Today’s NEWS FEED

News Feed

Update:JCKH มั่นใจเพิ่มทุนฉลุย เผยกลุ่มผถห.หุ้นใหญ่ พร้อมใส่เงินเพิ่มทุน 18-22 มิ.ย.นี้ คาดได้เงินเพิ่มทุน 317 ลบ. ,วางเป้ารายได้ปีนี้ 1.5 พันลบ.

106

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 13 มิถุนายน 2561)-------- JCKH มั่นใจเพิ่มทุนฉลุย คาดได้รับเงินเพิ่มทุน RO 317 ลบ. เผยกลุ่มผถห.ใหญ่พร้อมใช้สิทธิ์ เหตุมั่นใจธุรกิจฟื้น คาดหลังเพิ่มทุน ดันส่วนทุนเพิ่มเป็น 318 ลบ. , D/E ลดเหลือ 1.3 เท่า ดันเลือดใหม่ "โชติวิทย์ เตชะอุบล" ร่วมทีมบริหาร ลุยรีแบรนด์ พร้อมมุ่งลดต้นทุน หวังดันผลงานปีนี้ ฟื้นตัวจากปีก่อน วางเป้ารายได้ปีนี้ 1.5 พันลบ. พร้อมวางงบลงทุน 100-200 ลบ. ปรับปรุงสาขาเดิม-ขยายสาขาใหม่ พร้อมคาดรายได้ Q2/61 โต 18% จากงวดปีก่อน หลังปิดสาขาฮอทพอตที่ขาดทุน ซุ่มเจรจาร่วมทุนธุรกิจอาหารในประเทศ 2 ราย คาดชัดเจนปี61 พร้อมคุยตปท. 1 รายแต่ยังไม่สรุป เล็งนำ แบรนด์ร้านอาหารเจิ่งโต่ว-ซินยอร์แซสซี่-เบอร์เกอร์แอนด์ล็อบสเตอร์ จากเคซีเควินฟู้ด เข้าบริษัทฯหวังหนุนรายได้เพิ่ม

นายอภิชัย เตชะอุบล  ประธานกรรมการ บริษัท เจซีเค ฮอสพิทอลลิตี้ จำกัด (มหาชน) JCKH เดิมชื่อบริษัท ฮอท พอท จำกัด (มหาชน) หรือ HOTPOT เปิดเผยว่า ตนและครอบครัว พร้อมใส่เงินเพิ่มทุนตามสิทธิ์ที่ถือหุ้นในสัดส่วน 24.99% ประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดวันจองซื้อเพื่อชำระค่าหุ้นในวันที่ 18-22 มิถุนายน นี้

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 121.80 ล้านบาท เป็น 194.88 ล้านบาท โดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน 292.32 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท โดยจัดสรรให้กับกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) ในอัตราส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคาเสนอขายหุ้นละ 1.30 บาท ซึ่งมีกำหนดวันจองซื้อเพื่อชำระค่าหุ้นในวันที่ 18-22 มิถุนายน 2561 และอีกส่วนจำนวนไม่เกิน 48.72 ล้านหุ้น เสนอขายในคราวเดียวหรือแบ่งเป็นส่วนๆ ให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)
นายอภิชัย กล่าวต่อว่า ในฐานะกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ มีความมั่นใจว่า การเพิ่มทุนในครั้งนี้จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่พร้อมจะใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามจำนวนที่ต้องใช้สิทธิ์ เนื่องจากมั่นใจว่า สถานการณ์ของ JCKH เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหากบริษัทสามารถระดมทุนได้ตามเป้นหมายจะทำให้มีเงินทุนสนับสนุนและผลักดันให้บริษัทเทิร์นอะราวด์ได้ในเร็ววันนี้


สำหรับ เงินที่คาดว่าจะได้รับจากการเพิ่มทุน RO ครั้งนี้ ประมาณ 317 ล้านบาท จะทำให้มีส่วนของทุนเพิ่มขึ้นเป็น 350 ล้านบาท จากเดิมที่มีอยู่เพียง 1.20 ล้านบาท หนี้ต่อทุน ลดจาก 454 เท่า เหลือเพียง 1.6 เท่า และหากบริษัทฯ ได้รับเงินจากการขายหุ้น PP อีก 63 ล้านบาท จะทำให้มีส่วนของทุนเพิ่มขึ้นเป็น 318 ล้านบาท และจะทำให้หนี้ต่อทุนลดลงเหลือเพียง 1.3 เท่า


ดังนั้นการเพิ่มทุนในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทฯ มีฐานทุนและฐานะทางการเงินที่เข้มแข็งขึ้น โดยเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนครั้งนี้จะนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนสำหรับขยายธุรกิจ และซื้อกิจการร้านอาหารแบรนด์ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา เพื่อสร้างรายได้และกำไรให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งไปในอนาคต


ส่วนภาพรวมผลประกอบการปี2561 บริษัทฯ วางเป้ารายได้ไว้ที่ 1.5 พันล้านบาท หลังจากที่มีการปรับแผนกลยุทธ์ใหม่ โดยปิดสาขาที่ไม่สร้างรายได้ และปรับปรุงสาขาเดิม พร้อมขยายสาขาใหม่ โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 100-200 ล้านบาท โดยจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ โดยเชื่อว่าจะส่งผลให้รายได้เติบโตปีละ 10-15%


ทั้งนี้ปีที่ผ่านมาได้มีการปิดสาขาของร้านฮอท พอท สุกี้ชาบู ประมาณ 40 สาขา ทำให้ปัจจุบัน ฮอท พอท มีสาขาเหลือจำนวน 102 แห่ง เพื่อลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการบริหารด้านทุนการผลิตอาหาร (food cost) และการเปิดสาขาใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในอนาคตจะต้องคำนึงถึงโลเคชั่นเป็นสิ่งสำคัญ โดยจะเน้นเรื่องของการสร้างผลประกอบการที่ดีควบคู่กันไป ไม่ใช่มุ่งเน้นการขยายสาขาให้มีจำนวนมากอีกแล้ว


นอกจากนี้การที่บริษัทฯส่งทีมผู้บริหารใหม่ นำโดยนายโชติวิทย์ เตชะอุบล เข้ามาปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจใหม่ เริ่มตั้งแต่การรีแบรนด์ เพื่อโฟกัสกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และมีการเร่งลดต้นทุนและเพิ่มโปรโมชั่นใหม่ มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมี่ยมมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันจะมีเพิ่มเติมร้านอาหารใหม่เข้าอีก 2-3 แบรนด์ โดยมีแผนจะเข้าซื้อกิจการร้านอาหารเพิ่มรวมถึงมีการนำแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเข้ามา ทั้งอาหารจีน อิตาเลี่ยน และแฮมเบอร์เกอร์ เป็นต้น โดยในปีนี้บริษัทฯ คาดได้ข้อสรุปร่วมทุนธุรกิจอาหารในประเทศ 2 ราย ขณะที่อยู่ระหว่างพูดคุยร่วมทุนกับธุรกิจอาหารต่างประเทศ 1 ราย แต่ยังไม่มีข้อสรุป


อีกทั้งยังมีแผนนำ 3 แบรนด์จากเจซีเควินฟู้ด ซึ่งเป็นของครอบครัวได้แก่เจิ้งโต่ว, Signor Sassi และ Burger & Lobster เข้ามาจะช่วยให้ JCKH สามารถสร้างรายได้ให้บริษัทฯ

ขณะที่ยังคาดว่าแนวโน้มรายได้ไตรมาส 2/2561 จะเติบโต 18% จากงวดปีก่อน เนื่องจาก บริษัทฯ ปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพ จำนวน 40 สาขาออกไป


นายอภิชัย กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า สำหรับขาดทุนสะสมที่มีอยู่ราว 400 ล้านบาท บริษัทฯ มีแผนนำส่วนเกินมูลค่าหุ้นล้างขาดทุน เพื่อให้บริษัทกลับมาจ่ายเงินปันผลได้ หลังจากไม่ได้จ่ายปันผลมาเป็นระยะเวลา 5 ปี

ผู้สื่อข่าว : ธาราทิพย์ พิพัฒน์

 

 

 

 

 

 

สุกัญญา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : TU รุกซื้อหุ้น 25.1% ใน"ธรรมชาติ ซีฟู้ด รีเทล" เจาะสินค้าแช่แข็ง-รมควัน

TU ทุ่มงบ 37 ลบ. รุกซื้อหุ้น 25.1% ใน"ธรรมชาติ ซีฟู้ด รีเทล" เจาะสินค้าแช่แข็ง-รมควัน แบรนด์ Qfresh -เพิ่มยอด...

"ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ลงนามความร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายธุรกิจอากาศยาน ประเทศอิตาลี"

"ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ลงนามความร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายธุรกิจอากาศยาน ประเทศอิตาลี"

TEAMG ปิดท้ายโรดโชว์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

TEAMG ปิดท้ายโรดโชว์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

มัลติมีเดีย

DOD ตอกย้ำความเชื่อ ก่อนเข้าเทรด mai

DOD ตอกย้ำความเชื่อ ก่อนเข้าเทรด mai โดย ศุภมาส อิศรภักดี ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้