Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : SONIC โลจิสติกส์สุดแกร่งพร้อมเต็มพิกัด เทรด mai วันแรก 19 ต.ค.นี้ / NER บินโรดโชว์ 3 ประเทศ ก่อนขาย IPO ภายในปีนี้

2,273

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (17 ตุลาคม 2561)

SONIC หุ้นโลจิสติกส์สุดแกร่ง  พร้อมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นวันแรกในวันที่ 19 ตุลาคมนี้มั่นใจนักลงทุนให้การตอบรับที่ดี ด้านผู้บริหาร SONIC รุกเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจเต็มสูบ ลุยลงทุนเพิ่มจำนวนรถขนส่งรองรับการขยายตัวของธุรกิจขนส่งทางบกและขนส่งข้ามชายแดน  วางเป้าสู่ผู้นำธุรกิจด้านโลจิสติกส์และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน 

 

 

ดร.สันติสุข โฆษิอาภานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) หรือ SONIC หนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจรระดับภูมิภาค เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นวันแรกในวันที่ 19 ตุลาคม 2561 โดยใช้ชื่อย่อ ‘SONIC’ ในการซื้อขายบนกระดานหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมั่นใจว่าหุ้น ‘SONIC’ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน ซึ่งบริษัทมีนโยบายสร้างการเติบโตภายหลังจากการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ โดยบริษัทฯ มีแผนลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับความต้องการของลูกค้าและโอกาสการเติบโตจากปัจจัยบวกจากภาคการส่งออกของไทยที่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

 


สำหรับแผนลงทุนในครั้งนี้ ประกอบด้วย

1. ลงทุนเพิ่มจำนวนรถบรรทุกหัวลาก หางลากและรถบรรทุกเพื่อขยายการให้บริการธุรกิจขนส่งทางบกและการขนส่งข้ามชายแดน (Cross-border transport) ให้มีความครอบคลุมกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

2. ลงทุนปรับปรุงอาคารและพื้นที่ศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าให้มีความทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการสินค้าและความรวดเร็วในการขนส่งและการให้บริการ

3. ซื้อที่ดินและอาคารพาณิชย์เพื่อดำเนินสาขาแหลมฉบังเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านค่าเช่าในระยะยาว และสุดท้ายจะลงทุนพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดเก็บวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 


“การลงทุนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจรให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการนำเสนอสินค้าและบริการที่ครบวงจรแบบ One Stop Service และผลักดันให้ SONIC สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อก้าวสู่ผู้นำธุรกิจด้านโลจิสติกส์และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน” ดร.สันติสุข กล่าว

 


นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า SONIC มีศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งจึงมีโอกาสเติบโตที่ดีมาก ตามการขยายตัวของภาพรวมธุรกิจส่งออกและนำเข้าของไทย จากความได้เปรียบเชิงภูมิภาคของประเทศไทยที่อยู่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน รวมถึงนโยบายของภาครัฐที่ต้องการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามาลงทุนใช้ไทยเป็นฐานผลิต เพื่อส่งออกสินค้าไปยังทุกภูมิภาคทั่วโลก

 


ทั้งนี้ ด้วยจุดแข็งการดำเนินงานที่เป็นผู้ให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจรของ SONIC ที่มีการให้บริการด้านการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ครอบคลุมทั้งทางอากาศ ทางทะเล และทางบกไปยังประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทย รวมถึงแผนงานในอนาคต ทำให้ SONIC มีขีดความสามารถการแข่งขันเหนือคู่แข่ง ตลอดจนการมีเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก ส่งผลดีต่อการให้บริการที่สามารถผสมผสานการให้บริการขนส่งหลายรูปแบบและมีความต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการใช้บริการด้านการขนส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี

 

 

“ด้วยประสบการณ์ของผู้บริหารที่ยาวนานมากกว่า 20 ปีและแผนงานในอนาคตที่ชัดเจน ที่ SONIC ต้องการลงทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเชิงให้บริการที่ครบวงจรเพื่อรองรับความต้องการใช้บริการด้านโลจิสติสก์ของลูกค้าที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการเติบโตที่ดีของการส่งออก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของรายได้และอัตราการทำกำไรขั้นต้นที่ดีอีกด้วย” นายเอกจักร กล่าว

 

------------------------------------------------------------

 

 

 

ด้านน้องใหม่  NER  เตรียมเดินสายโรดโชว์  สิงคโปร์ จีน และฮ่องกง  หลังลุยโรดโชว์ในประเทศครบ 17 จังหวัด หวังลงกระดานเทรด SET  ภายในปีนี้ 

 

ด้านนายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน( FA) ของ บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) NER เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมด้วยบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรกของหุ้น NER ได้ร่วมกันนำเสนอข้อมูล NER แก่นักลงทุน ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่ 17 ซึ่งถือเป็นจังหวัดสุดท้าย หลังจากเดินสายโรดโชว์ มาแล้ว 16 จังหวัด ทั่วประเทศในช่วงที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทุกจังหวัด ขณะที่หลังจากนี้ มีแผนจะเดินทางไปโรดโชว์ต่างประเทศอีก 3 ประเทศ คือ สิงคโปร์ จีน และฮ่องกง



ทั้งนี้ NER จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 600,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 38.96 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ได้เริ่มนับ 1 แบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในปีนี้

 

สำหรับบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) (North East Rubber Public Company Limited) (“บริษัท” หรือ “NER”) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน (Ribbed Smoked Sheet : RSS) ยางแท่ง (Standard Thai Rubber: STR) และยางผสม (Mixtures Rubber) เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งบริษัทได้รับอนุญาตเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางพาราไปยังนอกราชอาณาจักร

 

บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ISO9001:2015 ด้านระบบบริหารคุณภาพ (Quality Management System) และการดำเนินธุรกิจให้เติบโตโดยไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามคุณภาพ ISO14001:2015 ด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System) อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้บริษัทยังได้รับการรับรองคุณภาพตามนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน OHSAS18001:2007 การที่บริษัทได้รับใบรับรองคุณภาพตามที่กล่าว เป็นการแสดงให้เห็นว่าบริษัทให้ความสำคัญกับผู้ปฏิบัติงานทุกคนในองค์กร เนื่องจากเป็นทรัพยากรที่มีค่าขององค์กร ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ในการส่งสินค้าที่ได้คุณภาพและส่งมอบตรงต่อเวลา มีศักยภาพในการแข่งขัน และการจัดการที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมถึงบริษัทได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประเภทกิจการผลิตยางแผ่นรมควัน การผลิตยางผสม การผลิตยางแท่ง ส่งผลให้บริษัทได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการจำหน่ายสินค้าในประเทศต่อต่างประเทศ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 60 : ร้อยละ 40 ของรายได้จากการขายสินค้า กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิตและจำหน่าย สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้ดังนี้

 

1.กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางแผ่นรมควัน (Ribbed Smoked Sheet : RSS) เป็นผลิตภัณฑ์ยางแผ่นดิบที่ใช้น้ำยางสดเป็นวัตถุดิบ นำมาผ่านกระบวนการผลิตและการรมควัน ซึ่งสามารถแบ่งชั้นตามคุณภาพของยางแต่ละแผ่นออกเป็น 6 ประเภท ได้แก่ ยางแผ่นรมควัน RSSชั้นพิเศษ RSSชั้น 1 RSSชั้น 2 RSSชั้น 3 RSSชั้น 4 RSSชั้น 5 ซึ่งสามารถนำไปเป็นวัตถุดิบสำคัญของผลิตภัณฑ์หลากหลาย อาทิ ยางล้อรถยนต์ สายพาน ท่อน้ำ อะไหล่รถยนต์ เป็นต้น โดยบริษัทจำหน่ายเพียงยางแผ่นรมควัน RSSชั้น 2 RSSชั้น 3 RSSชั้น 4 RSSชั้น 5 ซึ่งจะนำมาอัดก้อนและจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นส่วนใหญ่

2.กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางแท่ง (Standard Thai Rubber: STR) เป็นผลิตภัณฑ์ยางแท่ง (Block Rubber) หรือมาตรฐานยางแท่งที่เรียกว่า Standard Thai Rubber (STR) ซึ่งใช้น้ำยางสดและยางแห้งเป็นวัตถุดิบในการผลิต โดยแบ่งตามคุณภาพของยางออกเป็น 8 ประเภท ได้แก่ ยางแท่ง STRXL STR5L STR5 STR5CV STR10 STR10CV STR20 และ STR20CV ส่วนใหญ่จะนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยางยานพาหนะ ซึ่งบริษัทจำหน่ายเพียงยางแท่ง STR20 และจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสหกรรมยานยนต์ โดยยางแท่งมีการกำหนดคุณภาพเป็นมาตรฐานดีกว่ายางแผ่นรมควันและมีใบรับรองคุณภาพรองรับ

3.กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางผสม (Mixtures Rubber) ผลิตภัณฑ์ยางผสม (Mixtures Rubber) หรือผลิตภัณฑ์ยางคอมปาวด์ (Compound Rubber) เป็นผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติที่มีส่วนของยางและสารเคมีต่างๆ โดยสามารถนำไปประกอบการผลิตได้หลายผลิตภัณฑ์ อาทิ ยางล้อ ถุงมือยาง ถุงยางอนามัย และยางรัดของ เป็นต้น ซึ่งบริษัทจะผลิตและนำมาอัดเป็นแท่ง และจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์

 

 

ด้านนายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุน ไปใช้เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับดำเนินการปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตยางผสม (Mixtures Rubber) และใช้เป็นเงินทุนในการก่อสร้างโรงงานใหม่ สำหรับผลิตภัณฑ์ยางแท่ง (Standard Thai Rubber 20 : STR20) และยางผสม (Mixtures Rubber) รวมทั้งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

 

สำหรับภาพรวมในการดำเนินงานของบริษัทในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ ปี 2558 ปี 2559 ปี 2560 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2561 บริษัทมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีรายได้จากการขายเท่ากับ 4,441.01 ล้านบาท 6,145.08 ล้านบาท 9,805.07 ล้านบาทและ 3,971.43 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 99.85 ร้อยละ 99.64 ร้อยละ 99.85 และร้อยละ 99.87 ของรายได้รวมตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (Compound Annual Growth Rate :CAGR) สำหรับช่วง 3 ปี ดังกล่าวเท่ากับร้อยละ 48.59 สำหรับรายได้รวมในปี 2558 ปี 2559 ปี 2560 และงวด 6 เดือนแรกสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 เท่ากับ 4,447.88 ล้านบาท 6,167.53 ล้านบาท 9,819.70 ล้านบาท และ 3,976.51 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนดังกล่าวเป็นรายได้อื่นเท่ากับ 6.88 ล้านบาท 22.45 ล้านบาท 14.62 ล้านบาท และ 5.09 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.15 ร้อยละ 0.36 ร้อยละ 0.15 และร้อยละ 0.13 ของรายได้รวมตามลำดับ บริษัทกำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลในแต่ละปีในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิที่เหลือ หลังจากหักเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทและตามกฎหมาย

 

SONIC     NER

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

"ชาญกฤช" ปลุกกระแส "รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย กระตุ้นเศรษฐกิจไทย" รับมือโควิด-19

"ชาญกฤช" ปลุกกระแส "รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย กระตุ้นเศรษฐกิจไทย" รับมือโควิด-19

HotNews : PTG ไม่ทำให้ผิดหวัง ติดปีกกำไรปี 62 พุ่ง 150.60%

“พีทีจี เอ็นเนอยี” ประกาศปี 2562 กำไรสุทธิ 1,563 ล้านบาท เติบโต 150.60% โชว์ EBITDA 5,269 ล้านบาท เติบโต 50.20% เดิน....

โควิด-19 ล้างหุ้น By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ยังคงสวมหน้ากากอนามัย ขี่ไม้กวาดวิเศษ บินไป บินมา ทำไม ฝุ่นPM2.5 มากมายแบบนี้ เพลียจิต เพลียใจ จริงๆ ตอนนี้

มัลติมีเดีย

หนูบิวมีเรื่องเมาส์ EP.4 : สงคราม สหรัฐ VS อิหร่าน

ติดตามข่าววงการหุ้น News feed แบบเรียลไทม์ได้แล้วที่ http://www.hooninside.com/ #รู้ลึก #รู้จริง #คลุกวงในสไตล์กล้วยๆ

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้