Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ลิเบอเรเตอร์ : NEO แนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 27 บาท

112

 

Equality for All
NEO : บมจ.นีโอ คอร์ปอเรท

 

2Q26 กำไร 209 ลบ. +159% y-y และ +119% q-q กำไรตามคาดจากยอดขายฟื้นตัวแรงทั้งในและตปท. : 2Q26 การดำเนินงานฟื้นตัวแรงทั้ง y-y และ q-q จากยอดขายทั้งในและตปท. กลับมาฟื้นตัวแรง โดยในไทยได้ผลบวกจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ส่งผลให้ยอดขายอยู่ที่ 3,050 ลบ. +18% y-y +11% q-q โดยยอดขายในปท. (92%) อยู่ที่ 2,810 ลบ. +22% y-y +8% q-q ส่วนตปท. (8%) ยอดขายอยู่ที่ 240 ลบ. -13% y-y ยังได้รับผลจากยอดขายในกัมพูชาที่หายไป แต่ +53% q-q จากยอดขายในเวียดนามที่กลับมา แยกยอดขายตามกลุ่มสินค้าดังนี้
กลุ่มของใช้ในครัวเรือน ( 47%) ยอดขายอยู่ที่ 1,421 ลบ. +23% y-y +6% q-q เป็นการเพิ่มขึ้นของยอดขายทุก แบรนด์นกลุ่ม โดยเฉพาะไฟน์ไลน์ รวมถึงรับรู้รายได้จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่
กลุ่มของใช้ส่วนบุคคล (28%) ยอดขายอยู่ที่ 860 ลบ. +22% y-y +7% q-q การเพิ่มขึ้นของยอดขายบีไนซ์ และแบรนด์อื่น ๆ ในกลุ่ม ประกอบกับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ดีนี่
กลุ่มของใช้สำหรับเด็ก (25%) ยอดขายอยู่ที่ 769 ลบ. +6% y-y +24% q-q ยอดขายเพิ่มขึ้น y-y ครั้งแรกหลังติดลบ 4 ไตรมาสติดต่อกัน จากมาตรการไทยช่วยไทยหนุนยอดขายดีขึ้น ประกอบกับยอดขายในเวียดนามที่ดีขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 38.4% จาก 37.9% q-q จากยอดขายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มของใช้สำหรับเด็ก แต่ลดลงจาก 38.7% y-y จากสัดส่วนรายได้กลุ่มของใช้ในครัวเรือนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลงมาอยู่ที่ 29.4% จากการออกสินค้าใหม่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายลดลง
ยังโตดีกว่าอุตสาหกรรม : มูลค่าตลาด 6 เดือนแรกของปี 2026 บ. โตได้ดีมากกว่าตลาด
กลุ่มของใช้ในครัวเรือน น้ำยาซักผ้าตลาด +20% y-y แต่บ. บวกถึง 34% y-y กลุ่มน้ำยาปรับผ้านุ่มตลาด +6% y-y แต่บ. +23% y-y
กลุ่มของใช้ส่วนตัว สบู่อาบน้ำตลาด +10% y-y แต่บ. +18% y-y โรลออนตลาด +5% บ. +9%
ปรับประมาณการขึ้น 22% จากแนวโน้มยอดขายทำได้ดีกว่าคาด : มาตรการรัฐที่ออกมายังเป็นปัจจัยหนุนยอดขายให้โตได้ดี โดยแนวโน้มยอดขายเดือนล่าสุดยังโตระดับ 2 หลัก y-y ขณะที่แนวโน้มราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์เริ่มปรับลงมา รวมถึงการใช้วัตถุดิบทดแทนช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวใน 2Q26 ได้ ส่วนครึ่งปีหลังคาดจะเห็นค่าใช้จ่ายขายและบริหารเร่งตัวขึ้นจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น เรามีปรับประมาณการผลการดำเนินงานปี 2026 ขึ้น 22% ภายใต้ยอดขาย 12,220 ลบ. +14% y-y และปรับอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 38.2% จากแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ลดลง รวมถึงการใช้วัตถุดิบทดแทน อีกทั้งยอดขายที่เพิ่มขึ้นจะมาจากกลุ่มร้านค้าดั้งเดิมที่มีอัตรากำไรที่ดีกว่า แต่ปรับค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเป็น 31.4% ปรับกำไรสุทธิเป็น 622 ลบ. +11% y-y
จากการปรับประมาณการขึ้นทำให้เราปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมเป็น 27 บาท อีกทั้งเราคาดว่าแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลเท่ากับปีที่แล้วที่ 1.35 บาทต่อหุ้น มีความเป็นไปได้จากการเลื่อนขยายกำลังการผลิตออกไป โดยระดับดังกล่าวผลตอบแทน 5.8% ต่อปี
ปัจจัยเสี่ยง แนวโน้มราคาวัตถุดิบเร่งตัวขึ้น โดยวัตถุดิบคิดเป็น 50% ของต้นทุนขาย ส่วนบรรจุภัณฑ์ 30% ของต้นทุน ซึ่งในส่วนบรรจุภัณฑ์มีที่กระทบกับน้ำมันราว 15-20% ของต้นทุนบรรจุภัณฑ์ (4.5-6% ของต้นทุนขาย)

กลับมาโตได้อีกครั้ง
“ไทยช่วยไทยพลัสยังเป็นตัวเร่งหลักต่อการดำเนินงานให้ดีกว่าที่เคยคาดไว้ ขณะที่ในส่วนต้นทุนเริ่มปรับลงมาทำให้แนวโน้มกำไรยังดีต่อ แม้อาจย่อตัวลงจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน ยังเก็งกำไรได้ต่อจากการปรับประมาณการของตลาด และรอติดตามว่ารัฐบาลจะออกมาตรการ

นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.th

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้