สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (19 ตุลาคม 2569 ) ---- นางสาวพนิตศนี ตั๊นสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) BCPG เปิดเผยว่า ได้มีแนวทางในการจัดทำสรุปข้อมูลสำคัญรายธุรกิจประจำไตรมาส สำหรับไตรมาส 3/2569 บริษัทฯ ขอนำส่งสรุปข้อมูลสำคัญรายธุรกิจ ดังนี้

ในไตรมาส 3/2569 ภาพรวมปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2568 โดยหลัก เกิดจากโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ใน สปป.ลาว ที่รับรู้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเต็มไตรมาสและได้รับอิทธิพล พายุไต้ฝุ่นในไตรมาสนี้ ขณะที่ไตรมาส 3/2568 เป็นช่วงเริ่มทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ประกอบกับในไตรมาสนี้ โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกามีปริมาณการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ สูงขึ้นในช่วงคลื่นความร้อน (Heat wave) ในระหว่างไตรมาส
เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2569 ภาพรวมปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีสาเหตุหลักจากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาที่กลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติภายหลังการทำ Rotor upgrade ที่โรงไฟฟ้า Hamilton ในไตรมาส 2/2569 และเป็นช่วงฤดูร้อนที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง รวมถึง โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำและพลังงานลมใน สปป.ลาว และโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทยที่ได้รับผลดีจากปริมาณน้ำฝน และกำลังลมในช่วงฤดูมรสุม
ทั้งนี้หากวิเคราะห์ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าของแต่ละประเทศในไตรมาส 3/2569 เป็นดังนี้
โครงการในประเทศไทย
เปรียบเทียบกับไตรมาส 3/2568 โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าใกล้เคียงกันกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะมีกำลัง การผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท สแกน แอดวานซ์ เพาเวอร์ จำกัดขนาดกำลังการผลิต 17.5 เมกะวัตต์ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดติดตั้งบนหลังคาที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ เนื่องจากประสิทธิภาพของแผงในบาง โครงการที่เริ่มลดลง และค่าแดดที่ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานลมมีปริมาณการจำหน่าย ลดลงเล็กน้อยตามความเร็วลมที่ลดลง
เปรียบเทียบกับไตรมาส 2/2569 โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าลดลงจากค่าความเข้มแสงที่ลดลงในช่วงฤดูฝน ขณะที่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมมีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากกำลังลมที่แรงขึ้นในช่วงฤดูมรสุมตามปัจจัยฤดูกาล
โครงการใน สปป. ลาว (รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม)
เปรียบเทียบกับไตรมาส 3/2568 โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป. ลาว มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยังคง เดินเครื่องได้เต็มที่จากปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูฝน ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้า เพิ่มขึ้น เนื่องจากรับรู้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเต็มไตรมาสและได้รับอิทธิพลพายุไต้ฝุ่นในไตรมาสนี้ ขณะที่ในไตรมาส 3/2568 โครงการทยอยเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ หรือ COD (Commercial Operation Date) ครบทั้ง 4 โซน ใน เดือนสิงหาคม 2568
เปรียบเทียบกับไตรมาส 2/2569 โรงไฟฟ้าใน สปป. ลาว มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมา ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำและลมจากปัจจัยฤดูกาล ที่ส่งเสริมทั้งปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน และกำลังลมที่แรงขึ้นในช่วงฤดูมรสุม
โครงการในสหรัฐอเมริกา (ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม)
เปรียบเทียบกับไตรมาส 3/2568 ปริมาณการจำหน่ายไฟของโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น จากความต้องการใช้ไฟฟ้า ที่สูงขึ้นจากภาวะคลื่นความร้อนในระหว่างไตรมาสในปีนี้
เปรียบเทียบกับไตรมาส 2/2569
ปริมาณการจำหน่ายไฟของโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาลซึ่งเป็นช่วง ฤดูร้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะคลื่นความร้อนในช่วงต้นฤดู ขณะที่ในไตรมาส 2/2569 มีการหยุดผลิตเพื่อทำ Rotor upgrade ที่โรงไฟฟ้า Hamilton จำนวน 2 แห่ง
ธุรกิจคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ
เปรียบเทียบกับไตรมาส 3/2568
ปริมาณการใช้ถังเก็บน้ำมันคงตัวโดยมีการใช้งานเต็มความจุ ส่วนปริมาณการใช้บริการท่อลดลงเล็กน้อยจากปริมาณ น้ำมันดิบของลูกค้าที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ได้รับการชดเชยบางส่วนจากปริมาณน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (UCO) และ น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่เพิ่มขึ้น ภายหลังหน่วยผลิต SAF ของกลุ่มบริษัทบางจากเริ่มดำเนินการเชิง พาณิชย์เต็มรูปแบบ
เปรียบเทียบกับไตรมาส 2/2569
ปริมาณการใช้ถังเก็บน้ำมันเพิ่มขึ้น ภายหลังถังที่หยุดซ่อมบำรุงในไตรมาส 2/2569 กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ส่วนปริมาณการใช้บริการท่อลดลงจากรอบตารางการขนส่งน้ำมันดิบของลูกค้า ขณะเดียวกันได้รับการชดเชยบางส่วน จากปริมาณ UCO และ SAF ที่เพิ่มขึ้น