23 ก.ค. 2569 14:50:32 42
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 23 กรกฎาคม 2569 )-------ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด Fed คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50-3.75% ในการประชุม FOMC วันที่ 28-29 ก.ค. 2569 เพื่อรอประเมินทิศทางเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมายกระดับขึ้นอีกครั้ง การยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานกลับมาปรับสูงขึ้นและอาจกดดันเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า โดยเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ของสหรัฐฯ ชะลอลงมาอยู่ที่ 3.5% YoY ในเดือนมิ.ย. 2569 ตามการปรับลดลงของราคาพลังงานหลังสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลายลงในช่วงก่อนหน้า ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ Fed ให้ความสำคัญ ยังคงอยู่เหนือ 3% และสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ยังมีความหนืดอยู่ด้านเศรษฐกิจและตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงสะท้อนความแข็งแกร่ง แม้การฟื้นตัวจะมีลักษณะ K-shaped โดยอัตราการว่างงานในเดือนมิ.ย. 2569 ปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.2% ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (5-11 ก.ค. 2569) ลดลงกว่าคาด นอกจากนี้ ยอดค้าปลีกยังขยายตัวได้ดี โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการใช้จ่ายของครัวเรือนรายได้สูง การดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ภายใต้ Kevin Warsh มีแนวโน้มยืดหยุ่นมากขึ้น และคาดการณ์ได้ยากขึ้นจากการประชุมครั้งก่อนหน้า Fed ได้ประกาศจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 5 ชุด (5 Task Forces) เพื่อทบทวนและปฏิรูปกรอบนโยบายการเงินและการสื่อสารของ Fed ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าจะส่งผลให้ทิศทางนโยบายการเงินในระยะข้างหน้าเปลี่ยนแปลงไปดังนี้ o คงดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น (Higher for longer) จนกว่าจะมั่นใจว่าเงินเฟ้อกำลังกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน o พึ่งพาข้อมูล (Data-dependent) มากขึ้น และลดการใช้นโยบายชี้นำล่วงหน้า (Forward guidance) ส่งผลให้ทิศทางนโยบายคาดการณ์ได้ยากขึ้นo ดำเนินนโยบายเชิงรุกต่อเงินเฟ้อ ลดการพึ่งพาข้อมูลย้อนหลัง และพร้อมตอบสนองเชิงรุกต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ (Persistent inflation) อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นo มุ่งลดขนาดงบดุลในระยะยาว โดยใช้ QT เป็นเครื่องมือหลักในการปรับงบดุลสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ดี คาดว่าการปรับลดงบดุลจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ• ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 อย่างไรก็ดี โอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีอยู่แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะกลับมายกระดับความรุนแรงอีกครั้ง แต่ในกรณีฐาน คาดว่าความขัดแย้งได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ มากกว่าปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งหากสถานการณ์คลี่คลายลงและการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติ ราคาน้ำมันอาจปรับลดลงได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากตลาดยังสะท้อนแนวโน้มอุปทานที่เพิ่มขึ้นควบคู่กับอุปสงค์ที่ชะลอลงอย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงกว่าคาดและผลักดันเงินเฟ้อให้สูงกว่าประมาณการ ยังมีโอกาสที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปีนี้ เนื่องจาก Fed ภายใต้การนำของ Kevin Warsh มีแนวโน้มให้น้ำหนักกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคาเป็นสำคัญ ท่ามกลางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่ง
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
PTG -ศิริราช - เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ สานต่อ "Social Innovation" ปีที่ 2
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์