Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

143


แนวโน้มสินทรัพย์ต่างประเทศ

อัปเดตการลงทุนในภูมิภาคจาก Fund Flow และ Market-Timing Indicator

 

นักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดหุ้นภูมิภาค
ภาพรวมสัปดาห์ล่าสุด เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund Flow) ยังคงไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นภูมิภาคต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง แม้แรงซื้อจะชะลอตัวลงเหลือ 829 ล้านดอลลาร์ (ลดลงจาก 4,515 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อนหน้า) ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากปริมาณการซื้อขายที่เบาบางในช่วงใกล้วันหยุดเทศกาลปีใหม่
เมื่อเจาะลึกรายประเทศพบว่า เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้ากระจุกตัวในตลาดหุ้นไต้หวันถึง 1,038 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสวนทางกับตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่เผชิญแรงขายสุทธิ 317 ล้านดอลลาร์ สำหรับกลุ่มตลาด TIP นั้น ถือว่ายังรักษากระแสเงินไหลเข้าได้ดีต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 นำโดยแรงซื้อในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ อย่างไร ก็ตาม ตลาดหุ้นไทยกลับเป็นเพียงตลาดเดียวในกลุ่มที่สวนกระแสเพื่อนบ้านด้วยแรงขายสุทธิ 21 ล้านดอลลาร์


ภาพรวมรายกลุ่มอุตสาหกรรมและมุมมองการลงทุน
ตลาดหุ้นทั่วโลกยังมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนสำคัญจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในห่วงโซ่ AI ซึ่งเราคาดว่าโมเมนตัมเชิงบวกนี้จะส่งผลให้กระแสเงินทุนยังคงไหลเข้าสู่ภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดเอเชียเหนือที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเทคโนโลยีสูง
ในขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาสัญญาณจากดัชนี Volume Index พบว่าแรงซื้อในระดับภูมิภาคได้กระจายตัวเข้าสู่กลุ่มธนาคารหรือการเงินอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะในตลาดหุ้นไทย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ สำหรับตลาดหุ้นไทยนั้น ดัชนี Volume Flow Index ได้ส่งสัญญาณรีบาวด์จากระดับใกล้ mid-point เป็นครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์ สะท้อนภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้น โดยเราประเมินว่ากลุ่มธนาคาร สื่อสาร (ICT) และขนส่ง จะเป็นกลุ่มหลักที่ช่วยขับเคลื่อนตลาดในสัปดาห์นี้


เจาะสัญญาณตลาดหุ้นไทยด้วย Market-Timing Indicator
แม้ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจะแกว่งตัวในลักษณะ Sideways จากแรงกดดันของหุ้น DELTA ที่มีน้ำหนักต่อดัชนีสูง ซึ่งถูกชดเชยด้วยแรงซื้อคืนในหุ้นขนาดใหญ่อื่นๆ แต่เมื่อวิเคราะห์ผ่านเครื่องมือ Market-Timing Indicator เรากลับพบสัญญาณการฟื้นตัวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะดัชนี Composite Short-term ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น สอดคล้องกับ Market Breadth ที่ขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ว่าบรรยากาศการลงทุนมีการกระจายตัวไปยังหุ้นหลากหลายกลุ่มมากขึ้น ไม่ได้กระจุกตัวเพียงจุดเดียว ประกอบกับระดับความผันผวนที่ปรับลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว ปัจจัยบวกเหล่านี้จะเป็นแรงส่งให้ดัชนี Composite Medium-Term ฟื้นตัวตามมา และช่วยหนุนให้ SET Index มีโอกาสรีบาวด์ขึ้นไปทดสอบแนวต้านระยะสั้นบริเวณ 1,305 จุดได้ในช่วงสองสัปดาห์ข้างหน้า

 

 

สรุปภาพตลาดวานนี้ เปิดปีได้สวย โดยพี่ใหญ่ DELTA ช่วยทำบวกไปครึ่งหนึ่งของเมื่อวาน ที่เหลือช่วยกันมีหลักๆ เช่น ไอซีที ADVANC-TRUE AOT และธนาคาร ส่วนหุ้นลบ พลังงาน PTT PTTEP GULF BPP ไฟแนนซ์ TIDLOR MTC SAWAD


แนวโน้มตลาดวันนี้ ทะลุด่านแนวต้านแรกแล้วพัก
หุ้นแบงก์, ICT และ DELTA ยังได้ไปต่อในวันทำการแรกของปี 2026 แต่หุ้นที่ยังไม่ได้ขยับบวก เช่น PTT PTTEP เพราะระยะสั้นทุกคนน่าจะคิดเหมือนกันหมด คือ เหตุการณ์ สหรัฐฯ-เวเนซุเอลา จะทำให้ราคาน้ำมันร่วง (แต่ไม่ได้ยืนยันว่า จะไม่ได้ไปต่อในปีนี้)...
เรากลับมองต่าง และ ยังคงแนะนำให้ถือหุ้น น้ำมัน โรงกลั่น PTT PTTEP TOP ตามที่แนะนำไป ไว้ก่อน ขณะที่หุ้นสำรวจขุดเจาะน้ำมัน และโรงกลั่นในสหรัฐฯ ขึ้นขานรับข่าวดังกล่าวเพราะ ความหวังในการเข้าไปดำเนินธุรกิจในเวเนซุเอลา และหากหุ้นกลุ่ม ปิโตรดอลลาร์ กลับมาน่าสนใจในตลาดโลก เราเชื่อว่าหุ้น พลังงานบ้านเรา ยังมีโอกาสจะได้ไปต่อ กอปรกับความถูกกับผลตอบแทนเงินปันผลสูง ของราคาหุ้นเหล่านี้ เราจึงไม่ได้กังวล
ด้านปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตาม เรามองไปที่ประเด็นมาตรการแก้ไขค่าเงินบาทแข็งค่า เพราะมีผลต่อ หุ้นภาคการเกษตร ส่งออก บริการ และควรเริ่มเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของค่าเงินบาท; หุ้นเชื่อมโยงที่ควรจะบวก จากประเด็นนี้ คือ ส่งออกชิ้นส่วนฯ, เกษตร โรงแรม ท่องเที่ยว
กลยุทธ์รอบนี้ เรายังคงเน้นไปที่การ ซื้อแล้วถือ และคอยเฝ้าพฤติกรรมราคาหุ้นที่เราแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งติดตามประเด็นที่มีผลบวกหรือลบ ต่อราคาหุ้นที่เราแนะนำ เพื่อตัดสินใจที่จะถือต่อ หรือ ขายตัดขาดทุน โดยจะรอดูจังหวะหาหุ้นเพิ่มเข้าพอร์ตเมื่อมั่นใจว่า ตลาดหุ้นไทยตั้งรับกับสถานการณ์ได้แล้ว และ เห็นโมเมนตั้มทำงานผลักดันราคาขึ้น


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ “รอ” สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง ไม่ไล่ราคา เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง, หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค ม้าไฟแผลงฤทธิ์! SET เปิด-ปิดสวยรับปีใหม่ Breakout เส้นกด (ลากเส้นจากจุดยอด 1,340- low 1,270 จุด) สำเร็จ! นอกจากนี้ Volume กลับมาเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย > 3 หมื่นล้านบาท จับตาโมเมนตัม MACD จ่อทะลุ 0 และมีความเป็นไปได้ที่จะจบคลื่นขาลง....เพื่อเริ่มต้นนับ 1 2 3 กันใหม่ ส่วนรายละเอียด หุ้นนำตลาด DELTA +12.5 บ. หนุน SET + 12 จุด และมีโอกาสขึ้นต่ออีกหรือไม่ คำตอบอยู่ในหน้าถัดไป…สำหรับมุมมองแนวโน้มตลาดปี 2026 ที่เคยวิเคราะห์ไว้แบ่งเป็น 3 case
case 1) มองขึ้น “Bull Case” ดัชนีจะเริ่มดีดขึ้นจากโซนแนวรับ 1,200-1,250 จุด ขึ้นสู่โซนต้านที่ 1,380-1,400 จุด (เป้าหมายปลายปี)
case 2) “Base case” SET เคลื่อนที่ออกข้าง sideway กรอบล่าง 1,200-1,250 และกรอบบน 1,300-1,350 โหมดสร้างฐานใหม่
case 3) “Worse case”เล่นแย่! หลุด 1,200 จะลงมาสู่โซนรับฐานใหญ่ปี covid 1,100-1,150 จุด
สรุป: โอกาสเกิด “Case 1 & 2” ภาพเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆครับ!

 

What to watch ทรัมป์ประกาศสหรัฐฯ เข้าคุมเวเนซุเอลา เตรียมดึงยักษ์พลังงานอเมริกันขุดน้ำมันฟื้นเศรษฐกิจ ปธน.ทรัมป์ระบุว่า เขามีแผนจะให้บริษัทอเมริกันยักษ์ใหญ่หลายแห่ง เข้าไปขุดเจาะแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อระดมทุนมาฟื้นฟูประเทศและทำให้เวเนซุเอลา "ยิ่งใหญ่อีกครั้ง"
ทั้งนี้ ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้ของสหรัฐฯ ถูกตั้งคำถามด้านข้อกฎหมายทั้งใน และต่างประเทศ เนื่องจากเป็นการดำเนินการโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภา คองเกรส และไม่ได้อยู่ในสภาวะที่มีภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติอย่างเร่งด่วน
รัฐบาลเยเมนยึดคืนเมืองเซยุน หลังซาอุฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศในจังหวัดฮัดรามูต กองกำลังรัฐบาลเยเมน สามารถยึดคืนเมืองเซยุน ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของจังหวัดฮัดรามูตทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศที่อุดมไปด้วยแหล่งน้ำมัน ได้แล้วในวันนี้ (3 ม.ค.) ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวทางทหารของรัฐบาลและชาวบ้านในพื้นที่ หลังจากที่เมืองดังกล่าวถูกสภาเปลี่ยนผ่านภาคใต้เข้ายึดครองไปราว 1 เดือนก่อนหน้านี้
กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และภาคสถาบันการเงิน ได้ร่วมกันออกกลไกเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ภายใต้โครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 11 พ.ย.68 เพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถมาแก้ไขปัญหาหนี้เสีย ในการที่จะกลับมาเริ่มต้นทางการเงินใหม่ได้อีกครั้ง โดยลูกหนี้ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (1) เป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดา และ (2) มีภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loans: NPLs) ทุกประเภทสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินทุกแห่ง รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ณ วันที่ 30 ก.ย.68
ธปท. ระบุว่า โครงการดังกล่าว ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ (5 ม.ค.69) เป็นต้นไป โดยลูกหนี้ที่มีภาระหนี้ตามเงื่อนไขข้างต้น สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้


หุ้นแนะนำวันนี้
TU การตัดหุ้นซื้อคืนทิ้ง เราคาดว่าจะส่งผลดีต่อราคาหุ้นในระยะสั้น
แนวรับ 12.8 ต้าน 13.5 Stop loss 12.5

Tactical port เพิ่ม TU

 

 


รายงานพื้นฐานวันนี้

Quantitative Strategy

ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นได้อย่างกระจายตัวมากขึ้นจากบรรยากาศการลงทุนที่แข็งแกร่งขึ้น
ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวไซด์เวย์ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากการปรับลงของหุ้น DELTA ซึ่งน้ำหนักในการคำนวณดัชนีสูง ถูกหักล้างโดยการปรับขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่ตัวอื่น อย่างไรก็ตามจากการประเมิน Market-Timing Indicator นั้นเราคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะรีบาวด์ได้ โดยเห็นสัญญาณบวกจากดัชนี Composite Short-term ที่ฟื้นตัวในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ Market Breadth ฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับที่เราประเมินไว้ก่อนหน้า บ่งชี้ว่าบรรยากาศการลงทุนแข็งแกร่งขึ้นสะท้อนในการปรับขึ้นของตลาดที่มีความกระจายตัวไปในหุ้นหลากหลายมากขึ้น ขณะที่ความผันผวนได้ปรับลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว สัญญาณบวกจาก Market-timing หลายๆตัวดังที่กล่าวมาน่าจะทำให้ดัชนี Composite Medium-Term Indicator ฟื้นตัวได้ตามมา และจะช่วยหนุนให้ SET มีโอกาสกลับไปทดสอบแนวต้านระยะสั้นบริเวณ 1,305 จุดในเร็วๆ นี้

 

Commodities Tracker
สเปรดปิโตรฯ ยังเด่นต่อ
สัปดาห์ล่าสุด สเปรดเคมียังปรับตัวดีสุด WoW จากต้นทุนแนฟทาที่ลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวตามความตึงเครียดรัสเซีย–ยูเครน ส่วน GRM และค่าระวางเรือเทกองยังอ่อนแรงต่อเนื่อง
น้ำมันดิบ: ราคาดูไบปรับขึ้น +1.73 เหรียญ WoW มาอยู่ที่ 61.98 เหรียญ/บาร์เรล จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ดี ภาพอุปทานยังตึงตัวจำกัด upside ระยะกลาง
GRM: ค่าการกลั่นสิงคโปร์ลดลงต่อสู่ 6.34 เหรียญ/บาร์เรล (-0.67 WoW) จาก crack spread ที่อ่อนตัวทุกผลิตภัณฑ์ โดย gasoline ถูกกดดันจากความกังวลการส่งออกจีน ขณะที่ jet fuel และ diesel เผชิญแรงกดดันจากดีมานด์ยุโรปที่ชะลอและ supply ที่ยังล้น
เคมีภัณฑ์: สเปรดขยายตัวต่อเนื่องตามต้นทุน feedstock ที่ลดลง โดย ethylene และ propylene เพิ่มขึ้นเป็น 184 และ 189 เหรียญ/ตัน ตามลำดับ ขณะที่ HDPE และ PP ขยับขึ้นสู่ 344 และ 324 เหรียญ/ตัน สะท้อน margin recovery ที่ชัดขึ้นก่อนเข้า 2Q26
ถ่านหิน: ราคา NEX อ่อนตัวลง 2% WoW เหลือ 108.04 เหรียญ/ตัน จากดีมานด์ภูมิภาคที่ชะลอ
ค่าระวางเรือ: BDI ปรับลงแรง -10% WoW จากแรงขายในทุก class ขณะที่ container ยังประคองตัวดีขึ้นเล็กน้อย (+1% WoW) จากแรงหนุน restocking ก่อนตรุษจีน
Fundamental view: เรายังคงชอบ SPRC และ TOP จาก valuation ที่ถูกและ GRM ที่แม้อ่อนระยะสั้นแต่ยังอยู่ในระดับรับได้
ขณะที่ฝั่งเคมีเลือก IVL และ PTTGC จากทิศทางสเปรดที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและเป็น early signal ของรอบฟื้น 2Q26
ส่วนกลุ่มเรือ มองเป็นจังหวะ trading ระยะสั้น ชอบฝั่ง container มากกว่า dry bulk โดยยังต้องติดตามผลการเจรจาการค้า US–China อย่างใกล้ชิด

 


Event
Head-up
Thailand’s AI Grand Journey: ไทยจะเป็น AI Hub หรือแค่ Utilities Hub?
การลงทุน Data Center กำลังเกิดขึ้นจริง แต่คำถามสำคัญไม่ใช่ “มีหรือไม่มี” แต่คือ “ปลายทางคืออะไร” ไทยจะยกระดับไปเป็น AI hub ที่สร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจได้จริง หรือจะหยุดอยู่แค่ฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า น้ำ และดาต้าเซ็นเตอร์เท่านั้น ซึ่งคำตอบขึ้นอยู่กับ ecosystem ทั้งระบบ
ดังนั้น กรอบการจัดงาน Thai Corporate Day ในธีมนี้ ถูกออกแบบเป็น 5 checkpoints ตลอดเส้นทาง AI journey เริ่มจาก โครงสร้างพื้นฐาน (Check the road) ว่าไฟฟ้า การเชื่อมต่อ และน้ำ เพียงพอต่อการขยาย data center หรือไม่ ต่อด้วย ตัวยานพาหนะ (Check the vehicle) เพื่อแยกแยะดีมานด์–ซัพพลายที่แท้จริง ว่ากำลังสร้างอะไร เพื่อใคร และเท่าใด จากนั้นคือ คนขับและเชื้อเพลิง (Check the driver & fuel) ซึ่งชี้ให้เห็นบทบาทของบริษัทเทคโนโลยีและกลยุทธ์การลงทุนที่จะเร่งหรือจำกัดการก้าวสู่ยุค AI
จุดสำคัญถัดมาคือ ผู้โดยสาร (Check the passengers) หรือบริษัทจดทะเบียนไทย ว่าใครกำลังปรับ business model, operations และการจัดสรรเงินลงทุนเพื่อใช้ AI อย่างมีนัยต่อกำไร และใครยังอยู่ในช่วงทดลองที่ยังไม่สามารถทำเงินได้ สุดท้ายคือ ปลายทาง (Check the destination) ว่าเมื่อครบวงจรแล้ว ไทยจะกลายเป็นศูนย์กลาง AI ระดับภูมิภาค หรือเป็นเพียง utilities hub ที่สร้างผลตอบแทนจำกัดและแข่งขันด้วยต้นทุน
ระยะสั้นยังเป็นรอบของโครงสร้างพื้นฐานและ utilities แต่ระยะยาวผู้ชนะจะเป็นบริษัทที่มี use case ชัด และสามารถเปลี่ยน AI เป็น productivity และการเติบโตได้จริง การแยก “ผู้ที่ได้ประโยชน์แค่ชั่วคราว” ออกจาก “ผู้ที่สร้างมูลค่าจริงได้ในระยะยาว” จึงเป็นหัวใจของธีมนี้
เราขอเชิญเข้าร่วม BLS Thai Corporate Day 2026: “The Dawn of Thailand’s Digital Backbone” (12–16 ม.ค. 2026) เพื่อเจาะลึกภาพใหญ่ของ data center, AI adoption และบทบาทของไทยในเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ในระยะถัดไป

 


สรุปประเด็นจาก Quick take

Tourism
จำนวนนักท่องเที่ยวปี 2025 อยู่ที่ 32.97 ล้านคน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวปี 2025 ที่ 32.97 ล้านคน หรือ ลดลง 7% YoY ตามที่เราคาด หนุนโดยนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย เพิ่มขึ้น 17% YoY และรัสเซีย เพิ่มขึ้น 9% YoY ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นประมาณ 510,000 คน ช่วยไปกลบผลกระทบบางส่วนของ
นักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงถึง 2.2 ล้านคนในปี 2025 หรือลดลง 34% YoY
View from fundamental: สำหรับ ปี 2026 เราคาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 34 ล้านคน (+3.1% YoY) โดยแรงขับเคลื่อนหลักยังมาจาก อินเดีย รัสเซีย และยุโรป ควบคู่กับการฟื้นตัวของจีน โดยเฉพาะใน 1Q26 ซึ่งมีฐานต่ำใน 1Q25 จากความกังวลด้านความปลอดภัย และแรงหนุนจากตรุษจีนเดือนก.พ. 2026 ทำให้คาดว่า นักท่องเที่ยวจีนจะเติบโต YoY ระดับ double digit ใน 1Q26


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้