สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(5 มกราคม 2569 )-------นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) GULF เปิดเผยว่า “บริษัทฯ” ขอแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 กลุ่มบริษัทย่อยซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมผ่านบริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด (“GRE”) ในสัดส่วนร้อยละ 100 ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ส าหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Solar farms with battery energy storage system: Solar BESS) จำนวน 2 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 121.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 288.7 เมกะวัตต์) และได้จ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (“กฟผ.”) เป็น ที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทดังต่อไปนี้
1. บริษัท เอ็นเนอร์ยี เฟิร์ส จำกัด (“EGF”) เป็นผู้ดำเนินโครงการ Solar BESS ก าลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 61.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 146.5 เมกะวัตต์) ตั้งอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ทางภาคเหนือของประเทศไทย และอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 350 กิโลเมตร
2. บริษัท ดวงตะวันพลังงาน จำกัด (“DTP”) เป็นผู้ดำเนินโครงการ Solar BESS ก าลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 60.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 142.2 เมกะวัตต์) ตั้งอยู่ในจังหวัดพะเยา ทางภาคเหนือของประเทศไทย และอยู่ห่าง จากกรุงเทพฯ ประมาณ 700 กิโลเมตร
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนภายใต้กลุ่ม GRE ที่ได้รับการคัดเลือกตาม ระเบียบคณะกรรมการก ากับกิจการพลังงานว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565 – 2573 สำหรับกลุ่มที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งมีกำหนดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2567 – 2573 โดยมีอัตรา จำหน่ายไฟฟ้าที่ 2.8331 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ตลอดอายุสัญญาการซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. เป็นระยะเวลา 25 ปี โดยการรับ ซื้อไฟฟ้าจากโครงการดังกล่าวจะช่วยลดความผันผวนจากราคาเชื้อเพลิง และช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนทั้งในภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรมให้ได้ใช้ไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสมตลอดอายุสัญญา เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีราคาขายไฟฟ้าที่ต่ำกว่า ราคาค่าไฟเฉลี่ยในปัจจุบัน
นอกจากนี้ การพัฒนาโครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายของประเทศและนโยบายของบริษัทฯ ในการผลักดันการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Emissions) และมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593 ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและสนับสนุนการ ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar farms) และ Solar BESS ครบทั้งหมด 7 โครงการตามแผน รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 354.3 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิต ติดตั้ง 596.7 เมกะวัตต์) เป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ มีแผนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมรวม 6 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 370.6 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้งรวม 622.8 เมกะวัตต์) โดยแบ่งเป็นโครงการ Solar farms 4 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 244.6 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้งรวม 321.3 เมกะวัตต์) และโครงการ Solar BESS อีก 2 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 126.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั ้งรวม 301.7 เมกะวัตต์) ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการ บริษัทฯ จะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและผู้ถือหุ้น รับทราบต่อไป