21 ส.ค. 2569 08:49:04 112
Equality for AllNEO : บมจ.นีโอ คอร์ปอเรท
2Q26 กำไร 209 ลบ. +159% y-y และ +119% q-q กำไรตามคาดจากยอดขายฟื้นตัวแรงทั้งในและตปท. : 2Q26 การดำเนินงานฟื้นตัวแรงทั้ง y-y และ q-q จากยอดขายทั้งในและตปท. กลับมาฟื้นตัวแรง โดยในไทยได้ผลบวกจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ส่งผลให้ยอดขายอยู่ที่ 3,050 ลบ. +18% y-y +11% q-q โดยยอดขายในปท. (92%) อยู่ที่ 2,810 ลบ. +22% y-y +8% q-q ส่วนตปท. (8%) ยอดขายอยู่ที่ 240 ลบ. -13% y-y ยังได้รับผลจากยอดขายในกัมพูชาที่หายไป แต่ +53% q-q จากยอดขายในเวียดนามที่กลับมา แยกยอดขายตามกลุ่มสินค้าดังนี้กลุ่มของใช้ในครัวเรือน ( 47%) ยอดขายอยู่ที่ 1,421 ลบ. +23% y-y +6% q-q เป็นการเพิ่มขึ้นของยอดขายทุก แบรนด์นกลุ่ม โดยเฉพาะไฟน์ไลน์ รวมถึงรับรู้รายได้จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มของใช้ส่วนบุคคล (28%) ยอดขายอยู่ที่ 860 ลบ. +22% y-y +7% q-q การเพิ่มขึ้นของยอดขายบีไนซ์ และแบรนด์อื่น ๆ ในกลุ่ม ประกอบกับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ดีนี่ กลุ่มของใช้สำหรับเด็ก (25%) ยอดขายอยู่ที่ 769 ลบ. +6% y-y +24% q-q ยอดขายเพิ่มขึ้น y-y ครั้งแรกหลังติดลบ 4 ไตรมาสติดต่อกัน จากมาตรการไทยช่วยไทยหนุนยอดขายดีขึ้น ประกอบกับยอดขายในเวียดนามที่ดีขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 38.4% จาก 37.9% q-q จากยอดขายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มของใช้สำหรับเด็ก แต่ลดลงจาก 38.7% y-y จากสัดส่วนรายได้กลุ่มของใช้ในครัวเรือนที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลงมาอยู่ที่ 29.4% จากการออกสินค้าใหม่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายลดลง ยังโตดีกว่าอุตสาหกรรม : มูลค่าตลาด 6 เดือนแรกของปี 2026 บ. โตได้ดีมากกว่าตลาด กลุ่มของใช้ในครัวเรือน น้ำยาซักผ้าตลาด +20% y-y แต่บ. บวกถึง 34% y-y กลุ่มน้ำยาปรับผ้านุ่มตลาด +6% y-y แต่บ. +23% y-yกลุ่มของใช้ส่วนตัว สบู่อาบน้ำตลาด +10% y-y แต่บ. +18% y-y โรลออนตลาด +5% บ. +9%ปรับประมาณการขึ้น 22% จากแนวโน้มยอดขายทำได้ดีกว่าคาด : มาตรการรัฐที่ออกมายังเป็นปัจจัยหนุนยอดขายให้โตได้ดี โดยแนวโน้มยอดขายเดือนล่าสุดยังโตระดับ 2 หลัก y-y ขณะที่แนวโน้มราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์เริ่มปรับลงมา รวมถึงการใช้วัตถุดิบทดแทนช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวใน 2Q26 ได้ ส่วนครึ่งปีหลังคาดจะเห็นค่าใช้จ่ายขายและบริหารเร่งตัวขึ้นจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายมากขึ้น เรามีปรับประมาณการผลการดำเนินงานปี 2026 ขึ้น 22% ภายใต้ยอดขาย 12,220 ลบ. +14% y-y และปรับอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 38.2% จากแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ลดลง รวมถึงการใช้วัตถุดิบทดแทน อีกทั้งยอดขายที่เพิ่มขึ้นจะมาจากกลุ่มร้านค้าดั้งเดิมที่มีอัตรากำไรที่ดีกว่า แต่ปรับค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเป็น 31.4% ปรับกำไรสุทธิเป็น 622 ลบ. +11% y-yจากการปรับประมาณการขึ้นทำให้เราปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมเป็น 27 บาท อีกทั้งเราคาดว่าแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลเท่ากับปีที่แล้วที่ 1.35 บาทต่อหุ้น มีความเป็นไปได้จากการเลื่อนขยายกำลังการผลิตออกไป โดยระดับดังกล่าวผลตอบแทน 5.8% ต่อปีปัจจัยเสี่ยง แนวโน้มราคาวัตถุดิบเร่งตัวขึ้น โดยวัตถุดิบคิดเป็น 50% ของต้นทุนขาย ส่วนบรรจุภัณฑ์ 30% ของต้นทุน ซึ่งในส่วนบรรจุภัณฑ์มีที่กระทบกับน้ำมันราว 15-20% ของต้นทุนบรรจุภัณฑ์ (4.5-6% ของต้นทุนขาย)
กลับมาโตได้อีกครั้ง “ไทยช่วยไทยพลัสยังเป็นตัวเร่งหลักต่อการดำเนินงานให้ดีกว่าที่เคยคาดไว้ ขณะที่ในส่วนต้นทุนเริ่มปรับลงมาทำให้แนวโน้มกำไรยังดีต่อ แม้อาจย่อตัวลงจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นกลยุทธ์การลงทุน ยังเก็งกำไรได้ต่อจากการปรับประมาณการของตลาด และรอติดตามว่ารัฐบาลจะออกมาตรการ
นารี อภิเศวตกานต์นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971naree.a@liberator.co.th
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
ม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ วันนี้ เปิดฉากการประชุม IMF-World Bank 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค.69 ....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์