Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.กรุงศรี : Thailand Strategy อีกหนึ่งความเร้นลับเกี่ยวกับกระแสเงินทุนต่างชาติ

79

Thailand Strategy
อีกหนึ่งความเร้นลับเกี่ยวกับกระแสเงินทุนต่างชาติ
ทำความเข้าใจอีกหนึ่งความเร้นลับเกี่ยวกับกระแสเงินทุนต่างชาติ
ในบทวิเคราะห์ฉบับที่แล้ว “Talking Foreign Flows วันที่ 25 มกราคม 2019” เราได้ไขความเร้นลับบางส่วนเกี่ยวกับการตัดสินใจซื้อ/ขายหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติไปแล้ว โดยเราได้พัฒนาแบบจำลองเพื่อทำนายกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดไทย (FFF model) ซึ่งปรากฎว่าได้ผลดีเมื่อทดสอบย้อนหลังกับข้อมูลในอดีต นอกจากนี้ เราเพิ่งค้นพบความลับใหม่เกี่ยวกับกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดไทย นั่นคือ นโยบายของสหรัฐในการให้แรงจูงใจเพื่อดึงสินทรัพย์ในต่างประเทศกลับสหรัฐ ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา มีความพยายามสองครั้งที่จะนำมาตรการลักษณะนี้มาใช้ ครั้งแรกคือเมื่อรัฐบาลของประธานาธิบดี George W. Bush และล่าสุดโดยประธานาธิบดี Donald Trump ภายในนโยบายลดภาษี และกฎหมายการจ้างงาน (TCJA) ซึ่งทั้งสองครั้งเราพบว่าบริษัทสหรัฐส่งกำไรจากต่างประเทศกลับเข้าประเทศเป็นจำนวนมาก และเรายังพบว่ามีสหสัมพันธ์ระหว่างการลงทุนในต่างประเทศสุทธิของสหรัฐ และรูปแบบของกระแสเงินทุนไหลเข้าออกจากตลาดหุ้นไทย
 
โมเดลกระแสเงินทุนต่างชาติ 2.0
จากสิ่งที่พบล่าสุด เราพยายามที่จะปรับปรุง FFF model ด้วยการเพิ่มตัวแปร dummy (1 = ช่วงที่มีการดำเนินโครงการดึงเงินกลับ, 0 = ช่วงเวลาอื่นๆ) ซึ่งผลที่ได้ออกมาน่าพอใจ เพราะแบบจำลอง FFF Model 2.0 สามารถอธิบายการเคลื่อนไหวของกระแสเงินทุนที่เกิดขึ้นจริงไดแม่นยำมากขึ้น (ดู feature chart) ซึ่งส่วนที่ดีที่สุดก็คือแบบจำลองใหม่นี้ให้ผลที่สอดคล้องกับกระแสเงินทุนที่เกิดขึ้นจริงในระหว่างปี 2004 และ 2018 โดยแบบจำลอง  FFF Model 2.0 ยังชี้ว่ามีความเป็นไปได้สุงที่กระแสเงินทุนจะไหลเข้าตลาดไทยในไตรมาสต่อๆ ไป และ SET น่าจะขยับขึ้นได้ถึง 1750-1800 เป็นอย่างต่ำใน 2H19

ไขอีกหนึ่งความเร้นลับของกระแสเงินทุนต่างชาติ
ทบทวนมาตรการลดภาษี และกฎหมายการจ้างงาน (Tax Cuts and Jobs Act หรือ TCJA)ในขณะที่นโยบาย TCJA ของประธานาธิบดี Donald Trump ประกอบด้วยหลายมาตรการที่จะกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม และสร้างงานเพิ่มขึ้น แต่นโยบายเดียวที่เราจะให้ความสนใจในบทวิเคราะห์ฉบับนี้ก็คือ การให้แรงจูงใจให้บริษัทต่างๆ ส่งผลกำไรในต่างประเทศกลับเข้าสหรัฐ โดยสาระสำคัญของนโยบายนี้ก็คือการส่งเสริมให้บริษัทสหรัฐนำกำไรที่ได้จากการทำธุรกิจในต่างประเทศส่งกลับสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีนโยบาย TCJA บริษัทต่างๆ ที่ส่งเงินกลับสหรัฐจะต้องเสียภาษี 35% แต่ภายใต้นโยบาย TCJA มีการลดอัตราภาษีของสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องเหลือแค่ 15.5% และสินทรัพย์ที่ไม่มีสภาพคล่องเหลือแค่ 8% ซึ่งเมื่อรวมกับมาตรการลดภาษีนิติบุคคล (ซึ่งอยู่ภายใต้นโยบาย TCJAเหมือนกัน) น่าจะช่วยกระตุ้นการลงทุนในประเทศสหรัฐขึ้นได้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตามข้อมูลล่าสุดชี้ว่าบริษัทต่างๆ ใช้เงินส่วนใหญ่ที่ส่งกลับประเทศเพื่อซื้อหุ้นคืน (Figure 1)

นักวิเคราะห์ของธนาคารกลางสหรัฐบอกว่าบริษัทสหรัฐได้สะสมสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องในต่างประเทศเอาไว้มากถึงประมาณ US$1 ล้านล้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ที่สามารถแปลงเป็นเงินสดได้ง่าย ในขณะเดียวกัน ในรายงานฉบับอื่นก็ประเมินว่าบริษัทใน S&P500 มีกำไรจากการลงทุนในต่างประเทศประมาณ US$2.6 ล้านล้าน ซึ่งประมาณ US$1.2 ล้านล้านถูกนำกลับเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ ซึ่งแสดงว่ามีการเก็บกำไรจากธุรกิจในต่างประเทศจำนวนมหาศาลเอาไว้นสินทรัพย์สกุลดอลลาร์นอกสหรัฐ ซึ่งตามที่เราระบุเอาไว้ข้างต้น ว่ามีสองช่วงด้วยกันที่มีการใช้มาตรการจูงใจให้ส่งเงินกลับนับตั้งแต่ปี 2000 ซึ่งทั้งสองครั้งก็ส่งผลบริษัทสหรัฐถอนการลงทุนจากสินทรัพย์ในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก (Fig. 2)

Figure 3 สะท้อนถึงความสำคัญของการลงทุนในต่างประเทศโดยบริษัทสหรัฐ ซึ่งแสดงว่าตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มจะขยับสูงขึ้นเมื่อสหรัฐเพิ่มการลงทุนในต่างประเทศ และปรับลดลงเมื่อสหรัฐลดการลงทุนในต่างประเทศลง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่านโยบายส่งเสริมการส่งเงินกลับสหรัฐมีน้ำหนักมากในแบบจำลองFFF Model 2.0


ส่วนที่ยากก็คือ...
รอบนี้ต่างจากการให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพียงครั้งเดียวในปี 2004 ซึ่งเราทราบกำหนดเวลาที่แน่นอนของการบังคับใช้มาตรการ แต่มาตรการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่ได้มีกำหนดสิ้นสุดที่แน่นอน ดังนั้น บริษัทสหรัฐสามารถรอดูว่าอยากจะนำกำไรจากต่างประเทศกลับเข้าสหรัฐหรือไม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่เราพบในการพยายามทำนายทิศทางของกระแสเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเม็ดเงินลงทุนในต่างประเทศของสหรัฐมีอิทธิพลอย่างมากกับแบบจำลอง FFF Model 2.0 ของเรา ซึ่งสิ่งที่ทำได้ในระยะสั้นก็คือการติดตามรายงานธุรกรรมระหว่างประเทศของสหรัฐ (US International Transaction Report) ซึ่งจัดทำโดยสำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (Bureau of Economic Analysis) โดย Figure 4 แสดงภาพของกำไรจากการลงทุนโดยตรงของสหรัฐที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นใน 3Q61 หลังจากที่ลดลงต่อเนื่องสองไตรมาส ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวม US$2.18 แสนล้าน

อีกหนึ่งหนทางก็คือการติดตามข้อมูลเศรษฐกิจ และการเงินที่มีความถี่สูง เพื่อติดตามดูการเปลี่ยนแปลงของสถานะการลงทุนของสหรัฐ โดยข้อมูลชุดแรกก็คือการเคลื่อนไหวของค่าเงิน USD เนื่องจากบริษัทสหรัฐ US จำเป็นต้องแลกเงินเป็นสกุล USD ก่อนที่จะส่งกลับประเทศ ซึ่งการนำเงินกลับสหรัฐจะทำให้ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้น (Fig. 6) ซึ่งจะยิ่งชัดขึ้นเมื่อปริมาณเงิน (M2) เพิ่มขึ้นในขณะที่มีการใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัว (ลดฐานเงิน) ดังนั้น เราจึงพอจะสรุปได้ (ในระดับหนึ่ง) ว่าค่าเงิน USD ที่แข็งขึ้น และปริมาณ M2 ที่เร่งตัวขึ้นทำให้มีความน่าจะเป็นที่จะมีเงินไหลกลับเข้าสหรัฐ และในทำนองกลับกันก็เช่นเดียวกัน


Krungsri Securities Research Team
Analysts
Isara ORDEEDOLCHEST
662-659-7000 ext 5001
Isara.ordeedolchest@krungsrisecurities.com

 

นวพร เชื้อเมืองพาน

: เรียบเรียง โทร : 02-276-5976 อีเมล์ : reporter@hooninside.com ที่มา : สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : TPLAS ไร้กังวล-พร้อมรับมือ หลังรัฐออกมาตรการลด-เลิกใช้พลาสติก (แก้ไข)

TPLAS บอกผู้ถือหุ้น-นักลงทุน ไม่ต้องกังวล หลังรัฐออกมาตรการลด-เลิกใช้พลาสติก ระบุพร้อมรับมือเตรียมออกโปรดักส์ใหม่....

ปรับตัว By : แม่มดน้อย

โอมมะลึกกึ๊กกึ๋ยย์ มะลึกกึ๊กกึ๋ยย์มะลึกกึ๊กกึ๋ยย์..... เพี้ยงแม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ออกจากต้นไม้ ไปยังต้นไม้อีกต้นหน

ลาก+จุด By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ห้วงอากาศ อุณหภูมิร้อนทะลุกระดูกไปหมด ก่อนนอน ต้องบำรุงผิ

มัลติมีเดีย

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้