สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(25 สิงหาคม 2569)----------------NTF ย้ำแผนปี 2569 ยังเดินหน้าตามเป้ารายได้ 5,100 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมเผยการออกหุ้นกู้เป็นไปตามระดับที่บริษัทคาดหมาย ขณะที่การรับชำระจากลูกค้ายังคงเป็นปกติ และคุณภาพลูกหนี้อยู่ในระดับที่ดี ด้านตลาดจีนยังตอบรับสินค้า NTF ต่อเนื่อง ทั้งทุเรียนสดและทุเรียนแช่แข็ง หนุนโอกาสการเติบโตในครึ่งปีหลัง
1. นักข่าว: ตลาดมีความกังวลว่าการออกหุ้นกู้ของ NTF อาจไม่ได้รับการตอบรับตามที่บริษัทคาด และอาจกระทบแผนธุรกิจ เรื่องนี้เป็นอย่างไร?
คุณวิชัย:“จริง ๆ ผลการออกหุ้นกู้ในช่วงนี้ เป็นไปตามระดับที่บริษัทคาดหมายไว้ครับ เราไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะต้องระดมเงินให้เต็มวงเงินทั้งหมดในครั้งเดียวผมอยากให้แยกให้ชัดว่า วงเงินที่ได้รับอนุมัติคือ Financial Capacity ที่บริษัทสามารถใช้ได้ตามความเหมาะสม ไม่ใช่เป้าหมายว่าต้องกู้ให้ครบดังนั้นในมุมของบริษัท สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ผิดไปจากแผนที่เราประเมินไว้ และเงินที่ได้รับก็เพียงพอกับวัตถุประสงค์ที่เราวางไว้ในช่วงนี้ครับ”
2. นักข่าว: ถ้าอย่างนั้นเป้ารายได้ 5,100 ล้านบาท ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการออกหุ้นกู้ใช่หรือไม่?
คุณวิชัย:“ใช่ครับ ต้องแยกกันเลยเป้ารายได้ 5,100 ล้านบาทเป็น Operating Plan ของ NTF ส่วนหุ้นกู้เป็นหนึ่งใน Funding Optionsตอนเราวางเป้ารายได้ปีนี้ เราวางจากคำสั่งซื้อ แผนการจัดหาสินค้า ฤดูกาลผลผลิต และความสามารถในการส่งมอบ ไม่ได้ตั้งสมมติฐานว่าต้องได้เงินจากหุ้นกู้จำนวนหนึ่งก่อนแล้วจึงจะทำยอดขายได้เพราะฉะนั้นแผนรายได้เดิมยังเดินตามปกติ และจากผลงานครึ่งปีแรกที่เราทำได้ ผมยังมองว่าธุรกิจเดินอยู่ในทิศทางที่เราวางไว้ครับ”
3. นักข่าว: แสดงว่าบริษัทไม่ได้มองว่าการระดมทุนครั้งนี้ต่ำกว่าเป้าหรือไม่สำเร็จ?
คุณวิชัย:“ไม่ครับ ในมุมของผมถือว่าเป็นไปตามที่เราคาดไว้สำหรับ NTF ความสำเร็จไม่ได้วัดจากว่าเรากู้ได้มากที่สุดเท่าไร แต่ดูว่า เราได้เงินในจำนวนที่เหมาะกับการใช้งาน และต้นทุนเงินเหมาะสมกับผลตอบแทนที่ธุรกิจจะสร้างได้หรือไม่ถ้าวันนี้เรายังไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เงินเต็มวงเงิน ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะให้บริษัทแบกต้นทุนทางการเงินเกินความจำเป็นผมคิดว่านี่เป็นเรื่องของ Financial Discipline มากกว่าครับ”
4. นักข่าว: การออกหุ้นกู้ครั้งนี้ให้อะไรกับ NTF นอกเหนือจากเรื่องเงินทุน?
คุณวิชัย:“มีอีกมุมหนึ่งที่ผมมองว่าเป็นประโยชน์ครับ คือทำให้ NTF เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักลงทุนวงกว้างขึ้นเดิมนักลงทุนอาจรู้จักเราในฐานะบริษัทจดทะเบียนหรือธุรกิจส่งออกผลไม้ แต่กระบวนการออกหุ้นกู้ทำให้เราได้สื่อสารโมเดลธุรกิจ ผลประกอบการ และทิศทางของบริษัทกับนักลงทุนอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจไม่เคยรู้จัก NTF มาก่อนผมมองว่านี่เป็น ผลพลอยได้ด้าน Brand Awareness และ Investor Awareness โดยที่บริษัทไม่จำเป็นต้องทำแคมเปญการตลาดแยกขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง แต่หัวใจสำคัญที่สุดก็ยังเหมือนเดิมครับคือเมื่อคนรู้จักเรามากขึ้น เราต้องทำผลงานจริงให้เขาเห็นด้วย”
5. นักข่าว: อีกเรื่องที่นักลงทุนถามมากคือลูกหนี้ของ NTF ที่เพิ่มขึ้น บริษัทมีปัญหาเรื่องการเรียกเก็บเงินหรือไม่?
คุณวิชัย:“ปัจจุบันการรับชำระเงินจากลูกค้าของเรายังเป็นไปตามปกติครับต้องเข้าใจก่อนว่าเมื่อยอดขายโตขึ้น โดยเฉพาะช่วง High Season ยอดลูกหนี้ปลายงวดก็จะเพิ่มตามขนาดของธุรกิจ ซึ่งเป็นธรรมชาติของ Working Capital
สิ่งที่ผมให้ทีมดูทุกวันไม่ใช่แค่ยอดลูกหนี้รวม แต่ดูว่า ลูกหนี้เป็นใคร อายุลูกหนี้เท่าไร อยู่ใน Credit Term หรือไม่ และเงินเข้าตามรอบที่กำหนดหรือเปล่าจากสิ่งที่เราติดตามอยู่ในปัจจุบัน คุณภาพลูกหนี้ของเรายังอยู่ในระดับที่ดี และการรับชำระยังดำเนินเป็นปกติครับสำหรับผม ยอดขายจะมีคุณภาพก็ต่อเมื่อขายแล้วเก็บเงินกลับมาได้ ซึ่งเรื่องนี้เราให้ความสำคัญมาก”
6. นักข่าว: สำหรับตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของ NTF ตอนนี้บริษัทได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างไร และยังเห็นโอกาสเติบโตต่อเนื่องหรือไม่?
คุณวิชัย:“ตลาดจีนยังเป็นตลาดที่มีโอกาสอีกมากครับ และสิ่งที่เราเห็นชัดขึ้นคือ ลูกค้าไม่ได้มองแค่เรื่องราคา แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความสม่ำเสมอของสินค้า และความสามารถในการส่งมอบมากขึ้นNTF ทำตลาดจีนมาระยะหนึ่งแล้ว เราจึงไม่ได้มองความสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นการซื้อขายเพียงครั้งเดียว แต่พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ากลับมาทำธุรกิจกับเราต่อเนื่องวันนี้ผลตอบรับจากลูกค้าของเรายังอยู่ในทิศทางที่ดี ทั้งลูกค้าเดิมและโอกาสจากลูกค้าใหม่ รวมถึงทุเรียนแช่แข็งที่เข้ามาเพิ่ม Product Offering ของ NTF
สำหรับผม สิ่งที่สะท้อนความเชื่อมั่นได้ดีที่สุดคือ ลูกค้าเดิมยังกลับมาซื้อ และเรายังมีโอกาสขยายธุรกิจร่วมกันต่อดังนั้นตลาดจีนยังเป็นหนึ่งใน Growth Driver สำคัญของ NTF และเรายังเห็นโอกาสเติบโตได้อีกครับ”
7. นักข่าว: ถ้าจะให้ผู้บริหารสรุปภาพ NTF หลังจากนี้ นักลงทุนควรโฟกัสอะไร?
คุณวิชัย:“ผมอยากให้นักลงทุนกลับมาดู Fundamentals และ Execution ของธุรกิจครับปีนี้สิ่งที่เราต้องทำคือส่งมอบยอดขายตามแผน รักษา Margin เก็บเงินจากลูกค้า และบริหารเงินทุนให้มีประสิทธิภาพ
หุ้นกู้เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเพิ่มทางเลือกทางการเงินให้กับบริษัท และในช่วงนี้ผลที่ได้ก็อยู่ในระดับที่เราคาดหมายไว้แล้ว
ส่วนธุรกิจหลักยังเดินหน้าตามแผนเดิม ทั้งทุเรียนไทย เวียดนาม และทุเรียนแช่แข็งผมไม่ได้อยากให้ตลาดตัดสิน NTF จากว่าเราระดมทุนได้มากหรือน้อย แต่ให้ดูว่าทุกบาทที่เราใช้สามารถสร้างยอดขาย กำไร และ Cash Flow กลับมาให้ผู้ถือหุ้นได้อย่างไรสุดท้ายผลประกอบการจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดครับ”