สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (14 สิงหาคม 2569 ) ------ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
• เงินบาททยอยอ่อนค่ากลับมา หลังแข็งค่าหลุดแนว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ช่วงต้นสัปดาห์
เงินบาทแข็งค่าผ่านระดับ 33.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์ที่ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับทิศทางแข็งค่าของสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังคงเผชิญแรงขาย หลังตัวเลขตลาดแรงงานและข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ชะลอลง ซึ่งทำให้ตลาดลดโอกาสความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนก.ย. นี้
อย่างไรก็ดี เงินบาทล้างช่วงบวกทั้งหมดและทยอยอ่อนค่ากลับมาสอดคล้องกับแรงขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติและจังหวะแรงขายทำกำไรในตลาดทองคำ หลังจากที่ราคาทองคำในตลาดโลกไม่สามารถยืนเหนือแนว 4,400 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ได้ นอกจากนี้ สกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียยังขยับอ่อนค่าลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ไร้ข้อสรุปของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และสัญญาณความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
• ในวันศุกร์ที่ 14 ส.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.15 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (7 ส.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 10-14 ส.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 418 ล้านบาท แต่ขายสุทธิพันธบัตรไทย 13,832 ล้านบาท
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 17-21 ส.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 32.90-33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของไทย ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงบันทึกการประชุมเฟดรอบ 28-29 ก.ค. (พ.) และการประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน (พฤ.)
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และ PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนส.ค. ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน การผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนก.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลจีดีพีไตรมาส 2/2569 ของญี่ปุ่น ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนก.ค. อัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค. ของอังกฤษ ยูโรโซนและญี่ปุ่น รวมถึงรายงาน PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนส.ค. ของหลาย ๆ ประเทศ