเงินบาทแข็งค่าช่วงสิ้นไตรมาสทำให้อาจมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากฝั่งลูกหนี้และเจ้าหนี้สุทธิที่เกิดขึ้น ทำให้กำไรสุทธิคาดจะอยู่ที่ 799 ลบ. +1% y-y แต่ -2% q-q
สำหรับเป้าปี 2025 นั้นเราคงประมาณการยอดขาย 18,294 ลบ. เพิ่ม +3% y-y ปริมาณขาย (volume) เพิ่ม +8.0% y-y ราคาขายเฉลี่ย(avg. price) หดตัว -5.0% y-y อัตรากำไรขั้นต้นปรับเป็น 25% โดยค่าใช้จ่ายยังสูงจากค่าใช้จ่ายโครงการทรานฟอร์เมชั่น ขณะที่อัตราภาษีจ่าย 6.0% แต่มีปรับรายได้อื่นลงเล็กน้อย ทำให้ปรับกำไรสุทธิลงเหลือ 2,984 ลบ. หดตัว -17% y-y
คาดปี 2026 กลับมาเติบโต y-y : สำหรับปี 2026 ผบห. ยังไม่ได้ให้เป้าหมาย แต่เบื้องต้นคาดยอดขายจะโต 5-9% y-y ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากสินค้าใหม่ที่ทยอยเพิ่มในช่วงครึ่งปีหลังซึ่งยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของยอดขายในครึ่งหลังปี 2025 และยังส่งผลบวกต่อยอดขายในปีนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม เรามีปรับลดประมาณการลง 3% จากเดิมจากปรับสมมติฐานค่าเงินบาทลงเหลือ 31.50 บาทเพื่อสะท้อนเงินบาทแข็งค่า อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าสินค้าใหม่และลูกค้าใหม่ที่จะทยอยมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น อาทิเช่น ร้านค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐ รวมถึงบริษัทอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐที่จะมีคำสั่งซื้อในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงเพิ่ม ประกอบกับบ.จะเน้นการขายกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยง (Pet treat) มากขึ้นซึ่งเป็นสินค้าที่คาดจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยใน 5 ปี ที่ 4.7% โดย 3Q25 สินค้าดังกล่าวยอดขายเพิ่มขึ้น +62% y-y และ +42% q-q และอาจมีส่วนเพิ่มต่อประมาณการหากการเจรจากับลูกค้าใหม่ ๆ ยังมีต่อเนื่อง
เบื้องต้นเราคาดยอดขาย 19,437 ลบ. +6% y-y แต่ปรับอัตรากำไรขั้นต้นลงเหลือ 25% แม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายสนับสนุนเรื่องภาษีนำเข้าในสหรัฐแล้วก็ตามแต่คาดจะได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่ามาแทน แต่ในส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารคาดยังมีสัดส่วนใกล้เคียง y-y เนื่องจากยังมี transformation cost รวมอยู่ และปรับกำไรสุทธิลงเหลือ 3,140 ลบ. +5% y-y
จากปรับลดประมาณการลงทำให้เราปรับราคาเหมาะสมลงเหลือ 18.80 บาท ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
ราคาหุ้นสะดุดไป
“ แม้ 4Q25 การดำเนินงานอาจทรงตัวถึงอ่อนลงจากผลของปัจจัยฤดูกาล แต่เรามองว่ายังทำได้ดีจากการออกสินค้าใหม่และลูกค้าใหม่ที่มีเข้ามา ยังมองระยะยะกลางและยาวยังเติบโตได้ต่อเนื่องและดีกว่าอุตสาหกรรมด้วย
เรายังชอบเหมือนเดิม การเป็นผู้นำในตลาดทำให้การดำเนินงานยังแข็งแกร่ง และยังให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่ดี ”
นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.th