Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

109

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 4 ส.ค.69 ปิด -77 จุด อยู่ที่ 1,617.13 จุด มูลค่าการซื้อขาย 77,757 ลบ. ต่างชาติขาย 48 ลบ. สถาบันขาย 1,825 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 422 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,451 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 785 ลบ. โดยมียอดซื้อ SCC,PTT,THAI,BBL,TOP,SCGP,TTB,KBANK และยอดขาย TRUE,DELTA,ADVANC,KKP,KTB มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,011 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น SP50001,WHA,AOT โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 2,067 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 62,987 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,926 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +1.71%, S&P500 +1.79%, Nasdaq +2.59% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี +4.1%, วัสดุ +2% หลัง รมว.ต่างประเทศสหรัฐเผยใกล้ได้ข้อตกลงกับอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ WTI วานนี้ -5.69% และ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 56.9% ลดลงจากเดิม 67.2% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่ม Growth ทางด้านการรายงานงบนั้น Palentir บริษัทซอฟท์แวร์ด้าน AI +29.5% หลังรายได้ไตรมาสที่ผ่านมาดีกว่าคาด และปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ของปีนี้, Caterpillar +5.6% ได้ปัจจัยหนุนจากการก่อสร้าง Data Center ส่งผลบวกต่อยอดขายอุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องจักรก่อสร้างของบริษัท ส่วน JOLTs เผยตัวเลขเปิดรับสมัครงานสหรัฐ มิ.ย. ลดลงอยู่ที่ 7.359 ล.ราย & คาด 7.44 ล.ราย ประเด็นสำคัญสัปดาห์นี้ติดตามผลการเจรจาสหรัฐ – อิหร่าน และวันศุกร์ 7 ก.ค. รายงานตัวเลขจ้างงานอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.ค.คาด 88,000 & มิ.ย. 57,000 ราย, อัตราว่างงาน ก.ค. คาดทรงตัวที่ 4.2%
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.73% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี +2.8% นำโดย BE Semiconductor +8.1%, Soitec +9.9% ขณะที่กลุ่มเหมืองแร่ +3.6% ได้แรงหนุนจากราคาโลหะ ส่วนกลุ่มพลังงาน -1.7% ปรับลดลงตาม Brent วานนี้ -3% อยู่ที่ $79.36/บาร์เรล รอผลการเจรจาสหรัฐ – อิหร่าน และกลุ่มค้าปลีก -0.7% หลัง Zalando -13.4% บริษัทค้าปลีกแฟชั่นคาดกำไรปีนี้ชะลอตัว โดย Stoxx600 ก.ค. +1.2% MoM หลัง LSEG คาดกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน Stoxx600 +14.5% YoY ได้ปัจจัยหนุนจากกำไรของกลุ่มพลังงาน, วัสดุพื้นฐาน, และเทคโนโลยี
  • ตลาดหุ้นเอชียนิเกอิ +0.32% ได้แรงหนุนจากกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, กลุ่มเครื่องจักร และ Kioxia ผู้ผลิตชิปรายใหญ่รายงานกำไรออกมาดีกว่าคาด ขณะที่ค่าเงินเยนทรงตัวอยู่ที่ 157.8 เยน/ดอลลาร์ หลังทางการญี่ปุ่น & สหรัฐได้ร่วมเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +1.62% จากการฟื้นตัวของ Samsung Electronics +0.2%, SK Hynix +0.6% และกลุ่มอุต ฯ ป้องกันประเทศ Hanwha Aerospace +9.2% ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.33% นำโดยกลุ่มเทค ฯ จีน เช่น Cambricon Tech +4.8%, SMIC +3.9%, Zhongji Innolight +13.2% และอยู่ระหว่างรอการรายงานตัวเลขส่งออก – นำเข้าจีน ก.ค. ในวันศุกร์นี้
  • SET -0.29% ปริมาณการซื้อขาย 77 หมื่น ลบ. สถาบันขาย 1,825 ล. ต่างชาติขาย 48 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 422 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,451 ลบ. โดยดัชนีถูกกดดันจากแรงขายกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ -1.86% ที่ยังผันผวนตามหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปในตลาดเอเชียเหนือ หลัง Fund Flow มีแนวโน้มสลับออกจากกลุ่มผู้ผลิตชิปที่เป็นกลุ่มต้นน้ำของ AI Investment Cycle เข้าสู่กลุ่มผู้ให้บริการสื่อสาร เช่น Alphabet, Amazon ที่รายได้จากให้บริการด้านคลาวด์เติบโตได้ดี และกลุ่ม ICT เช่น Palantir Tech ผู้ให้บริการซอฟท์แวร์ที่ใช้ข้อมูลจาก AI มาพัฒนาระบบปฏิบัติการ ขณะที่กลุ่มพลังงาน -0.67% ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ หลังตลาดเริ่มมีความหวังเชิงบวกต่อผลการเจรจาระหว่างสหรัฐ – อิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอรมุซ โดยนักลงทุนได้สลับเม็ดเงินเข้าพักในกลุ่มบรรจุภัณฑ์, วัสดุก่อสร้าง (SCC) ที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบปรับลดลงตามราคาน้ำมัน รวมถึงกลุ่มธนาคาร +0.83% เป็นกลุ่ม Big Cap.ที่มีอัตราจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยสูงกว่า 5% ทางด้านการรายงานงบ Q2/69 วานนี้ TRUE รายงานกำไร Q2/69 อยู่ที่ 6.5 พัน ลบ. -1%QoQ, +223% YoY ต่ำกว่าคาด 3% หลังรายได้บริการทรงตัว YoY เนื่องจากจำนวนักท่องเที่ยวลดลง, รายได้กลุ่มลูกค้าองค์กร และธุรกิจ True Vision ชะลอตัว แต่ยังได้ปัจจัยหนุนจากการบริหารต้นทุนโครงข่ายที่ควบคุมได้ดี ประเด็นสำคัญสัปดาห์นี้ 6 ส.ค. ติดตามรายงาน CPI ไทย  ก.ค. คาด  2.52% & มิ.ย. 2.42% YoY  และการรายงานกำไร Q2/69 ของ ADVANC,GULF,GPSC,PTTGC 

 

  

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,610 แนวต้าน 1,630 – 1,640 คาดได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง หลังตลาดคาดหวังเชิงบวกต่อผลการเจรจาสหรัฐ – อิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แนะนำทยอยซื้อ KBANK,KTB,GULF,GPSC,ADVANC,TRUE,CRC,BJC,BH เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensiv Play / กลุ่มท่องเที่ยว BA,ERW,CENTEL,AWC ได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นการท่องเที่ยว / กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง เช่น SCC,SCGP,TASCO / เก็งกำไร DELTA,HANA,KCE หลัง US Bond Yield 10 ปี ปรับลดลง

 

  • GULF* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 73.50 บาท) แนวโน้มกำไร 2Q69 ดีขึ้นต่อเนื่องจากโรงไฟฟ้าในไทยตามความต้องการใช้ในช่วงฤดูร้อน ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น รับรู้เงินปันผลก้อนใหญ่ของ KBANK และกำไรพิเศษจากการขายสัดส่วนการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าปากลาย ช่วยชดเชยต้นทุนก๊าซที่กระทบต่อโรงไฟฟ้า SPP ในส่วนของการลงทุนทางด้าน data center มีโครงการที่ COD แล้ว 25MW (GSA01 ถือหุ้น 40%) และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 138MW (GSA02 และ GEDC01) ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 3 หมื่นล้านบาท Flat YoY และ 3.6 หมื่นล้านบาท +10%YoY

 

  • BDMS (ซื้อสะสม / ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท) คาดกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 3,501 ลบ.(+0.3%YoY -14%QoQ) ยังไม่เด่น กดดันตามฤดูกาล และ ยังมีปัญหาการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ/กำลังซื้อคนในประเทศ อย่างไรก็ตาม ให้น้ำหนักไปที่การฟื้นตัวใน 2H69 โดยเฉพาะ 3Q69 ที่เป็น High Season ขณะที่คาดว่าการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติจะกลับมาเป็นปกติมากขึ้นหลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางผ่อนคลาย(สัดส่วนรายได้ผู้ป่วยต่างชาติปกติของ BDMS อยู่ที่ราว 30% และครึ่งนึงเป็น Fly-in) ประจวบกับค่าครองชีพในประเทศที่กดดันน้อยลงจากม.ช่วยเหลือของภาครัฐฯและราคาน้ำมันที่ลดลง นอกจากนี้ใ นภาพระยะยาว เรายังมองบวกต่อโครงการ WellEra ที่ งบลงทุน 2.9 หมื่นล้าน คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาในปี2573 ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ BDMS ที่ 16,681ลบ.( +5%YoY) และ 17,928 ลบ.(+7%YoY) ตามลำดับ

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ก.ย. -$4.57 อยู่ที่ $75.77 / บาร์เรล, Brent ต.ค.-$4.41 อยู่ที่ $79.36/บาร์เรล หลังสหรัฐสั่งยุติแผนโจมตีอิหร่าน และอยู่ระหว่างการเจรจาทางการทูต เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กลุ่มโอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิต 188,000 บาร์เรล/วัน ใน ก.ย.

 

Gold Update (+) Comex Gold  ธ.ค. +$62.10 ปิดที่ 4,152.60 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง ช่วยลดความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ สัปดาห์นี้วันศุกร์ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.ค.

 

Fund Flow(+)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +37.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -1.44 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด ฯ  +34.57 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +4.08 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 33.24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.625 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +93 จุด อยู่ที่ 2,936

(+) BitCoin เช้านี้  +0.40% อยู่ที่ 64,092 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

31 ก.ค.       ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย 

สัปดาห์ที่5  สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

   สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ

   ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

 

ต่างประเทศ

31 ก.ค.      CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน  ( ก.ค.)

  JP การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย 

  EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)

03 ส.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( ก.ค.)

04 ส.ค.      US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS  (มิ.ย.)

05 ส.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( ก.ค.)

US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)

      ( ก.ค.)

06 ส.ค.      US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

07 ส.ค.      US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เดือนต่อเดือน) ( ก.ค.)

  US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร  ( ก.ค.)

  US อัตราการว่างงาน  ( ก.ค.)

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, TRUE, STA*

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้