Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : VGI ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จากเดิม “ขาย” ราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 1.11 บาท (เดิม 0.90 บาท)

63

 


VGI
TISCO Corporate Day (9/10/26)
บริษัทคงเป้ารายได้ 5.0–5.5 พันล้านบาท
ฝ่ายบริหาร นำโดยคุณจิตเกษม หมู่มิ่ง ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการเงิน คงเป้ารายได้ปี 2026/27 ที่ 5,000–5,500 ล้านบาท (+8–18% YoY) โดยมีสัดส่วนจากธุรกิจสื่อ 35% บริการดิจิทัล 35% และจัดจำหน่าย 30% และงบลงทุน 500 ล้านบาท

ประเด็นใหม่ คือ Super Turtle ซึ่งมีรายได้จากการขายและบริหารราว 500 ล้านบาทแต่คาดขาดทุนราว 400 ล้านบาทในปีนี้ ใกล้เคียงปีก่อน ร้านบนสถานี BTS ทำรายได้ 1.4–1.5 ล้านบาท/เดือน/สาขา ส่วน 4 สาขาแรกในปั๊มบางจากทำได้ 0.5–0.6 ล้านบาท ร้านมีกำไรขั้นต้นแต่ EBITDA ยังติดลบจากค่าเช่าและค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ค่าเสื่อมราคาสัมปทานชุดแรก (ปีก่อนราว 390 ล้านบาท) จะหมดในปี 2029 ผู้บริหารกำลังพิจารณา exit plan สำหรับพื้นที่ที่ขาดทุน ขณะที่ธุรกิจเช่าพื้นที่เดิมยังทำกำไรราว 300 ล้านบาทต่อปี หากรัฐผลักดันนโยบายค่าโดยสาร 45 บาท ผู้บริหารคาดผู้โดยสาร BTS เพิ่มได้ถึง 50% ซึ่งหนุนทั้งสื่อและร้าน Turtle สำหรับด้านเงินสด บริษัทยังไม่มีแผนเพิ่มสัดส่วนใน JMART หรือ PLANB

ปรับประมาณการเพิ่มขึ้นจากบริษัทรร่วมทุน PLANB เป็นหลัก
เราคาดกำไรหลัก 2Q26/27F เติบโตต่อเนื่อง พร้อมปรับประมาณการกำไรขึ้น โดยคาดกำไรหลักที่ 90 ล้านบาท (+5% QoQ, +14% YoY) หนุนจากรายได้สื่อโฆษณาฟื้นตัวตามฤดูกาล ธุรกิจดิจิทัลเติบโต และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม ขณะที่กำไรสุทธิคาดลดลง 66% QoQ จากการไม่มีรายการพิเศษเหมือนไตรมาสก่อน ทั้งนี้ ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026/27F ขึ้นเป็น 518 ล้านบาท และปี 2027/28F เป็น 387 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร PLANB และ JMART เพิ่มขึ้น

ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จากเดิม “ขาย”
ราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 1.11 บาท (เดิม 0.90 บาท) โดยเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าจาก PBV เป็น SOTP/NAV เพื่อสะท้อนมูลค่าเงินสดและเงินลงทุน รวมถึงโอกาสกลับมาจ่ายปันผลหลังล้างขาดทุนสะสม อย่างไรก็ตาม เราพียงคำแนะนำ “ถือ” เนื่องจากราคาเป้าหมายขึ้นอยู่กับการลด Holding Discount จาก 40% เหลือ 30% ขณะที่แผนใช้เงินสดราว 20,000 ล้านบาทยังไม่ชัดเจน ROE อยู่ในระดับต่ำ และมูลค่า NAV ยังผูกกับราคาหุ้น PLANB และ JMART จึงต้องรอความชัดเจนของแผนลงทุนที่สร้างผลตอบแทนก่อน

คาด 2Q26/27F กำไรหลัก 90 ล้านบาท (+5% QoQ, +14% YoY)
เราคาด 2Q26/27F (ก.ค.–ก.ย.26) กำไรหลัก 90 ล้านบาท (+5% QoQ, +14% YoY) กำไรสุทธิจะลดลง 66% QoQ จาก 261 ล้านบาท เพราะไม่มีรายการพิเศษเหมือน 1Q เราคาด VGI จะมีรายได้จากการให้บริการและการขาย 1,200 ล้านบาท (+7% YoY, +5% QoQ) โดยรายได้สื่อคาดฟื้นเป็นราว 490 ล้านบาท (+10% QoQ และทรงตัว YoY) จากช่วงฤดูกาลที่ดีขึ้นและแพ็คเกจ Welcome Takeover บน BTS ส่วนธุรกิจดิจิทัลคาดโตเล็กน้อย 2% QoQ เป็น 442 ล้านบาท (+21% YoY) ตามพอร์ตสินเชื่อ Rabbit Cash และรายได้ lead generation ของ Rabbit Care และธุรกิจจัดจำหน่ายคาดโต 2% QoQ จากสินค้าแบรนด์ตนเอง อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 36.0% ใกล้เคียง 1Q (36.3%) และดีกว่า 2Q25/26 (33.8%) SG&A คาดอยู่ที่ 575 ล้านบาท (47.9% ของรายได้) เพิ่มจากค่าใช้จ่ายปกติ 564 ล้านบาทใน 1Q ตามค่าบริหารการขายสื่อที่ผันแปรกับรายได้ ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมคาด 120 ล้านบาท ใกล้เคียงระดับปกติของ 1Q (ราว 118 ล้านบาท หลังหักกำไรขายเงินลงทุน 55 ล้านบาท) ทั้งนี้ ในไตรมาสนี้บริษัทจะบันทึกการล้างขาดทุนสะสม 2,327 ล้านบาท ซึ่งเป็นการโอนภายในส่วนของผู้ถือหุ้น ไม่กระทบงบกำไรขาดทุน


ปรับประมาณการกำไรปี 2026/27–2028/29F ขึ้น จากส่วนแบ่งกำไร PLANB เป็นตัวหลัก
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2026/27F ขึ้นเป็น 518 ล้านบาท (เดิม 227 ล้านบาท) โดยรวมรายการพิเศษ 1Q ที่ 175 ล้านบาท (กลับรายการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต 86 ล้านบาท, กำไรขายเงินลงทุน 55 ล้านบาท, กำไรค่าบริหารจัดการครั้งเดียว 34 ล้านบาท) หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว กำไรปกติ 342 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากคาดเดิม 51% และปรับปี 2027/28F เพิ่มขึ้น 51% เป็น 387 ปัจจัยหลักคือส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ปรับขึ้นเป็น 507 และ 489 ล้านบาท (เดิม 232 และ 243 ล้านบาท) หลังรับรู้ PLANB 24.13% เป็นบริษัทร่วม และการรับรู้กำไรจาก JMART ด้านอัตรากำไรขั้นต้นคาดที่ 36.0 และ 36.5 เพิ่มขึ้นจากเดิม จากการเน้นจำหน่ายสินค้าแบรนด์ตนเองเพิ่มขึ้นช่วยเพิ่มอัตรามาร์จิ้น ด้านรายได้แทบไม่เปลี่ยนที่ 4,878 และ 5,165 ล้านบาท ต่ำกว่าขอบล่างของเป้าบริษัท เพราะเราคาดอัตราการใช้สื่อเพิ่มเพียง 49–53% และคาด SG&A ต่อรายได้ยังสูงจากค่าบริหารการขายสื่อและค่าการตลาดกลุ่ม Rabbit

ปรับวิธีประเมินมูลค่าจาก PBV เป็น SOTP/NAV ราคาเป้าหมาย 1.11 บาท (เดิม 0.90 บาท) เพื่อสะท้อนสินทรัพย์ที่เป็นเงินสดและสินทรัพย์ทางการเงินราว 57% ของส่วนผู้ถือหุ้น รวมถึงการล้างขาดทุนสะสมที่เปิดโอกาสให้กลับมาจ่ายปันผล โดยประเมิน NAV ที่ 1.59 บาทต่อหุ้น จากเงินสดสุทธิ เงินลงทุนใน PLANB และ JMART และธุรกิจหลัก ก่อนหัก Holding Discount 30% ได้ราคาเป้าหมาย 1.11 บาท เทียบเท่า PBV 0.66 เท่า ทั้งนี้ หากใช้มูลค่าบัญชีตามงบปี (PLANB 6,292 ล้านบาท, JMART 4,559 ล้านบาท หลังหักค่าเผื่อด้อยค่า 1,300 ล้านบาท) ราคาเป้าหมายจะใกล้เคียงกันที่ 1.11 บาท ส่วนลดดังกล่าวแคบกว่าระดับตลาดราว 40% (จากราคาหุ้นปัจจุบัน 0.95 บาท) จากความสามารถในการจ่ายปันผลที่ดีขึ้น แต่ยังสะท้อนความเสี่ยงจาก ROE ต่ำ และประวัติด้อยค่าเงินลงทุน (KEX, JMART)

เราได้ทำ Sensitivity ทุก 5% ของส่วนลดที่เปลี่ยนไป กระทบราคาเป้าหมายราว 0.08 บาท และทุก 1 บาทที่ราคา PLANB เปลี่ยน กระทบราคาเป้าหมายราว 0.04 บาท


คงคำแนะนำเพียง “ถือ” แม้มี Upside 16.8% เนื่องจากราคาเป้าหมายขึ้นอยู่กับการลด Holding Discount ขณะที่แผนใช้เงินสดราว 20,000 ล้านบาทยังไม่ชัดเจน บริษัทคาดจะประกาศช่วง ม.ค.–มี.ค.27 ประกอบกับ ROE ต่ำเพียง 1.1–1.5% มูลค่า NAV ผูกกับ PLANB และ JMART ราว 33% และ Super Turtle ยังขาดทุนราว 400 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้ อาจพิจารณาปรับคำแนะนำ หากมีแผนการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนชัดเจน ซึ่งอาจหนุนราคาเป้าหมายเพิ่ม

ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ต่ำ ปัจจัยที่ต้องติดตามคือการใช้เงินสดและราคา PLANB
รายได้เกือบทั้งหมดมาจากในประเทศและไม่มีหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยนอกจากสัญญาเช่า ผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์จึงเป็นทางอ้อม ผ่านงบโฆษณาของสินค้าอุปโภคบริโภค และ sentiment ที่กดราคา PLANB และ JMART ความเสี่ยงด้านลงคืออัตราการใช้สื่อไม่ถึงเป้า การนำเงินสดไปลงทุนที่ผลตอบแทนต่ำ และราคา PLANB ย่อตัว

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้