Today’s NEWS FEED

News Feed

GUNKUL ขายหุ้น 7 บริษัทย่อย สัดส่วน50% ให้ กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เข้าถือ มูลค่ารวม 466. 50 ลบ.

47

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (28 กันยายน 2569 ) ---- นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)GUNKUL เปิดเผยว่า “บริษัทฯ” ขอเรียนแจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการร่วมลงทุนกับพันธมิตร เชิงกลยุทธ์ โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2569 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 และที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ครั้งที่ 20/2569 เมื่อวันที่28 กันยายน 2569 มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ จำหน่ายหุ้นสามัญในบริษัทย่อยจำนวน 7 บริษัท (“บริษัท ย่อย”)1 ในสัดส่วนร้อยละ 50 ของทุนชำระแล้วของแต่ละบริษัท ให้แก่ บริษัท กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี จำกัด (“GRE”) ซึ่ง เป็นบริษัทในกลุ่มของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (“GULF”) โดยมีมูลค่าสิ่งตอบแทนรวมทั้งสิ้น 466,508,326.25 บาท โดยหลังจากธุรกรรมดังกล่าว บริษัทฯ จะมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 50

ทั้งนี้บริษัทย่อยดังกล่าว เป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังงานลมรวม 12 โครงการ คิดเป็นก าลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 336.7 เมกะวัตต์ (Equity MW) ภายใต้สัญญาซื้อ ขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) โดย มีรายละเอียดดังนี้

 


(1) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) จำนวน 5 โครงการ กำลังการผลิต ไฟฟ้าตามสัญญา 88.2 เมกะวัตต์ตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570, 2572, 2573

(2) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Solar BESS) จำนวน 1 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 16.5 เมกะวัตต์ตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิง พาณิชย์ในปี 2573

(3) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม จำนวน 6 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 232.0 เมกะวัตต์ตามสัดส่วน การถือหุ้น โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2572 – 2573

การดำเนินธุรกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการโครงสร้างการลงทุนและการต่อยอดความร่วมมือระหว่าง บริษัทฯ และ GULF โดยแต่ละฝ่ายสามารถนำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของตนมาใช้สนับสนุนการพัฒนาโครงการพลังงาน หมุนเวียนร่วมกัน บริษัทฯ มีประสบการณ์ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาและลงทุนในโครงการพลังงานทดแทน การก่อสร้างระบบ ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการบริหารจัดการและให้บริการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ขณะที่ GULF มีฐานธุรกิจไฟฟ้า ขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงความพร้อมด้านเงินทุน เครือข่ายทางธุรกิจและซัพพลายเชนระดับโลก ทั้งนี้ ความ ร่วมมือดังกล่าวจะเสริมศักยภาพในการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนร่วมกัน เพิ่มประสิทธิภาพจากขนาดโครงการ (Economies of Scale) สามารถลดต้นทุนการดำเนินงาน และจะเพิ่มขีดความสามารถให้แก่บริษัทฯ ในการแข่งขันและลงทุน ในโครงการพลังงานหมุนเวียนตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศปี 2569 (“แผน PDP2026”) ที่กำลังรอประกาศ เพิ่มเติมภายในปีนี้ ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาดให้สูงขึ้นถึงร้อยละ 65 ถึงร้อยละ 89 ของกำลัง ผลิตทั้งหมด

เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างทางการเงิน การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ ทางการเงินของบริษัทฯ ในการเติบโตแบบกิจการร่วมค้า (Deconsolidation Structure) เพื่อให้โครงสร้างทางการเงินของ บริษัทฯ สามารถรองรับการเติบโตที่เข้ามา และรักษาวินัยทางการเงินในเวลาเดียวกัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการ ถือหุ้นดังกล่าว ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการบันทึกบัญชีจากบริษัทย่อยเป็นการร่วมค้า จะช่วยให้บริษัทฯ รักษาโครงสร้าง เงินทุน (Capital Structure) อัตราส่วนทางการเงิน IBD/EBITDA และ IBD/Equity ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม พร้อมโอบรับ โอกาสใหม่ ๆ ทั้งจากแผน PDP2026 การลงทุนโครงการพลังงานในต่างประเทศ และการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ (New SCurve Growth) นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างการถือหุ้นดังกล่าว ช่วยให้บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างและ บริการที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าดังกล่าวในงบการเงินรวมได้เพิ่มเติม


ในด้านผลประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ นอกจากเงินสดสุทธิจากการปรับสัดส่วนการถือหุ้นดังกล่าว ซึ่งจะช่วยเสริม สภาพคล่องและลดภาระหนี้สิน และอัตราส่วนทางการเงินของบริษัทฯ ที่จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น บริษัทฯ จะยังสามารถเพิ่มอัตรา ผลตอบแทนของโครงการได้จากการสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือ (Synergy Value) ในการบริหารต้นทุนก่อสร้างและ ต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้นด้วย


การปรับสัดส่วนการถือหุ้นในครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการสร้างการเติบโตและรักษาวินัยทางการเงิน ให้แก่บริษัทฯ ในเวลาเดียวกัน และอัตราส่วนทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นนี้จะเปิดพื้นที่ทางการเงินในการรองรับโอกาสที่จะเข้ามา ในอนาคตอันใกล้จากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมพลังงาน (Investment Upcycle) ไม่ว่าจะเป็นแผน PDP2026 หรือจากการ เติบโตของพลังงานสะอาดในต่างประเทศ และจากการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) อาทิ ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่อไป


ทั้งนี้การเข้าทำรายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ. 45/2568 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญ โดยมีขนาดรายการสูงสุดเท่ากับร้อยละ 2.67 ตามเกณฑ์ สินทรัพย์สุทธิ ซึ่งต่ำกว่าร้อยละ 25 และในช่วง 12 เดือนก่อนการเข้าทำรายการครั้งนี้บริษัทฯ ไม่มีรายการจำหน่ายไปซึ่ง สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกันหรือรายการภายใต้โครงการเดียวกันอื่นที่ต้องนำมารวมคำนวณขนาดรายการ รายการดังกล่าวจึงไม่เข้า ข่ายเป็นรายการที่มีนัยส าคัญตามประกาศดังกล่าว บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่เปิดเผยสารสนเทศตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว อย่างไรก็ ดี บริษัทฯ เห็นควรเปิดเผยสารสนเทศฉบับนี้เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้