Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส ชี้ เงินเฟ้อไทยต่ำคาด-เวิลด์แบงก์ปรับขึ้นเป้า GDP แตะ 2.0% ชูดีลประวัติศาสตร์ Google ซื้อพลังงานนิวเคลียร์หนุนธีม Power – คัด 5 หุ้นเด่นรับต่างชาติซื้อสวนตลาด

65

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(7 ตุลาคม 2569)----------บล.เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางตลาดทุนโลกและตลาดหุ้นไทย หลังตลาดหุ้นต่างประเทศเริ่มแกว่งตัวผ่อนคลาย ขานรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond Yield) อายุ 10 ปี ย่อตัวลง และตัวเลขเงินเฟ้อไทยเดือนกันยายนออกมาต่ำกว่าคาดที่ +2.82% YoY ลดแรงกดดันการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขณะที่ธนาคารโลก (World Bank) ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ขึ้นสู่ระดับ 2.0% แม้ตลาดหุ้นไทยจะเผชิญแรงขายของนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่อง 11 วันทำการ แต่นักลงทุนต่างชาติยังคงเลือกทยอยสะสมหุ้นขนาดใหญ่ใน 3 กลุ่มหลัก ทั้งนี้ แนะนำกลยุทธ์ "Selective Buy" เน้นหุ้น Laggard, หุ้นรับ High Season และธีมพลังงานไฟฟ้า (Power Theme) ตอบรับดีลยักษ์ใหญ่ระดับโลก

 

เกาะติดทิศทางเศรษฐกิจโลกและนวัตกรรมเทคโนโลยีสากล บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นโลกเริ่มปรับตัวดีขึ้นสอดคล้องกับปัจจัยแวดล้อมที่ผ่อนคลายลง ดังนี้:

Bond Yield สหรัฐฯ ย่อตัวลงดันตลาดหุ้นต่างประเทศฟื้นตัว: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond Yield) อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2002 ลงมาอยู่ที่ระดับ 5.28% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวบริเวณ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และดัชนี Fedspeak Index ทรงตัวที่ 10.1 จุด ช่วยลดแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยคืนนี้ตลาดเฝ้ารอรายงานการประชุม FOMC Fed Minutes อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เม็ดเงินในดัชนี S&P 500 ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมายังคงกระจุกตัวใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี, กลุ่มบริการสื่อสาร และกลุ่มพลังงาน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อกำไรของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่


Marvell Technology โชว์เป้าหมายเติบโตระยะยาวพุ่งเกินคาด: Marvell Technology (MRVL US) จัดงาน Investor Day ครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เปิดเผยเป้าหมายการเติบโตระยะยาวที่สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี FY2028 ขึ้นสู่ 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ตลาดคาด 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์) ตั้งเป้ารายได้ปี FY2031 ที่ 7.0–9.0 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ตลาดคาด 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์) และตั้งเป้ากำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2030 ไม่ต่ำกว่า $30 หนุนรอบ Earnings Upgrade Cycle และแนวโน้มราคาหุ้นขยับขึ้นต่อ


ดีลยักษ์ใหญ่ Google เซ็นสัญญาซื้อพลังงานนิวเคลียร์ 20 ปี หนุนธีม Power: Google ประกาศลงนามสัญญาซื้อขายพลังงานนิวเคลียร์ระยะยาว 20 ปี กับ Constellation Energy Group (CEG US) รวมกำลังการผลิต 890 เมกะวัตต์ ดึงดูดเงินลงทุนอัปเกรดเตาปฏิกรณ์ 11 แห่งมากกว่า 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสัญญาจัดหาพลังงานเพิ่มเติมอีก 2.7 กิกะวัตต์ (15 ปี) ในเขต PJM ยืนยันมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มพลังงานไฟฟ้า (Power Theme) ที่จะเป็นคอขวด (Bottleneck) ถัดไปต่อจากชิปหน่วยความจำ (Memory) และอุปกรณ์ส่งสัญญาณแสง (Photonic) แนะนำลงทุนผ่าน DR: CEG23, BE03, GEV23 และ PWR80

เจาะลึกความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจและทิศทางตลาดทุนไทย สำหรับระบบเศรษฐกิจไทยและทิศทางตลาดหุ้น เริ่มเห็นสัญญาณบวกเชิงโครงสร้างแม้อยู่ท่ามกลางฟันด์โฟลว์ผันผวน:

เงินเฟ้อไทยเดือน ก.ย. ต่ำคาด หนุน กนง. คงดอกเบี้ยยาว: อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) เดือนกันยายน 2569 ขยายตัว +2.82% YoY (ต่ำกว่าตลาดคาดที่ +3.10% YoY) และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ขยายตัวเพียง +1.50% YoY สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคาสินค้าและค่าครองชีพเริ่มเบาบางลง โดยประเมินว่าเงินเฟ้อไทยทั้งปีจะทรงตัวอยู่ในกรอบ 2.7% – 2.9% ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมาย 3.0% ของ ธปท. จึงลดแรงกดดันในการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย และคาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1.0% ไปจนถึงสิ้นปี


World Bank ปรับเพิ่มเป้า GDP ไทยปี 2569 ขึ้นสู่ 2.0%: ธนาคารโลก (World Bank) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2569 ขึ้นเป็น 2.0% (จากเดิมคาด 1.3%) โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนที่ได้รับอานิสงส์จากกระแส AI CAPEX ทั่วโลก และการลงทุน Data Center ในไทย แม้ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากภัยแล้งเอลนีโญ (El Niño) ต่อภาคการเกษตรก็ตาม


ต่างชาติขายหุ้นไทย 11 วัน แต่สลับซื้อสะสม 10 หุ้นใหญ่ 3 กลุ่มหลัก: แม้นักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิหุ้นไทยติดต่อกัน 11 วันทำการ (22 ก.ย. – 6 ต.ค.) รวมมูลค่า 4.0 หมื่นล้านบาท กดดันดัชนี SET ย่อตัวลงสู่ระดับ 1,582 จุด แต่ข้อมูลการซื้อขายรายบริษัทยังพบการเข้าซื้อสะสมผ่านช่องทางตรงและ NVDR ใน 10 หุ้นใหญ่ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) หุ้นเข้าสู่ช่วง High Season (CPF, BH, BCH) 2) หุ้นกลุ่ม Laggard (SCB, SAWAD) และ 3) หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี (PTT, PTTGC, TOP, IRPC, IVL)

แนะนำหุ้นเด่นและทิศทางเทคนิคประจำวัน

CEG23 : ได้รับปัจจัยบวกโดยตรงหลัง Google ตกลงซื้อไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์รวม 3,590 เมกะวัตต์ ผ่านสัญญาระยะยาว ถือเป็นหนึ่งในดีลไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ (แนวรับ 2.48 บาท / แนวต้าน 2.60 บาท / จุดตัดขาดทุน 2.42 บาท)

MELI06 : ได้รับ Sentiment เชิงบวกจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลรอบแรกที่คะแนนฝั่งที่มีนโยบายเอื้อต่อภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น (แนวรับ 2.46 บาท / แนวต้าน 2.62 บาท / จุดตัดขาดทุน 2.40 บาท)

SCC : ได้รับผลบวกจากการรวมธุรกิจโอเลฟินส์กับ PTTGC ขณะที่ราคาหุ้นยังคง Laggard ปรับตัวขึ้นช้ากว่ากลุ่ม (แนวรับ 246.00 บาท / แนวต้าน 264.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 238.00 บาท)

MAJOR : เข้าสู่ช่วง Peak Season มีภาพยนตร์ทำเงินทยอยเข้าฉายต่อเนื่อง พร้อมมีโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยปกป้องราคาหุ้นขาลง (แนวรับ 7.48 บาท / แนวต้าน 7.80 บาท / จุดตัดขาดทุน 7.40 บาท)

PTT : ราคาหุ้นยังคง Laggard กลุ่มอยู่มาก ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันและปิโตรเคมีที่ทรงตัวระดับสูง คาดแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ขยายตัวต่อเนื่อง QoQ (แนวรับ 41.25 บาท / แนวต้าน 43.50 บาท / จุดตัดขาดทุน 40.25 บาท)

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้