Sultan bin Ahmed เปิดตัวโครงการหมู่บ้านที่อยู่อาศัย 60 หลัง พร้อมกับการเปิดสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าและคลินิกในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ (ภาพโดย AETOSWire)
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าสำหรับเด็ก 50 คน รวมถึงปรับปรุงคลินิกสุขภาพในพื้นที่จนเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ท่านชีค ดร. Sultan bin Ahmed Al Qasimi รองผู้ครองรัฐชาร์จาห์และประธานสภาสื่อแห่งชาร์จาห์ (Sharjah Media Council - SMC) ได้เปิดตัวโครงการทั้งสามโครงการระหว่างการเยี่ยมชมเมื่องดีนาส
โดยได้วางศิลาฤกษ์หมู่บ้าน Al Reeh Al Mursala และเปิดสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า Dar Al Rahma โดยการเยือนครั้งนี้ยังเป็นการเปิดคลินิกสุขภาพดีนาสอีกครั้ง หลังจากได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่ช่วยขยายบริการและศักยภาพทางการแพทย์
Sharjah Charity International ดำเนินโครงการต่างๆ โดยร่วมมือกับ Sharjah Broadcasting Authority (SBA) และได้รับเงินทุนจากผู้บริจาค
โดยบ้านแต่ละหลังในหมู่บ้าน Al Reeh Al Mursala จะประกอบไปด้วยสองห้องนอนและหนึ่งห้องนั่งเล่น โดยจะมีบ่อน้ำบาดาลคอยจัดหาน้ำสะอาดให้แก่ผู้อยู่อาศัย
โครงการนี้จะมีศูนย์ฝึกอาชีพรวมอยู่ด้วย โดยจะเปิดสอนหลักสูตรภาคปฏิบัติเพื่อช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเข้าถึงโอกาสในการทำงานและมีรายได้
โดยมีการระดมเงินบริจาคเพื่อหมู่บ้านแห่งนี้ผ่าน “Al Reeh Al Mursala” ที่เป็นรายการการกุศลที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์และสถานีวิทยุ Sharjah
ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกที่สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า Dar Al Rahma นั้นประกอบไปด้วยห้องเรียนสี่ห้อง ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ มัสยิด และพื้นที่สำหรับการเรียนรู้แบบอเนกประสงค์
โดยภายในพื้นที่จะมีสถาบันสอนเย็บผ้าสำหรับเหล่ามารดาของเด็กๆ เพื่อฝึกทักษะในการผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าและสิ่งทอ นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ได้แก่ บ่อน้ำที่ใช้ระบบไฟฟ้า ร้านค้าสำหรับจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ร้านอาหาร และสำนักงานบริหารจัดการต่างๆ
ส่วนคลินิกสุขภาพของดีนาสที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ในปัจจุบันนั้นจะให้บริการด้านเวชกรรมทั่วไป ทันตกรรม การดูแลมารดาและทารกแรกเกิด รวมถึงการรักษาในกรณีฉุกเฉินต่างๆ นอกจากนี้ ผู้ป่วยยังสามารถเข้าถึงบริการร้านขายยาและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยภายในคลินิกได้อีกด้วย
อุปกรณ์ใหม่เหล่านี้มีตั้งแต่เครื่องเอกซเรย์และเครื่องอัลตราซาวด์ ไปจนถึงอุปกรณ์สำหรับดูแลทารกแรกเกิด เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และเครื่องติดตามสัญญาณชีพ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นสามารถเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาได้ในท้องถิ่น
โดย “Alam wa Amal” (ความเจ็บปวดและความหวัง) ที่เป็นรายการด้านมนุษยธรรมที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ Sharjah TV ได้มีส่วนร่วมในการปรับปรุงคลินิกแห่งนี้ โดยร่วมมือกับองค์กร Sharjah Charity International
ท่านชีค Sultan กล่าวว่าความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นสิ่งที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ให้ความสำคัญมาโดยตลอด และเน้นย้ำว่าโครงการต่างๆ ที่รวมถึงบริการที่จำเป็น การศึกษา และโอกาสในการดำรงชีวิต จะนำมาซึ่งความมั่นคงที่มากขึ้นแก่ครอบครัวและช่วยให้ชุมชนดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี
ท่านชีค Saqr bin Mohammed Al Qasimi ประธานคณะกรรมการบริหารขององค์กรการกุศลระหว่างประเทศแห่งชาร์จาห์ (Sharjah Charity International) กล่าวว่า โครงการเหล่านี้สะท้อนถึงแนวทางของท่านชีค ดร. Sultan bin Mohammed Al Qasimi สมาชิกสภาสูงสุดแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเจ้าผู้ครองรัฐชาร์จาห์ ที่มุ่งสนับสนุนชุมชนต่างๆ ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ
ท่านชีคกล่าวว่าความร่วมมือตลอดหลายปีที่ผ่านมาระหว่างองค์กรดังกล่าวกับหน่วยงานกระจายเสียงแห่งชาร์จาห์ (Sharjah Broadcasting Authority) ได้ก่อให้เกิดโครงการต่างๆ ที่สร้างประโยชน์แก่ผู้คนในพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการอย่างทั่วถึง
Mohammed Hassan Khalaf ผู้อำนวยการใหญ่ของสำนักงานกระจายเสียงแห่งชาร์จาห์ กล่าวว่า เงินบริจาคผ่าน “Al Reeh Al Mursala” ได้ถูกนำไปใช้ในการจัดหาที่อยู่อาศัย สถานพยาบาล และโครงการฝึกอาชีพ ที่ช่วยให้ครอบครัวต่างๆ สามารถพัฒนาทักษะและมีแหล่งรายได้ที่มั่นคง