Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึกกำลัง TWA ดันไทยผงาดขึ้นเป็น "Global Wellness Hub" ระดับภูมิภาค

167


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 6 มกราคม 2569)-----------กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเกมรุกรับศักราชใหม่ ผนึกกำลัง สมาคมการส่งเสริมสุขภาพไทย (TWA) พลิกโฉมธุรกิจบริการสุขภาพไทยสู่ยุคดิจิทัล (Digital Wellness Transformation) เร่งติดอาวุธ SMEs ด้วยเครื่องมือและการตลาดดิจิทัล มุ่งยกระดับมาตรฐานบริการสู่ "World Class Service" ปลดล็อกศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ชูจุดขาย 'สุขภาพคือความมั่งคั่ง' พร้อมดันไทยผงาดเป็น "Global Wellness Hub" ระดับภูมิภาคเต็มรูปแบบ มั่นใจ! การบูรณาการในครั้งนี้จะเป็นกุญแจที่เปิดประตูสู่โอกาสทองทางเศรษฐกิจของประเทศ

 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย ภายหลัง การหารือร่วมกับสมาคมการส่งเสริมสุขภาพไทย (Thai Wellness Association: TWA) และคณะผู้บริหารสมาคมฯ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ว่า "กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้หารือกับ สมาคมการส่งเสริมสุขภาพไทย เพื่อเปิดเกมรุกรับศักราชใหม่พลิกโฉมธุรกิจบริการสุขภาพไทยสู่ยุคดิจิทัล (Digital Wellness Transformation) และบูรณาการความร่วมมือยกระดับศักยภาพ SMEs ไทยในกลุ่มธุรกิจบริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เสริมความงาม ชะลอวัย และอาหารเสริมสุขภาพ ให้มีความเข้มแข็งและพร้อมแข่งขันในเวทีโลก ซึ่งสมาคมฯ เป็นองค์กรเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญและมีเครือข่ายผู้ประกอบการที่เข้มแข็ง เป็นตัวเร่งสำคัญที่จะทำให้มาตรการส่งเสริมธุรกิจเวลเนสของภาครัฐสัมฤทธิ์ผลได้รวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ การส่งเสริมธุรกิจเวลเนสไม่ได้มองแค่การเติบโตของตัวเลขทางธุรกิจเท่านั้น แต่พิเคราะห์ถึงการสร้าง Ecosystem หรือ ระบบนิเวศทางธุรกิจที่เกื้อกูลกัน ส่งผลให้ SMEs และ MSMEs สามารถเข้าถึงเครื่องมือบริหารจัดการธุรกิจระดับเดียวกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่

 

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า หัวใจสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ คือการ 'ติดปีก' ให้ผู้ประกอบการ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Empowering SMEs with Digital Tools) โดยจะเปลี่ยนรูปแบบการประกอบธุรกิจแบบดั้งเดิมให้ก้าวสู่ความเป็น 'Smart Wellness' อย่างเต็มตัว โดยทั้ง 2 หน่วยงาน ได้ร่วมกันกำหนดแผนดำเนินงานส่งเสริมผู้ประกอบธุรกิจ ได้แก่ 1) การติดอาวุธกลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่: มุ่งเน้นการสร้างกลยุทธ์ดึงดูดลูกค้า (Customer Acquisition Strategy) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และเครื่องมือดิจิทัล เพื่อขยายฐานลูกค้าจากในประเทศสู่ตลาดโลก

 

2) การยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการด้วยนวัตกรรม (Service Model Innovation) พัฒนารูปแบบการให้บริการ (Service Model) ในระดับ Health & Wellness Centre ที่ทันสมัย โดยนำระบบบริหารจัดการดิจิทัลและ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้า (Customer Experience) โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษและพื้นที่ศักยภาพสูง และ 3) การเชื่อมโยงฐานข้อมูลบริการสุขภาพอัจฉริยะ (Smart Data Integration) พัฒนาฐานข้อมูลกลุ่มกิจการสปา นวดเพื่อสุขภาพ และการฟื้นฟูสุขภาพ ให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อให้ภาครัฐและเอกชนสามารถนำข้อมูล (Big Data) ไปวิเคราะห์เทรนด์และกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจได้อย่างแม่นยำ

 

"ความร่วมมือระหว่างกรมฯ และสมาคมฯ ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การหารือทางนโยบาย แต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการลงมือทำจริง เพื่อเปลี่ยน 'ความท้าทาย' ให้เป็น 'โอกาสการเติบโต' ด้วยความเชื่อมั่นว่า ธุรกิจบริการ Wellness ไทยมีศักยภาพสูง ผสานกับจิตวิญญาณการให้บริการที่เป็นเลิศ (Service Mind) ของคนไทยจะนำพาธุรกิจ Wellness ของเราให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ของโลก สร้างรายได้เข้าประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมดันไทยผงาดขึ้นเป็น "Global Wellness Hub" ระดับภูมิภาคอย่างเต็มภาคภูมิ" อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

 

ธุรกิจเวลเนส (Wellness) ถือเป็น Mega Trend ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน โดย Global Wellness Institute (GWI) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเวลเนสโลกจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดแตะ ระดับ 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2570 สำหรับประเทศไทย ภาคบริการถือเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ Wellness ที่เติบโตเป็นลำดับต้นของประเทศ จากข้อมูลปี 2567 พบว่า มีนิติบุคคลธุรกิจ Wellness กว่า 30,000 ราย สร้างรายได้รวมสูงถึง 1.12 ล้านล้านบาท เติบโตเพิ่มจากปี 2566 กว่าร้อยละ 8

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้