Thailand Banks
แนวโน้มปี 2569 ชอบ BBL มากที่สุด
หุ้นเด่น BBL ปรับลดคำแนะนำ KTB และ TTB เป็น ถือ
เราคงมุมมอง “เท่าตลาด” ต่อกลุ่มธนาคารไทย แม้ว่ากำไรของกลุ่มมีแนวโน้มหดตัว YoY แต่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง น่าจะช่วยจำกัดดาวน์ไซด์ได้ โดยที่ผ่านมากลุ่มธนาคาร ให้ผลตอบแทนดีกว่า SET Index 5% ในปี 2567 และ 28% ในปี 2568 ทั้งนี้ เราปรับลดคำแนะนำ KTB และ TTB เป็น ถือ (จาก ซื้อ) เนื่องจากอัพไซด์จำกัด ขณะที่ BBL เป็นธนาคารเดียวที่ยังคงคำแนะนำ ซื้อ จากโครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย งบดุลแข็งแกร่ง และมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ เรายังคงคำแนะนำ ถือ สำหรับ SCB และ KBANK เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว ได้แก่ เงินปันผลสูงของ SCB และโครงการซื้อหุ้นคืนของ KBANK
คาดกำไรปี 2569 ลดลง YoY
เราคาดว่ากำไรปี 2569 จะลดลง 5% (เทียบกับเพิ่มขึ้น 6% ในปี 2568) จากปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) การเติบโตของสินเชื่อต่ำ (2) ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดลง และ (3) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ชะลอตัว ส่วนการเติบโตของสินเชื่อทั้งกลุ่มคาดว่าจะฟื้นตัวเล็กน้อยเป็น +1% YoY ในปี 2569 (จาก -2% ในปี 2568) โดยได้แรงหนุนหลักจากสินเชื่อภาคธุรกิจ ขณะที่สินเชื่อรายย่อยและ SME ยังซบเซา จากภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงและการฟื้นตัวของรายได้ที่ล่าช้า NIM ของกลุ่มมีแนวโน้มลดลงในอัตราที่ช้าลงที่ 16 bps YoY เหลือ 3.0% (เทียบกับการลดลง 31 bps ในปี 2568) จากสมมติฐานการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 bps เหลือ 1.0% ในปี 2569 เทียบกับการลดลงรวม 100 bps ในปี 2568 เราคาดว่า non-NII จะลดลง 7% YoY (จาก เพิ่มขึ้น 24% ในปี 2568) จากผลของฐานสูงของกำไรจากการลงทุนในช่วงดอกเบี้ยขาลงในปี 2568
Credit cost และ OPEX ลด แต่ไม่น่าชดเชยรายได้ที่หดตัวได้ทั้งหมด
ต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (credit cost) คาดว่าจะดีขึ้น 13 bps เหลือ 1.28% จากมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น การตั้งสำรองล่วงหน้า และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ โดยธนาคารที่มีศักยภาพในการลด credit cost ได้ดีที่สุด ได้แก่ BBL, KTB และ TTB จากพอร์ตสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและเงินสำรองหนี้สูญ (LLR) ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) มีแนวโน้มลดลง YoY จากการเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานและการปรับโครงสร้างสาขา นอกจากนี้ บางธนาคารได้บันทึกค่าใช้จ่าย IT ค้างจ่ายไว้แล้วในช่วงที่ PPoP แข็งแกร่งจาก NIM และกำไรจากการลงทุน อย่างไรก็ดี อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost to income) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 1 ppt YoY สู่ระดับปกติที่ราว 45% เนื่องจากรายได้ลดลงเร็วกว่า OPEX และ credit cost ในปี 2569
ROE มีแนวโน้มลดลง คาดกำไร 4Q68 ลดลง YoY และ QoQ
จากแนวโน้มกำไรที่หดตัว เราคาดว่า ROE จะลดลงสู่ระดับ 8.5% ในปี 2569-70 จาก 8.8-9.3% ในช่วงปี 2566-68 ด้านการบริหารเงินทุน เราชอบ TTB จากการเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น โดยได้คืนกำไรสุทธิ 100% ให้ผู้ถือหุ้นผ่านโครงการซื้อหุ้นคืน และการจ่ายเงินปันผล ทั้งนี้ เรามองว่า BBL และ KTB มีโอกาสปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลในช่วง 3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ เรายังคาดว่า KKP และ KTB จะประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนในปี 2569 เราคาดกำไร 4Q68 ที่ 48.9 พันล้านบาท ลดลง 4% yoy และ 21% qoq จาก NIM ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น คาดสำรองลดลง 19% yoy เนื่องจากมีการตั้งสำรองล่วงหน้าไปแล้ว