สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(29 กันยายน 2569)-------------ข้อมูล ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 แม้ฝนโดยรวมเริ่มลดลง แต่ความเสี่ยงด้านน้ำยังไม่สิ้นสุด โดยขณะนี้ต้องติดตามทั้งการเพิ่มการระบาย น้ำเหนือ น้ำในอ่างเก็บน้ำ และน้ำทะเลหนุนในพื้นที่ปลายน้ำ
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง แต่ยังมีฝนหนักบางแห่ง โดยเฉพาะด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก และในช่วง 29 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยตอนบนยังมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่
สถานการณ์น้ำภาพรวมประเทศ
ปริมาณน้ำในแหล่งน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 62,643 ล้าน ลบ.ม. หรือ 78% ของความจุเก็บกัก และมีน้ำใช้การ 38,523 ล้าน ลบ.ม. หรือ 68% โดยภาคตะวันตกมีน้ำในอ่างสูงถึง 90% และภาคตะวันออก 89%
พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ
1. ลุ่มแม่กลอง – พื้นที่เฝ้าระวังสูง
ปริมาณน้ำจากแม่น้ำแควน้อย–แควใหญ่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่มีการเพิ่มการระบายท้ายเขื่อนแม่กลองสู่ระดับ 2,000 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำในราชบุรี–สมุทรสงคราม–สมุทรสาคร ต้องติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงเส้นทางขนส่งและโลจิสติกส์ที่เชื่อมภาคตะวันตกเข้าสู่กรุงเทพฯ และผลของน้ำทะเลหนุน ขณะที่น้ำในอ่างภาคตะวันตกอยู่ที่ 90%
2. ลุ่มเจ้าพระยา – น้ำเหนือยังเพิ่ม
สถานี C.2 นครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่าน 2,038 ลบ.ม./วินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,000 ลบ.ม./วินาที จึงต้องติดตามการส่งผ่านน้ำลงสู่ ชัยนาท–สิงห์บุรี–อ่างทอง–อยุธยา–ปทุมธานี–นนทบุรี–กรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ และพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จะทยอยเพิ่มการระบายจาก 25 ลบ.ม./วินาที ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน และเพิ่มสูงสุดเป็น 400 ลบ.ม./วินาที ในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ส่งผลต่อ อยุธยา-สระบุรี-ปทุมธานี (ฝั่งตะวันออก)
3. ภาคตะวันออก – น้ำในอ่างยังอยู่ในระดับสูง
ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำภาคตะวันออกอยู่ที่ประมาณ 89% ของความจุ แม้ฝนในหลายพื้นที่เริ่มลดลง แต่ยังต้องติดตามน้ำไหลเข้าอ่าง การระบายผ่าน Spillway และผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแนว ปราจีนบุรี–ฉะเชิงเทรา–ชลบุรี–ระยอง
สำหรับระยอง อ่างเก็บน้ำดอกกรายมีปริมาณน้ำ 93.19 ล้าน ลบ.ม. หรือ 112% ของระดับเก็บกักเพิ่มเติม และมีการระบายน้ำผ่าน Spillway และอาคารระบายน้ำลงสู่ลำน้ำเดิมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยังมีแนวโน้มว่าจะมีน้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มขึ้น
พื้นที่เฝ้าระวัง: ปลวกแดง–บ้านค่าย–คลองจำพัง–แม่น้ำระยอง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมลำน้ำ ซึ่งควรติดตามระดับน้ำและการระบายน้ำอย่างใกล้ชิด
4. น้ำทะเลหนุนสูง 29 ก.ย.–4 ต.ค. – เพิ่มความเสี่ยงพื้นที่ปลายน้ำ
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง มวลน้ำจากตอนบนที่ไหลลงมาสมทบกับน้ำทะเลหนุน อาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกง เจ้าพระยา ท่าจีน และแม่กลองสูงขึ้น โดยพื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม และสมุทรสงคราม โดยเฉพาะพื้นที่นอกคันกั้นน้ำและแนวสุขุมวิท–สุขสวัสดิ์–พระราม 2
ส.อ.ท. ขอให้ผู้ประกอบการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและทบทวน Business Continuity Plan (BCP) หรือแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจให้พร้อมใช้งาน ตรวจแนวกั้นน้ำ ระบบสูบน้ำ ระบบไฟฟ้า ย้ายวัตถุดิบ–สารเคมี–ทรัพย์สินสำคัญขึ้นพื้นที่ปลอดภัย ตรวจเส้นทางขนส่งสำรอง และกำหนดจุดตัดสินใจสำหรับปรับ ลด หรือหยุดการผลิต หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น
“ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษขณะนี้ คือ การระบายในลุ่มแม่กลอง การส่งผ่านน้ำในลุ่มเจ้าพระยา ระดับน้ำในอ่างภาคตะวันออก และน้ำทะเลหนุนในพื้นที่ปลายน้ำ ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องติดตามสถานการณ์รายพื้นที่ ทบทวน BCP และปรับการผลิต โลจิสติกส์ และซัพพลายเชนให้ทันต่อสถานการณ์” นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change กล่าว