Market Wrap-Up
- SET วันที่ 30 ธ.ค.68 ปิด +5.64 จุด อยู่ที่ 1,259.67 จุด มูลค่าการซื้อขาย 32,548 ลบ. ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 400 ลบ. ต่างชาติขาย 48 ลบ. สถาบันขาย 209 ลบ. และรายย่อยขาย 143 ลบ. NVDR มียอดซื้อ 1,548 ลบ.มียอดซื้อ KTB,DELTA,SCC,KBANK,BCP และยอดขาย SAWAD,CENTEL,TFG,BDMS,KTC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,124 ลบ. โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 14,118 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 85,442 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 180 ลบ
Market View
- ปี 2568 DJIA +12.97%, S&P500 +16.39%, Nasdaq +20.36% YoY ปรับขึ้น Double Digit ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยในช่วง เม.ย. ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐปรับลดลงแรง หลัง ปธน.ทรัมป์ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจีนในอัตราสูงถึง 145% ดังนั้นจีนจึงตอบโต้กลับด้วยการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐในอัตรา 125% ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจเสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นสหรัฐก็เริ่มฟื้นตัว หลังสหรัฐ – จีนสามารถบรรลุข้อตกลงผ่อนผัน ม.ปรับขึ้นภาษีศุลกากรออกไปจนถึง พ.ย. 2569 โดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป & AI เช่น Nvidia +39% YoY , กลุ่มบริการสื่อสาร Alphabet +65% YoY เป็นหุ้นกลุ่ม Big Cap. ที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐ กอปรเฟดได้ปรับลดดอกเบี้ยลง 3 ครั้ง ครั้งละ 25% ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้คือ สถานการณ์การลงทุน หลังสหรัฐได้ปฏิบัติการจับกุม ปธน.เวเนซุเอลา ที่อาจส่งผลให้ปัจจัยเสี่ยงเขิงภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น และวันศุกร์ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ, อัตราว่างงานสหรัฐ ธ.ค.
- ปี 2568 Stoxx600 ยุโรป +16.6% YoY นำโดยกลุ่มธนาคาร +67% YoY ได้ปัจจัยหนุนจากดีลควบรวมกิจการ และการลดกฏระเบียบ ส่วนกลุ่มป้องกันประเทศ +56% YoY ได้ปัจจัยหนุนงบประมาณด้านการทหารในยุโรป ขณะที่ ECB ได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากลง 50% อยู่ที่ 2.0% หลัง CPI ยูโรโซนปรับลดลงมาอยู่ที่ 2.1% YoY ส่วนตลาดหุ้นยุโรปที่โดดเด่น คือ IBEX สเปน +50%,DAX เยอรมัน +23% ได้ปัจจัยหนุนจาก ม.ด้านการคลังของรัฐที่เพิ่มขึ้น และ FTSE อังกฤษ +22% ได้ปัจจัยหนุนจาก BOE ลดดอกเบี้ย 4 ครั้ง ครั้งละ 0.25% และหุ้นกลุ่มการเงิน & เหมือแร่ปรับตัวขึ้น ขณะที่ CAC-40 ฝรั่งเศส+10.4% ปรับขึ้นน้อยสุดในตลาดหลักของยุโรป สาเหตุมาจากปัญหาด้านการคลัง ประเด็นที่ต้องติดตามใน ม.ค. คือ ผลการเจรจาข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซีย – ยูเครน
- ปี 2568 MSCI Asia Pacific X Japan +26.8% YoY นำโดย Kospi เกาหลีใต้ +75.6%, ไต้หวัน +25.7%, ฮั่งเส็ง +30.6% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, ผู้ผลิตชิป & AI ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +21.6% ได้ปัจจัยหนุนจากการลดดอกเบี้ย RRR ลง 5% และการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป & AI ขณะที่ดัชนีนิเกอิ +26.8% หลังญี่ปุ่นสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ และการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ประเด็นที่ต้องติดตามใน ม.ค. คือ ม.กระตุ้นเศรษฐกิจจีนรอบใหม่, นโยบายการเงินของ BOJ
- ปี 2568 SET -10% YoY ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 0 หมื่น ลบ. -10% YoY พอร์ตโบรกขาย 13,593 ลบ. สถาบันขาย 37,993 ลบ. ต่างชาติขาย 107,059 ลบ. และรายย่อยซื้อ 158,646 ลบ. YoY โดยดัชนีถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่ม Global Play เช่น ปิโตรเคมี, ขนส่ง ที่กำไรชะลอตัวลง ซึ่งเป็นผลจาก ม.ปรับขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐ ขณะที่กลุ่มไฟแนนท์, ค้าปลีก ก็ปรับลดลงตามกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศ กอปรยังมีปัญหาด้านเสถียรภาพการเมืองภายในประเทศ, ภัยแผ่นไหว & น้ำท่วม และปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา ส่วนกลุ่มที่โดดเด่น คือ ธนาคาร +18.3% YoY ได้ปัจจัยหนุนจากอัตราเงินปันผลที่เฉลี่ยสูงกว่า 6% และกลุ่มอิเล็ก ฯ +8.8% YoY นำโดย DELTA ที่เป็นหุ้นตัวแทนกลุ่มเทค ฯ ของไทย +13.4% YoY โดย Fund Flow ต่างชาติยังคงเน้นการลงทุนหุ้นกลุ่มเทค ฯ ในตลาดเอเชียเหนือมากกว่าตลาดหุ้นในกลุ่ม TIP กอปรกับ GDP ไทยปี 68 คาดจะขยายตัวได้เพียง 2% ต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นปัจจัยลบกดดันต่อกำไรของ บจ.ไทย ประเด็นที่ต้องติดตามใน ม.ค. คือ แนวโน้มผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. และรายงานกำไร Q4/68 ของกลุ่มธนาคาร ซึ่ง Bloomberg คาด +2.8%YoY, -17%QoQ
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,240 – 1,250 แนวต้าน 1,270 คาดดัชนียังทรงตัวรอประเมินสถานการณ์ในเวเนซุเอลา และอยู่ระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แนะนำทยอยซื้อกลุ่มปลอดภัย & จ่ายปันผลสูง เช่น HMPRO, PTT, PTTEP, SCB, KTB, BCH, CENTEL / เก็งกำไร DELTA, AEONTS มีสัญญาณบวกทางเทคนิค
- CENTEL* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 38.00 บาท)แนวโน้มผลประกอบการ 4Q68 คาดกำไรเพิ่มขึ้น QoQ, YoY มีปัจจัยหนุนจากการเข้า season ท่องเที่ยว ประกอบกับได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นภาครัฐ ทั้งการลดหย่อยภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง และส่วนงานราชการเบิกจ่ายงบประมาณสำหรับการอบรมสัมมนา โดยคาด Occupancy rate, ADR และ RevPar ของโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ธุรกิจอาหาร SSSG น่ากลับมาเป็นบวกได้ในเดือน ธ.ค. ส่วนแนวโน้มปี 699 โรงแรมใหม่เริ่มคืนทุนได้ ธุรกิจอาหารหนุนจากการซื้อ Lucky Suki และเน้นขยายแบรนด์ที่มีกำไรเติบโตดี อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 68-69 ไว้ที่ 64 พันล้านบาท (-6%YoY) และ 1.89 พันล้านบาท (+15%YoY)
- IVL* (ทะยอยซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 20บาท)คาดว่าผลการดำเนินงานจะผ่านจุดต่ำสุดแล้วในปี 68 และเข้าสู่วัฎจักรการฟื้นตัวในปี 69 โดยในช่วงปี 68 กำไรได้รับแรงกดดันจากยอดขายปรับตัวลดลงตาม demand ที่ชะลอตัวลงซึ่งเป็นผลจากสงครามการค้าขณะที่ PET spread ปรับตัวลงจาก supply ใหม่ที่เพิ่ม อีกทั้งยังมีการปิดซ่อมนอกแผนใน 3Q68 ด้วย consensus คาดปี 68 ขาดทุน 1,396 ลบ.ส่วนปี 69คาดว่าบริษัทจะพลิกกลับมากำไรที่ 6,231 ลบ.
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ก.พ. -$0.10 อยู่ที่ $57.32 / บาร์เรล, Brent มี.ค. -$0.10 อยู่ที่ $60.75/บาร์เรล ในปี 2568 ที่ผ่านมา Brent -19% YoY ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เช่นเดียวกับ WTI -20% YoY จากความกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด ขณะที่สถานการณ์ของสหรัฐจับกุม ปธน.เวเนซุเอลา ส่งผลให้ WTI Futures เช้านี้ +0.17% อยู่ที่ $57.42/บาร์เรล ส่วนผลการประชุม Opec พลัสมีมติระงับการเพิ่มกำลังการผลิตใน ก.พ. – มี.ค.
Gold Update(-) Comex Gold ก.พ.-$11.50 อยู่ที่ $4,329.60/ออนซ์ สัญญาทองคำในปี 2568 +64% YoY โดยทองคำยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย จากปัจจัยเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น กอปรตลาดยังคาดเฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยต่อในปี 2569 โดย Gold Spot เช้านี้ $+57.02 อยู่ที่ $4,388.60/ออนซ์ จากสถานการณ์ในเวเนซุเอลา
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ซื้อสุทธิ +109.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นไทย -20.86 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด +124.4 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +5.86 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัวอยู่ที่ 31.52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.193 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +5 จุด อยู่ที่ 1,882
(+) BitCoin เช้านี้ +1.17% อยู่ที่ 92,400 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่2 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย
(ม.ค.)
ต่างประเทศ
05 ม.ค. US ดัชนี PMI ภาคการผลิตจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) (ธ.ค.)
06 ม.ค. US ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) (ธ.ค.)
07 ม.ค. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) (ธ.ค.)
US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)(ธ.ค.)
US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (พ.ย.)
09 ม.ค. US อัตราการว่างงาน (ธ.ค.)
US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เดือนต่อเดือน) (ธ.ค.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายหลักของรัฐบาลอนุทิน (รัฐบาลระยะสั้น 4 เดือน) เร่งใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ Quick wins, วงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง และ Earning momentum / Seasonal 3Q68-4Q68
(1) ค้าปลีก / บริโภค นโยบายคนละครึ่งพลัส – กระตุ้นกำลังซื้อ, ลดค่าใช้จ่าย CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*
(2) การเงิน / นอนแบงค์ นโยบายแก้ปัญหาหนี้สิน เพิ่มสภาพคล่อง SME, คาดการณ์ลดดอกเบี้ยนโยบาย MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SINGER*, SGC*, FSMART*, AP*, SPALI*, CPN*, DIF*, 3BBIF*
(3) รับเหมาก่อสร้าง เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ โครงการก่อสร้างภาครัฐ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*
(4) ท่องเที่ยว ฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว, มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ AOT, CENTEL*, ERW*
(5) ไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center ADVANC, DELTA*, GULF*, BGRIM*, BCPG*, SECURE*
(6) ด้านสาธารณสุข ศูนย์ฟอกไตฟรีทุกอำเภอและเครื่องฉายรังสีรักษามะเร็งฟรีทุกจังหวัด KTMS*, BIZ* ลดค่ายาและเวชภัณฑ์โรงพยาบาลเอกชน การเปิดเผยราคายาให้ผู้ป่วยมีทางเลือกในซื้อยาเองได้ HL* (เก็งกำไร)
(7) Solar ภาคประชาชน, มาตรการลดหย่อยภาษี Solar rooftop ครัวเรือน / Direct PPA GULF*, GUNKUL*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio December 2025: PYLON*, BDMS, ADVANC, AMATA, SHR*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th