20 ก.ค. 2569 14:20:30 88
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 20กรกฎาคม 2569)-------------ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่ารัฐบาลไทยได้จัดตั้ง “คลินิกพรีเมียม” 16 แห่งในโรงพยาบาลรัฐและสถาบันเฉพาะทาง เพื่อรองรับกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง ผู้มีประกันสุขภาพ และผู้ป่วยชาวต่างชาติ เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (ที่มา: Bangkok Biz News) ส่วนรายได้จากคลินิกเหล่านี้จะนำมาใช้เพิ่มค่าตอบแทนแพทย์และปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ ขณะที่กรมการแพทย์มีแผนจะเปิดคลินิกพรีเมียมเพิ่มเติม ซึ่งเราเชื่อว่าจะทำให้กลุ่มโรงพยาบาลเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการโรงพยาบาลระดับกลาง (mid-tier) มีการแข่งขันสูงขึ้น
เรามองว่าการเปิดคลินิกพรีเมียมในโรงพยาบาลรัฐเพิ่มเติมจะทำให้การแข่งขันในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนมีความท้าทายมากขึ้น โดยถึงแม้ว่าผู้ประกอบการโรงพยาบาลระดับพรีเมียมอย่าง BDMS และ BH น่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาเฉพาะทาง และมีฐานลูกค้าในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ แต่โรงพยาบาลระดับกลางที่เน้นรับกลุ่มผู้ป่วยที่จ่ายค่ารักษาเอง อาจต้องเผชิญกับแรงกดดันจากจำนวนผู้ป่วยนอกที่ลดลง, การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวอาจทำให้มีการแข่งขันดึงตัวบุคลากรทางการแพทย์กันมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับบริษัทประกัน เนื่องจากคลินิกพรีเมียมของภาครัฐเป็นทางเลือกที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าแต่มีมาตรฐานการรักษาที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้น ในภาพรวม เราจึงมองว่าประเด็นนี้น่าจะกลายเป็นปัจจัยลบเชิงโครงสร้างในระยะยาวมากกว่าจะเป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงต่อผลกำไรในระยะสั้น
เราเชื่อว่า BCH มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการเพิ่มจำนวนคลินิกพรีเมียมมากที่สุด เพราะธุรกิจหลักของบริษัทอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของคลินิกพรีเมียมส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม BCH กำลังขยายกิจการไปยังเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อลดการพึ่งพาตลาดกรุงเทพฯ จึงน่าจะทำให้พื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นตลาดหลักของ CHG มีการแข่งขันสูงขึ้น ขณะที่ RAM มีความเสี่ยงเช่นกันจากการมีโรงพยาบาลอยู่ในกรุงเทพฯ แต่การควบรวมกิจการกับ THG น่าจะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าว เนื่องจากช่วยเพิ่มสัดส่วนธุรกิจในตลาดต่างจังหวัด ซึ่งได้รับผลกระทบจากแผนเปิดคลินิกพรีเมียมน้อยกว่า
เราเชื่อว่าการขยายตัวของโรงพยาบาลรัฐระดับพรีเมียมจะทำให้มีการแข่งขันรุนแรงขึ้นในกลุ่มโรงพยาบาลระดับกลาง โดยเฉพาะ BCH, CHG และ RAM ที่เน้นให้บริการแก่ผู้ป่วยในประเทศที่จ่ายค่ารักษาเองและมีประกันสุขภาพ เราจึงปรับลดประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของผู้ประกอบการเหล่านี้ โดยปรับลดคำแนะนำของ BCH และ CHG เป็น “ขาย” แต่ยังแนะนำ “ถือ” สำหรับ RAM ขณะที่เรายังคงชอบโรงพยาบาลระดับพรีเมียมที่มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติสูง และยังแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาล โดยเลือก BH และ PR9 เป็นหุ้น Top Pick เพราะมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์มากกว่า ส่วนปัจจัยบวกที่จะหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น คือการฟื้นตัวของจำนวนผู้ป่วยชาวต่างชาติและอุปสงค์ภายในประเทศ ขณะที่ downside risk จะมาจากการขยายตัวของโรงพยาบาลรัฐที่เร็วกว่าคาด ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมารุนแรงขึ้น และเศรษฐกิจไทยที่อ่อนตัวกว่าคาดการณ์
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
PTG -ศิริราช - เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ สานต่อ "Social Innovation" ปีที่ 2
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์