AT THE OPEN (#ATO)
จ้างงานสหรัฐฯอ่อนแรง FED เลื่อนขึ้นดอกเบี้ย
หุ้นเด่นเลือก BH และ SAPPE
Market Strategy
SET Index คาดฟื้นตามกรอบ 1605-1625 จุด แรงหนุนจากความหวัง FED เลื่อนขึ้นดอกเบี้ย ด้านสถานการณ์ตะวันออกกลางการเจรจายังไม่บรรลุ ส่วนในประเทศอยู่กับเก็งงบ 2Q69 หุ้นเด่น BH SAPPE
การรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯเดือน ก.ค. ลดลง -2.3 หมื่นตำแหน่ง ต่ำกว่าตลาดคาดเพิ่มขึ้น 8 หมื่นตำแหน่ง ด้านอัตราการว่างงานขยายตัว 4.1% ลดลงจากเดือนก่อนอยู่ที่ 4.2% แต่มาจากอัตรามีส่วนร่วมในตลาดแรงงาน (Participation Rate) เหลือ 61.4% หากไม่นับช่วง Covid-19 ถือว่าต่ำสุดในรอบ 50 ปี ส่งผลตลาดตีความ FED จะเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยฯเป็นเดือน ต.ค. จากเดิมคาดขึ้นเดือน ก.ย. ส่งผลต่อ U.S.Bond Yield 10 ปีปรับลง 3 bpd หนุนหุ้นกลุ่มเทคฯ NASDAQ +1% และ S&P500 +0.6% สัปดาห์นี้ติดตามเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ก.ค. (วันที่ 12 ส.ค.) ตลาดคาดขยายตัว 3.4%YoY ลดลงจากเดือนก่อนที่ขยายตัว 3.5%YoY หากเป็นไปตามที่คาดจะทำให้ความกังวลต่อ FED Policy ลดลง เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ (ชอบ TIDLOR) โรงไฟฟ้า GULF) อิเล็กฯ( HANA)
สถานการณ์ตะวันออกกลางล่าสุดอิหร่านปฏิเสธการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯและข้อตกลงเปิดฮอร์มุซก็ยังไม่สามารถบรรลุผล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบฟื้น 1% ยืนที่ 84 เหรียญฯ ภาพปัจจุบันยังสอดคล้องไปกับสมมติฐานของเราที่สุดท้ายทั้ง 2 ฝั่งกลับสู่การเจรจาและราคาน้ำมันน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ชอบหุ้น Post War+Laggard BH CPN TIDLOR
ปัจจัยในประเทศการรายงานงบ 2Q69 จะเข้าสู่โค้งสุดท้ายในสัปดาห์นี้ ซึ่งปัจจุบันรวมเฉพาะหุ้นที่ Bloomberg Consensus มีคาดการณ์งบ รายงานไปแล้ว 50% Market Cap กำไรดีกว่า Consensus คาด 7.5% ส่งผลให้ EPS ปี 69/70 ของ SET Index ขยับไปที่ 104.69/113.59 บาทต่อหุ้น เป็นการปรับกำไรขึ้น 5%/2%QTD โดยหุ้นที่รายงานกำไรดีกว่าคาดเกิน 10% และกำไรกำลังถูกปรับประมาณการขึ้นที่แนะนำซื้อในเชิงกลยุทธ์ BCP GULF ITC TU
Market Summary
SET Index ปิดที่ 1,612 จุด (-0.2%) แกว่งในกรอบแคบและเลือกหุ้นเล่นเป็นรายตัว โดยหุ้นบวก นำโดย PSL (+8.2%) หลังผลประกอบการ 2Q69 พลิกมีกำไร เช่นเดียวกับ BBGI (+4.6%), BCP (+2.3%) รวมถึงกลุ่มการแพทย์ CHG (+1.2%) และ BH (+1.1%) ได้แรงหนุนจากผู้ป่วยตะวันออกกลางฟื้นตัว ส่วนหุ้นลบถูกกดดันจากกลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM (-3.3%) และ GPSC (-2.9%) กังวลต้นทุน LNG เพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่มธนาคาร TTB (-1.9%), KKP (-1.8%) และ KTB (-1.1%) ที่เผชิญแรงขายทำกำไร ต่างชาติขายสุทธิ 3.3 พันล้านบาท
DAILY Stock Pick
BH
Flow ไหลเข้ากลุ่ม Laggard
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 215.00 บาท
สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่ม HELTH มีเงินไหลเข้า 1.7 พันลบ. (เป็นรองเพียงแค่กลุ่ม BANK +4.5 พันลบ.) โดย BH ให้ผลตอบแทน -9.6% ซึ่ง Laggard กว่า SETHELTH -6.7% และ SET +5.5% มีโอกาสได้รับ flow ต่อเนื่อง
ขณะที่แนวโน้มกำไร 2H69 โต HoH จากทั้งการฟื้นตัวของผู้ป่วย ME และการควบคุมต้นทุน
Technical View
แนวรับ : 192.50 บาท
แนวต้าน : 198.00 บาท
จุดตัดขาดทุน : 189.00 บาท
WEEKLY Stock Pick
SAPPE
กำไรปี 70 ฟื้นแรง
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 45.00 บาท
เราคาดกำไรกำไรตั้งแต่ 3Q69 ฟื้นตัว YoY หนุนจากยอดขายฟื้นตัว และต้นทุนที่ทยอยปรับตัวลดลง ขณะที่ ปี 70 เราคาดกำไรโตเด่นสุดกลุ่มที่ 16% เทียบกลุ่มที่ 9.4%
ขณะที่ผลตอบแทน SAPPE 0% เทียบกับกลุ่ม FOOD +4.9% นับตั้งแต่เกิดสงคราม สวนทาง Valuation PE’70 เพียง 12.2 เท่า ต่ำที่สุดในกลุ่ม
Technical View
แนวรับ : 34.25 บาท
แนวต้าน : 36.50 บาท
จุดตัดขาดทุน : 32.00 บาท
KEY FACTOR
สัปดาห์นี้ตลาดให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะ CPI เดือน ก.ค. ซึ่ง Consensus คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะทรงตัว MoM และชะลอลงเป็น +3.3% YoY จาก +3.5% ในเดือนก่อน ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) คาดเพิ่มเพียง +0.1% MoM และลดลงเป็น +2.4% YoY จาก +2.6% ซึ่งจะเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ มี.ค. 2564 สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มผ่อนคลายลง ตามทิศทางราคาพลังงานที่ลดลง รวมถึงแรงกดดันจากสินค้า ค่าโดยสารเครื่องบิน โรงแรม จะช่วยจำกัดการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ ขณะที่ PPI เดือน ก.ค. คาดเพิ่ม +0.2% MoM และ +4.9% YoY จาก +5.5% YoY ในเดือนก่อน
ทั้งนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอลงน่าจะช่วยลดความกังวลต่อโอกาส Fed ขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. ช่วยลดแรงกดดันต่อ Bond Yield และหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงให้คงโมเมนตัมบวกต่อเนื่อง
EYES ON
ในสัปดาห์ รายงานงบฯ 2Q69
12 ส.ค. เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ก.ค.
13 ส.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ เดือน ก.ค.
14 ส.ค. GDP ยูโรโซน
นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, IAA ชาญชัย พันทาธนากิจ, IAA ออมทรัพย์ โง้วศิริ ASIA, IAA
โทร. 02 658 5000