14 ต.ค. 2569 09:22:22 53
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 14 ตุลาคม 2569 )---------กลุ่มทิสโก้ประกาศผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 5,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,805 ล้านบาท เติบโต 4.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการเติบโตของรายได้ในทุกธุรกิจหลักควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ พร้อมรักษาคุณภาพสินทรัพย์และฐานะการเงินในระดับแข็งแกร่ง ด้วย NPL Coverage Ratio ในระดับสูงที่ 192.5% ตอกย้ำศักยภาพการเติบโตอย่างมีคุณภาพท่ามกลางเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ (Mr. Sakchai Peechapat, Group Chief Executive, TISCO Financial Group Public Company Limited) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2569 เริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออกกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการ "ไทยช่วยไทยพลัส" รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ทยอยฟื้นตัว ขณะที่ตลาดรถยนต์มีสัญญาณบวกต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความผันผวนและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิดทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลอดจนความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ ภายใต้สภาพแวดล้อมดังกล่าว กลุ่มทิสโก้ยังคงดำเนินธุรกิจตามแนวทาง Sustainable Growth โดยมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 5,302 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 5.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROAE) ที่ 16.4%ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจหลักหลายด้าน โดยธุรกิจสินเชื่อยังขยายตัวได้ดี จากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ สอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวและความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังส่งผลเชิงบวกต่อธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เกี่ยวเนื่องด้านธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) เติบโตอย่างโดดเด่น ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนภายใต้ Open Architecture Platform ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึงกองทุนและการลงทุนที่หลากหลายจากผู้จัดการกองทุนชั้นนำ นอกจากนี้ ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจหลักทรัพย์จัดการกองทุนได้รับอานิสงส์จากมูลค่าการซื้อขายในตลาดทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นควบคู่กับการขยายตัวของธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งทิสโก้ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมของธุรกิจตลาดทุนเติบโตได้ดีและช่วยเสริมความสามารถในการสร้างรายได้ในระยะยาว ด้านคุณภาพสินทรัพย์และฐานะการเงิน กลุ่มทิสโก้ยังคงรักษามาตรฐานการบริหารความเสี่ยงและการตั้งสำรองอย่างรอบคอบและรัดกุม ส่งผลให้อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% ขณะที่ NPL Coverage Ratio ยังคงแข็งแกร่งที่ 192.5% สะท้อนความเพียงพอของเงินสำรองต่อความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนอกจากนี้ อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.1% ตอกย้ำความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ความสามารถในการรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ และศักยภาพในการขยายธุรกิจในอนาคต สำหรับทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป กลุ่มทิสโก้ยังคงมุ่งตอกย้ำบทบาทการเป็น Your Trusted Financial Advisorหรือที่ปรึกษาทางการเงินที่ลูกค้าไว้วางใจ โดยเดินหน้าพัฒนา TISCO Wealth Ecosystem เพื่อเชื่อมโยงบริการด้านการเงิน การลงทุน การบริหารความเสี่ยง และการวางแผนความมั่งคั่งเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิดHolistic Advisory ตลอดจนขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในด้านต่าง ๆ ภายใต้ธีม Friends for Well-being เพื่อเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและเติมเต็มการวางแผนชีวิตให้แก่ลูกค้าอย่างรอบด้าน "นอกจากนี้ จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทยช่วงปลายไตรมาส กลุ่มทิสโก้ได้เร่งให้ความช่วยเหลือและดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิดผ่านมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ทั้งการลดภาระค่างวดชั่วคราว การปรับโครงสร้างหนี้ และการเสริมสภาพคล่องเมื่อจำเป็นเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถฟื้นตัวและก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าวไปด้วยกัน" นายศักดิ์ชัยกล่าว สรุปผลประกอบการสำหรับงวด 9 เดือนแรก และไตรมาส 3 ของปี 2569 ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 5,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับงวด 9 เดือนแรกของปี 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตของรายได้รวมจากการดำเนินงาน โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 5.2% ตามต้นทุนเงินฝากที่ทยอยปรับลดลงในช่วงดอกเบี้ยขาลงขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.7% จากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจนายหน้าประกันภัย (Bancassurance) เพิ่มขึ้น 6.3% ประกอบกับธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเติบโตจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในช่วงที่ตลาดทุนฟื้นตัวนอกจากนี้ รายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่กลับมาขยายตัว และรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจจัดการกองทุนเพิ่มขึ้นจากการเติบโตธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและธุรกิจกองทุนรวม ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 3.9% โดยยังคงดำเนินการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพและรอบคอบในขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) อยู่ที่ 1.0% ของสินเชื่อเฉลี่ย สอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ที่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROAE) อยู่ที่ 16.4% สำหรับกำไรสุทธิของบริษัทงวดไตรมาส 3 ของปี 2569 มีจำนวน 1,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากไตรมาส 3 ของปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) ปรับตัวลดลง สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินงานอ่อนตัวลง โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน(FVTPL) ที่ลดลงจากปีก่อนหน้า ในส่วนของธุรกิจหลัก รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 6.2% จากต้นทุนเงินฝากที่ลดลง ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมฟื้นตัวจากธุรกิจตลาดทุนที่ขยายตัวตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่มขึ้น เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 มีจำนวน 238,493 ล้านบาท เติบโต 1.2% จากสิ้นปี 2568 จากสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และส่วนแบ่งตลาดของธนาคารทิสโก้ที่ขยายตัวมาอยู่ที่7.0% นอกจากนี้ สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อ SME ขยายตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เติบโต ทั้งนี้ สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% ของสินเชื่อรวม สะท้อนแผนการเติบโตของสินเชื่อที่รัดกุม และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้บริษัทมีค่าเผื่อสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงที่ 192.5% ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.1% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่18.0% และ 2.1% ตามลำดับ
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง บรรยากาศตลาดไทย สัปดาห์นี้ การเล่นการเทรด ดูซบเซา นักลงทุนชะลอการลงทุน ด้วยมีวันหยุดและ...
ม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ วันนี้ เปิดฉากการประชุม IMF-World Bank 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.69 ....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์