Today’s NEWS FEED

News Feed

ตลท.เผย ปี 2568 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีรายได้รวมสูงถึง 9.75 ล้านล้านบาท คิดเป็น 56.5% ของรายได้รวมของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดที่ทำการศึกษา และรวมจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลกว่า 165,000 ล้านบาท คิดเป็น 21.4% ของภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งระบบที่ก

51


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(23กันยายน 2569)------------เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับธุรกิจครอบครัวในตลาดหุ้นไทย ปี 2569

Key Findings:

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง และเตรียมจัดงานสัมมนาธุรกิจครอบครัวแห่งปี “The 4th SET Annual Conference on Family Business” ภายใต้แนวคิด “แกร่งข้ามรุ่น เติบโตข้ามความไม่แน่นอน (Growth & Resilience in an Uncertain World)” ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 นี้ ฝ่ายวิจัยได้ปรับปรุงฐานข้อมูลบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็น “ธุรกิจครอบครัว” (family business) จากบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (ตลาดหุ้นไทย) ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 จำนวน 843 บริษัท และสรุปประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

• 705 บริษัท จาก 843 บริษัท หรือ 84% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยที่ทำการศึกษา จัดเป็น “ธุรกิจครอบครัว” ซึ่ง ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมสูงถึง 10.93 ล้านล้านบาท หรือ คิดเป็น 54% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งตลาด

• บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวกระจายตัวอยู่ในทุกหมวดธุรกิจ ส่วนใหญ่อยู่ในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หมวดพาณิชย์ หมวดการแพทย์ หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ หมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ หมวดแฟชั่น หมวดธุรกิจการเกษตร และหมวดกระดาษและวัสดุการพิมพ์ และในบางกลุ่มอุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ

• ในช่วง 10 ปีที่ผ่าน (ปี 2559 - 2568) บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวใช้กลไกตลาดหุ้นไทยในการระดมทุนเพื่อขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง

o 260 บริษัท ระดมทุนผ่านการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนครั้งแรกด้วยมูลค่าระดมทุนครั้งแรก (IPO) รวม 492,397 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 86% ของจำนวนบริษัทที่ทำ IPO หรือคิดเป็น 81.5% ของมูลค่า IPO ทั้งหมด

o 301 บริษัท ระดมทุนในตลาดรอง รวมกว่า 2,500 ครั้ง ด้วยมูลค่าระดมทุนรวมกว่า 600,000 ล้านบาท

• ในปี 2568 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีรายได้รวมสูงถึง 9.75 ล้านล้านบาท คิดเป็น 56.5% ของรายได้รวมของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดที่ทำการศึกษา และรวมจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลกว่า 165,000 ล้านบาท คิดเป็น 21.4% ของภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งระบบที่กรมสรรพากรจัดเก็บในปี 2568

• บริษัทจดทะเบียนที่เป็นธุรกิจครอบครัวยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการจ้างงานในประเทศ โดยในปี 2568 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว 705 บริษัท มีพนักงานรวมประมาณ 1.68 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.0% จากปี 2567 โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มบริการ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ที่มีการจ้างพนักงานในสัดส่วนที่มากกว่า 90% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น ๆ


84% ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว ซึ่ง ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมสูงถึง 54% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งตลาด โดยกระจายตัวอยู่ในทั้ง SET และ mai และในทุกหมวดธุรกิจ

ในการศึกษานี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจครอบครัว (Family Business) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (ตลาดหุ้นไทย) จากข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนแต่ละบริษัทที่มีการปิดสมุดทะเบียนล่าสุดที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2569 จำนวน 843 บริษัท ซึ่งพบว่า 705 บริษัท หรือ 84% ของบริษัท จดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหุ้นไทยจัดเป็น “ธุรกิจครอบครัว” ตามคำนิยามธุรกิจครอบครัวในการศึกษานี้ (ภาพที่ 1) โดยบริษัท จดทะเบียนกลุ่มนี้มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมสูงถึง 10.93 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 54% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Total Market Capitalization)


บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว ทั้งในลักษณะสมาชิกครอบครัวถือครองหุ้นโดยตรงหรือสมาชิกครอบครัวถือครองหุ้นโดยอ้อมผ่านนิติบุคคลที่จัดตั้งโดยครอบครัว เป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีขนาดใหญ่และเล็ก และมีส่วนสำคัญในการเป็นองค์ประกอบดัชนีต่างๆ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ


เมื่อพิจารณาการถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว พบว่า สมาชิกครอบครัวถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านนิติบุคคลต่างๆ อาทิ ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน และกองทุน เป็นต้น และมีข้อสังเกตว่า ในปีนี้มีหลายบริษัทที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการถือครองหุ้นจากการถือครองหุ้นโดยตรงโดยสมาชิกครอบครัว เป็นการถือครองหุ้นผ่านนิติบุคคลของครอบครัว และพบว่าบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่ (72.3%) จดทะเบียนใน SET และเป็นองค์ประกอบสำคัญของดัชนีต่างๆ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

และหากพิจารณาตามรายชื่อหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบดัชนีต่างๆ พบว่า บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการเป็นองค์ประกอบดัชนี โดยพบว่าในทุกดัชนีมีบริษัทที่เป็นธุรกิจครอบครัวเป็นองค์ประกอบและมีสัดส่วนสูงกว่า 60% เมื่อพิจารณาจากจำนวนบริษัททั้งหมดในแต่ละดัชนี โดยเฉพาะดัชนี SET Well-being (SETWB) ที่บริษัทจดทะเบียนเกือบทุกบริษัทเป็นบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว

บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวกระจายตัวในทุกหมวดธุรกิจ ส่วนใหญ่อยู่ในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หมวดพาณิชย์ หมวดการแพทย์ หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ หมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ หมวดแฟชั่น หมวดธุรกิจการเกษตร หมวดกระดาษและวัสดุการพิมพ์

บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่พัฒนามาจากธุรกิจดั้งเดิมของตระกูลหรือเป็นธุรกิจจัดตั้งใหม่ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจและกระจายตัวอยู่ในทุกหมวดธุรกิจ โดยเฉพาะในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หมวดพาณิชย์

หมวดการแพทย์ หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ หมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ หมวดแฟชั่น หมวดธุรกิจการเกษตร หมวดกระดาษและวัสดุการพิมพ์ และในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (กลุ่มบริการ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค)

เมื่อพิจารณาสัดส่วนธุรกิจครอบครัวในแต่ละหมวดธุรกิจ พบว่า 16 หมวดธุรกิจมีสัดส่วนธุรกิจครอบครัวมากกว่า 80% ได้แก่ หมวดอาหารและเครื่องดื่ม หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หมวดพาณิชย์ หมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมวดบริการรับเหมาก่อสร้าง หมวดการแพทย์ หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ หมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร หมวดบรรจุภัณฑ์ หมวดของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ หมวดแฟชั่น หมวดธุรกิจการเกษตร และหมวดกระดาษและวัสดุการพิมพ์


บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว ดำเนินกิจการโดยอาศัยเงินทุนส่วนตัวและแหล่งเงินทุนจากตลาดเงิน ก่อนเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาด ซึ่งมีอายุกิจการโดยเฉลี่ย 37 ปีนับจากก่อตั้งกิจการ และมีอายุกิจการเฉลี่ย 19 ปีก่อนจดทะเบียน

เมื่อพิจารณาความยั่งยืนของกิจการ จากอายุกิจการนับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน (ปี 2569) ของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวตามการศึกษานี้ พบว่า มีอายุกิจการเฉลี่ยประมาณ 37 ปี โดยบริษัทจดทะเบียนที่มีอายุกิจการยาวนานที่สุดนานถึง 150 ปี หรือประมาณ 3 เท่าของอายุกิจการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

เมื่อพิจารณาอายุกิจการ ณ ปีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นไทย ตามตารางที่ 3 พบว่า ธุรกิจครอบครัว ณ ปีที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยมีอายุเฉลี่ย 19 ปี แสดงว่า ธุรกิจครอบครัวดำเนินการต่อเนื่องด้วยเงินทุนส่วนตัวและสินเชื่อก่อนเข้าตลาดทุนเพื่อขยายกิจการ ขณะที่บางบริษัทมีอายุกิจการมากเมื่อจดทะเบียน เนื่องจาก 1) บริษัทเหล่านั้นประกอบธุรกิจก่อนการก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2518 หรือเมื่อ 51 ปีที่ผ่านมา และ 2) ใช้เวลาปรับตัวให้เป็นไปตามเกณฑ์การจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยบริษัทที่มีอายุมากที่สุดมีอายุ 118 ปี ณ ปีที่จดทะเบียนฯ

ทั้งนี้ ค่าเฉลี่ยของอายุกิจการอาจต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทจดทะเบียนปรับโครงสร้างองค์กร ควบรวมกิจการ หรือแลกหุ้นเป็นบริษัทใหม่ และมีการเพิกถอนออกจากตลาดหุ้น ส่งผลให้วันก่อตั้งและจดทะเบียนเป็นไปตามบริษัทใหม่ ทำให้อายุน้อยกว่าระยะเวลาดำเนินงานจริง


บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดประมาณครึ่งหนึ่งของภาพรวมทั้งตลาด และมีการระดมทุนต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทย


ณ สิ้นปี 2568 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว 705 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมประมาณ 9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 57.8% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งตลาด (total market Capitalization) และเฉลี่ยอยู่ที่ 61.9% ในช่วงปี 2560 - 2568


ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของบริษัทจดทะเบียนที่เป็นธุรกิจครอบครัวปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 10.93 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19.9% จากสิ้นปี 2568 จากการเพิ่มขึ้นของราคาหลักทรัพย์เป็นสำคัญ สังเกตได้จาก SET Index ที่เพิ่มขึ้น 29.0% และเมื่อเปรียบเทียบขนาดกับภาพรวมทั้งตลาด บริษัทจดทะเบียนที่เป็นธุรกิจครอบครัวมีสัดส่วนอยู่ที่ 54.2%


ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจครอบครัวอาศัยกลไกจากการระดมทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อขยายกิจการ โดย 260 บริษัทระดมทุนผ่านการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนครั้งแรกด้วยมูลค่าระดมทุนครั้งแรกรวม 492,397 ล้านบาท หรือคิดเป็น 81.5% ของมูลค่า IPO ทั้งหมด

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2559 - 2568) มีบริษัทจดทะเบียนระดมทุนผ่านการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนครั้งแรก (Initial Public Offering: IPO) ในตลาดหุ้นไทยรวมทั้งหมด 301 บริษัท (ตารางที่ 4) โดย 260 บริษัท จัดเป็นธุรกิจครอบครัว หรือคิดเป็น 86.4% ของบริษัทที่ระดมทุนผ่านกิจกรรม IPO ในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นธุรกิจครอบครัว หรือ กล่าวอีกทางหนึ่งได้ว่า มีความชัดเจนว่าธุรกิจครอบครัวอาศัยกลไกจากการระดมทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของกิจการ


เมื่อพิจารณามูลค่าการระดมทุนหรือ มูลค่า IPO ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีมูลค่าระดมทุนรวม 492,397 ล้านบาท หรือคิดเป็น 81.5% ของมูลค่า IPO ทั้งหมด ซึ่งมีทิศทางเดียวกับเมื่อพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ณ วันซื้อขายวันแรกที่มีมูลค่ารวม 2.34 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 82.5% ของ Market Cap รวมของบริษัทที่ IPO ทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว

และในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มีการระดมทุนผ่านกิจกรรม IPO 1 บริษัท ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัว ทำให้ตลอดช่วงเวลาที่ทำการศึกษา คือ ในช่วงปี 2559 - กรกฎาคม 2569 มีธุรกิจครอบครัวเข้าระดมทุนผ่านกิจกรรม IPO รวม 261 บริษัท จากทั้งหมด 302 บริษัท หรือคิดเป็น 86.4% ของจำนวนบริษัทที่ระดมทุนผ่านกิจกรรม IPO ทั้งหมด โดยมีมูลค่าระดมทุนรวมสูงกว่า 492,737 ล้านบาท หรือคิดเป็น 81.5% ของมูลค่า IPO ทั้งหมด ซึ่งมีทิศทางเดียวกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ณ วันซื้อขายวันแรกที่มีมูลค่ารวม 2.34 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 82.5% ของ Market Cap รวมของบริษัทที่ IPO ทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว


ในช่วงปี 2559 - 2568 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวระดมทุนในตลาดรอง 301 บริษัท มีมูลค่าระดมทุนผ่านตลาดรอง 2,515 ครั้ง มีมูลค่าระดมทุนในตลาดรองรวมกว่า 629,963 ล้านบาท


นอกจากบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวจะระดมทุนผ่านกิจกรรม IPO แล้ว ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี 2559 – 2568) พบว่า 301 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว ระดมทุนเพิ่มเติมในตลาดหุ้นผ่านตลาดรอง (Secondary offering) จำนวน 2,515 ครั้ง รวมมูลค่าระดมทุนรวม 629,963 ล้านบาท

ในปี 2568 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีรายได้รวมสูงถึง 9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 56.5% ของรายได้รวมของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดที่ทำการศึกษา และรวมจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลกว่า 165,000 ล้านบาท คิดเป็น 21.4% ของภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งระบบที่กรมสรรพากรจัดเก็บในปี 2568

เมื่อพิจารณาศักยภาพของการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว จากรายได้รวมในช่วงปี 2560 - 2568 (ภาพที่ 5) พบว่า รายได้รวมของบริษัทจดทะเบียนกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 7.21% โดยจากผลประกอบการล่าสุด คือ ปี 2568 ของ 705 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว มีรายได้รวมสูงถึง 9.75 ล้านล้านบาท คิดเป็น 56.48% ของรายได้รวมของบริษัทจดทะเบียนรวมทั้งตลาด หรือเฉลี่ยในช่วงปี 2560 - 2568 อยู่ที่ 55.11%

 


เมื่อพิจารณาการเติบโตของกำไรสุทธิและสินทรัพย์รวมของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวในช่วงเวลาเดียวกัน (ภาพที่ 6 และภาพที่ 7) พบว่า กำไรสุทธิและสินทรัพย์รวมของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวเติบโตสูงมาก เฉลี่ยปีละ 5.05% และ 9.13% ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยโดยเฉพาะกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว

บริษัทจดทะเบียนที่เป็นธุรกิจครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่ภาครัฐตามการจัดเก็บจากกรมสรรพากร และมีส่วนช่วยในการจ้างงานในระบบเศรษฐกิจไทย

ปี 2568 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวจำนวน 705 บริษัท จ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลรวมสูงกว่า 165,062 ล้านบาท คิดเป็น 50.8% ของภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดในตลาดหุ้นไทยที่จ่ายให้ภาครัฐในปี 2568 หรือ 21.4% ของภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งระบบที่กรมสรรพากรจัดเก็บในปี 2568

นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศผ่านการจ้างงาน (ภาพที่ 9) โดยในปี 2568 บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัว จำนวน 705 บริษัท มีจำนวนพนักงานรวม 1.68 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.0% จากปี 2567

เมื่อพิจารณาการจ้างงานรายกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่า จำนวนพนักงานของบริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวมีสัดส่วนค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนพนักงานทั้งหมดในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น (ภาพที่ 10) โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มบริการ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ที่มีการจ้างพนักงานในสัดส่วนที่มากกว่า 90% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น ๆ

โดยสรุปอาจกล่าวได้ว่า บริษัทจดทะเบียนที่จัดเป็นธุรกิจครอบครัวในตลาดหุ้นไทยได้ใช้กลไกตลาดทุนเพื่อระดมทุนขยายกิจการ ทั้งผ่านกิจกรรม IPO และระดมทุนเพิ่มเติมในตลาดรอง โดยผลประกอบการในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาสะท้อนศักยภาพในการดำเนินงานและเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านการจ้างงานและการเสียภาษี ภาครัฐจึงควรมีมาตรการสนับสนุนให้ธุรกิจครอบครัวเติบโต แข็งแกร่ง และเข้าถึงแหล่งระดมทุนในตลาดทุนได้มากขึ้น เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนในอนาคต

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

ชิ้นส่วนฯไทย คึก By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนฯไทย คึกคัก ตามหุ้นเทคสหรัฐ ส่งผลให้ดัชนีฯปรับตัวเพิ่มขึ้น.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้