สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(13 สิงหาคม 2569)-------------------------บล.เอเซีย พลัส เผยแพร่บทวิเคราะห์ประเมินภาพรวมการลงทุนระดับโลกและประเทศไทยประจำวัน ชี้ตลาดทุนโลกเริ่มคลายความตึงเครียดด้านเงินเฟ้อหลังสหรัฐฯ รายงานดัชนี CPI เดือน ก.ค. ขยายตัวตามคาดการณ์ ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ชะลอความจำเป็นในการเร่งขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่กระแสเงินทุนโลก (Fund Flow) เริ่มหมุนเข้าเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีผลประกอบการเติบโตแข็งแกร่ง นำโดยกลุ่ม Photonics และกลุ่ม Memory ที่ได้อานิสงส์จากโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับตลาดหุ้นไทยประเมินแกว่งตัวขึ้นตามภูมิภาคโดยมีแนวต้านสำคัญที่ 1,630 จุด รับอานิสงส์ MSCI Rebalance รอบใหม่ ดึง HANA และ GUNKUL เข้าคำนวณ ดัชนีกลุ่ม Small Cap พร้อมชูกลยุทธ์ "Selective Buy" ผ่าน 3 หุ้นเด่นทางเลือกของวัน
เงินเฟ้อสหรัฐฯ แผ่วตามคาด - คาดการณ์ FED อาจเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยไปเป็นเดือน ธ.ค. วานนี้สหรัฐฯ ได้เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัวที่ระดับ +3.4% YoY ซึ่งชะลอตัวลงตามคาดจากเดือนก่อนหน้าที่ยืนเหนือระดับ +3.5% YoY ขณะที่ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ขยายตัวที่ระดับ +2.5% YoY ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี ตัวเลขดังกล่าวส่งสัญญาณเชิงบวกว่าสภาวะเงินเฟ้อไม่ได้กลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานที่เกิดจากสงครามอิหร่านเริ่มลดความรุนแรงลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่ก่อนหน้านี้มีคณะกรรมการถึง 3 รายออกเสียงสนับสนุนให้ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2569 ปัจจัยเงินเฟ้อที่ชะลอตัวนี้ส่งผลให้เครื่องมือ FedWatch Tool ปรับมุมมองการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED จากเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน (เดือน 9) เลื่อนออกไปเป็นเดือนธันวาคม (เดือน 12) แทน โดยให้น้ำหนักสูงถึง 59.9% อย่างไรก็ตาม ก่อนจะถึงการประชุมในวันที่ 16 ก.ย. 2569 นักลงทุนยังคงต้องประเมินข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในช่วงถัดไปเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาทิศทางดอกเบี้ย ได้แก่:
• 13 ส.ค. 2569: ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (Initial Jobless Claims) (คาดการณ์ 202,000 ราย) และดัชนีเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต (PPI) (คาดชะลอตัวเหลือ 4.9%)
• 14 ส.ค. 2569: ยอดค้าปลีก (Retail Sales) (คาดชะลอตัวเหลือ +0.1% MoM)
• 20 ส.ค. 2569: รายงานการประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐฯ (FOMC Meeting Minutes)
• 27-29 ส.ค. 2569: คำกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ของนาย Kevin Warsh ประธาน FED ในงานสัมมนาวิชาการประจำปี Jackson Hole Symposium
• 4 ก.ย. 2569: ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงาน
• 11 ก.ย. 2569: การรายงานตัวเลขเงินเฟ้อรอบถัดไป
ราคาน้ำมันดิบโลกยังผันผวนหนัก เผชิญทั้งแรงหนุนเชิงรุกและแรงกดดันอุปทานล้น สำหรับทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกประเมินว่าจะยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะผันผวนสูง โดยได้รับผลกระทบจากทั้งปัจจัยหนุน (+) และปัจจัยกดดัน (-) ดังต่อไปนี้:
• ปัจจัยหนุนเชิงบวก (+):
1. ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน: ทางการอิหร่านได้ประกาศปรับเปลี่ยนหลักการทางทหารอย่างเป็นทางการ จากเดิมที่เป็นนโยบายเชิงรับ (Defensive Doctrine) เปลี่ยนเป็นนโยบายเชิงรุกแทน (Offensive Doctrine)ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กลับมาใช้นโยบายบีบเค้นและคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านแบบเต็มรูปแบบ หลังปฏิบัติการทางทหารในรอบที่ผ่านมาไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้
2. ความตึงเครียดในทะเลแดง: การโจมตีตอบโต้เรือขนส่งสินค้าระหว่างกองกำลังสหรัฐฯ และกลุ่มกบฏฮูตีบริเวณน่านน้ำอ่าวและช่องแคบสำคัญในทะเลแดงยังคงชะงักงัน
• ปัจจัยกดดันเชิงลบ (-):
1. สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ พุ่งสูงผิดคาด: สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบคงคลังเพิ่มขึ้นรวดเดียวถึง 17.4 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 เป็นต้นมา
2. OPEC ปรับลดเป้าหมายอุปสงค์: กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบ (OPEC) ประกาศปรับลดเป้าหมายความต้องการใช้น้ำมันดิบของโลกในปีนี้ลงเหลือเพียง 580,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งนับเป็นการปรับลดประมาณการลงเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน
เมกะเทรนด์เทคโนโลยีแสง "Photonics" ผลงานแกร่ง — SanDisk สยายปีกเปิดตัวชิปหน่วยความจำรุ่นใหม่ ในฝั่งการลงทุนทางเทคโนโลยีโลก บล.เอเซีย พลัส ชี้ให้เห็นถึงกระแสผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมของกลุ่มอุตสาหกรรม Photonics & Optics (เทคโนโลยีการใช้แสงส่งผ่านข้อมูลแทนสายทองแดง) และอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ที่รายงานผลประกอบการดีกว่าคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ นำโดย:
• Lumentum (LITE US): รายงานรายได้ไตรมาส 4 ปีบัญชี 2569 พุ่งสูงถึง 1.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (+110% YoY) ดีกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ 2% ส่วนกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 3.2 ดอลลาร์สหรัฐ (+267% YoY) สูงกว่าคาด 9% พร้อมทั้งประกาศเป้าหมายรายได้ในไตรมาสถัดไปไว้ในช่วง 1.23 - 1.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 1.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
• Coherent (COHR US): รายงานรายได้ไตรมาส 4 ปีบัญชี 2569 อยู่ที่ 2.04 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (+34% YoY) ดีกว่าคาด 3% และกำไรต่อหุ้น (EPS) แตะระดับ 1.74 ดอลลาร์สหรัฐ (+74% YoY) สูงกว่าคาด 7% โดยบริษัทคาดเป้าหมายรายได้ไตรมาสถัดไปที่ระดับ 2.2 - 2.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของทั้งสองบริษัทนี้สะท้อนอานิสงส์ความต้องการใช้งาน Optical Components และอุปกรณ์ Cloud Transceivers ในระบบ Data Center ของกลุ่มผู้ให้บริการ Cloud รายใหญ่ (Hyperscalers) ที่พุ่งสูงขึ้น บล.เอเซีย พลัส แนะนำเก็งกำไรผ่าน DR: LITE01 และ DR: COHR23
นอกจากนี้ ยักษ์ใหญ่อย่าง SanDisk และ Kioxia ได้ร่วมกันเปิดตัวนวัตกรรมหน่วยความจำแฟลชรุ่นใหม่ล่าสุด "2TB QLC 3D Flash Memory เจเนอเรชันที่ 9" ซึ่งมีขีดความสามารถในการประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วในการรับส่งและลดการใช้พลังงานได้ดียิ่งขึ้น ประกอบกับปัจจัยบวกเฉพาะตัวจากการที่หุ้น SanDisk ได้รับการคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนี MSCI World Index อย่างเป็นทางการซึ่งจะมีผลราคาปิดในวันที่ 31 ส.ค. 2569 จึงเป็น Sentiment บวกโดยตรง แนะนำเก็งกำไร DR: SNDK23
เกาะติด MSCI Rebalance หุ้นไทยรอบเดือน ส.ค. 2569 — HANA และ GUNKUL ผงาดเข้าดัชนี MSCI ประกาศทบทวนรายชื่อหุ้นคำนวณดัชนี (MSCI Rebalance) รอบเดือนสิงหาคม 2569 โดยมีผลบังคับใช้ ณ ราคาปิดวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป มีประเด็นสำคัญสำหรับตลาดหุ้นไทยและผลิตภัณฑ์เชื่อมโยง ดังนี้:
1. ดัชนี MSCI Global Standard: สำหรับหุ้นไทยรอบนี้ไม่มีการเพิ่มหรือลดรายชื่อหุ้นเข้าคำนวณดัชนีแต่อย่างใด
2. ดัชนี MSCI Thailand Small Cap: มีหุ้นไทยได้รับการปรับเพิ่มเข้าใหม่ 2 บริษัท ได้แก่ HANA และ GUNKUL สวนทางกับ CHG และ JTS ที่ถูกปรับถอดออกจากดัชนีในรอบนี้
3. การปรับปรุงน้ำหนักลงทุนจาก BofA: สถาบันการเงินรายใหญ่อย่าง BofA มีการปรับประมาณการเพิ่มและลดน้ำหนักลงทุนตามปัจจัย Free Float และจำนวนหุ้น ส่งผลบวกเด่นต่อหุ้น PTTEP และ TRUE ขณะที่หุ้นที่ถูกปรับลดน้ำหนักลง ได้แก่ CPN, CPF และ DELTA
4. ผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ DR ต่างประเทศที่จดทะเบียนในไทย: หุ้นแม่ของ SanDisk (SNDK) ถูกเลื่อนจาก MSCI Small Cap ขึ้นสู่ดัชนี MSCI Standard และหุ้นแม่ของ Z.ai (ZAI) ได้รับการคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนี MSCI Standard ส่งผลบวกต่อผลิตภัณฑ์ SNDK03, SNDK23, SNDK80 และ ZAI23 ขณะที่หุ้น Sembcorp Industries ถูกลดระดับลงสู่ MSCI Small Cap ซึ่งคาดว่าจะสร้าง Sentiment เชิงลบชั่วคราวต่อ SEMB19
กลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทย: ลุ้นขึ้นตามภูมิภาคแนวต้าน 1,630 จุด ชู 3 หุ้นเด่น ตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีทิศทางแกว่งตัวขึ้นเพื่อตอบรับทิศทางเชิงบวกตามภูมิภาค โดยประเมินแนวต้านสัปดาห์นี้ไว้ที่ระดับ 1,630 จุด ปัจจัยหนุนสำคัญในประเทศมาจากรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ประจำปี 2569 (ประกาศแล้ว 277 บริษัท) ซึ่งมีกำไรสุทธิรวมดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาดการณ์ไว้สูงถึง +11.8% โดยมีกลุ่มบริษัทที่รายงานกำไรออกมาโดดเด่น ได้แก่ CENTEL, BA, SPALI, BCP, SCC, PTTGC, SJW, ITC, SCGP, PTTEP, GULF, TTB, KTB, KCE ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนให้เกิดการปรับประมาณการกำไรตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นได้ในระยะถัดไป แนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบ "Selective Buy" โดยกำหนดกลุ่มหุ้นแนะนำประจำวัน (Top Picks) ดังนี้:
• ADVANC ประเมินทิศทางผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง (2H2569) จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง อีกทั้งในระยะสั้นหุ้น ADVANC ยังมีความน่าสนใจสูงสุดจากเงินปันผลระหว่างกาล (1H69) จูงใจในอัตรา 2.3% ของราคาตลาด (ทางเทคนิค: แนวรับ 223.00 บาท / แนวต้าน 235.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 215.00 บาท)
• HANA คาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีทิศทางฟื้นตัวและขยายตัวได้ดีทั้งในมิติ QoQ และ YoY สอดคล้องกับงบของกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกลุ่มอย่าง KCE ที่เติบโตอย่างโดดเด่น นอกจากนี้ยังได้รับอานิสงส์เชิงบวกโดยตรงจากการถูกคัดเลือกเข้าคำนวณในดัชนี MSCI Small Cap รอบล่าสุด (ทางเทคนิค: แนวรับ 35.00 บาท / แนวต้าน 40.00 บาท / จุดตัดขาดทุน 34.00 บาท)
• SPALI รายงานผลกำไรสุทธิประจำไตรมาส 2 ออกมาเติบโตและดีกว่าคาดการณ์ของฝ่ายวิจัยและตลาดค่อนข้างมาก อีกทั้งยังมีการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับครึ่งปีแรกในระดับสูงที่ 0.55 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 3.5% (ทางเทคนิค: แนวรับ 15.80 บาท / แนวต้าน 16.20 บาท / จุดตัดขาดทุน 15.40 บาท)
(หมายเหตุสำหรับฝั่งลงทุนต่างประเทศ: แนะนำเก็งกำไรระยะสั้นผ่าน DR: LITE01 เพื่อรับเมกะเทรนด์เทคโนโลยีการใช้แสงส่งข้อมูลความเร็วสูง และเก็งกำไร DR: SNDK23 บนความคาดหวังการส่งผ่านสู่ MSCI Standard และผลิตภัณฑ์หน่วยความจำความเร็วสูงรุ่นใหม่ที่ตอบรับโครงสร้างพื้นฐาน AI)