Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

37

 

Sentiment Tracker Sentiment ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มิกซ์ แต่ไทยดีขึ้น
KEY FINDINGS:

สหรัฐฯ: Sentiment Indicator ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่งสัญญาณมิกซ์ โดยดัชนี CNN Fear & Greed ฟื้นตัวขึ้นจากโซน Extreme Fear สู่โซน Fear ระดับคะแนนปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 24 จุดเป็น 31 จุด อย่างไรก็ตามผลสำรวจ AAII กลับสะท้อนมุมมองที่แย่ลงในหมู่นักลงทุน จาก Bull-Bear Spread ที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า

ไทย: BLS Greed & Fear Barometer ของตลาดหุ้นไทยกลับมาฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งจากโซน Neutral กลับเข้าสู่โซน Greed มาตรวัดปรับเพิ่มขึ้น 54 เป็น 58 จุด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ดีขึ้น
US MARKET SENTIMENT TRACKER:
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้จากบริเวณเส้นค่าเฉลี่ย EMA50 วันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนี S&P500 ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.7% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ Sentiment Indicator ส่งสัญญาณมิกซ์ โดยดัชนี CNN Fear & Greed ฟื้นตัวจากโซน Extreme Fear สู่โซน Fear ระดับคะแนนเพิ่มขึ้นจากระดับ 24 จุดสู่ 31 จุด หนุนจากองค์ประกอบด้าน Market Momentum ที่กลับมาปรับขึ้น และความผันผวนที่ปรับลดลงสู่ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความเชื่อมั่นนักลงทุนของ AAII สะท้อนมุมมองที่แย่ลงในช่วง 6 เดือนข้างหน้า โดยสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่มีมุมมอง Bullish ลดลงจาก 44.9% สู่ 31.4% (และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 37.5%) และสัดส่วนฝั่ง Bearish เพิ่มขึ้นจาก 36.1% สู่ 42.3% (และสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 31.0%) ส่งผลให้ Bull-Bear Spread ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าจาก +8.8% เป็น -10.9%

THAI MARKET SENTIMENT TRACKER:
ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้ดีจากแนวรับบริเวณ 1,535 จุด ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.2% WoW สอดคล้องกับดัชนี BLS Greed & Fear Barometer ที่แข็งแกร่งขึ้นจากโซน Neutral กลับเข้าสู่โซน Greed ได้อีกครั้ง มาตรวัดปรับเพิ่มขึ้นจาก 54 จุดสู่ 58 จุด โดยองค์ประกอบย่อยที่ดีขึ้นในหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนี Bull-to-Bear Indicator ที่ฟื้นตัวได้ดีหลังจากลงมาแตะระดับใกล้ค่าเฉลี่ย โดยปรับขึ้นจากระดับ 40% สู่ 54% รวมถึง Market Breadth ที่ขยับขึ้นเล็กน้อย

IMPLICATION:
แม้ว่าดัชนี S&P500 จะรีบาวด์ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ความกว้างของตลาด (Stock Price Market Breadth) ยังอ่อนแอมาก สะท้อนจากดัชนี McClellan Volume Summation Index ที่อยู่ในระดับต่ำ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงมีความเสี่ยงที่จะกลับมาเผชิญแรงกดดันอีกครั้งในระยะสั้น
สำหรับตลาดหุ้นไทย การฟื้นตัวของดัชนี Bull-to-Bear จากระดับค่าเฉลี่ย โดยไม่ถอยลึกไปถึงโซน Oversold ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่บ่งชี้ว่ายังมีแรงซื้อคอยพยุงตลาดในช่วงที่ราคาย่อตัว อย่างไรก็ตาม ดัชนี SET ยังมีโอกาสกลับมาผันผวนและเผชิญ แรงกดดันได้อีกครั้ง เนื่องจากสัญญาณ Market Breadth ในภาพรวมยังคงขาดเสถียรภาพ

สรุปภาพตลาดวานนี้ ต่างชาติซื้อหุ้นไทนต่อ แต่เปลี่ยนกลุ่มเล่น กลับมาที่กลุ่มธนาคารเป็นหลักทั้ง KBANK KTB BBL SCB TTB BAY ขึ้นแรงยกแผง แม้จะมีแรงขายเงินออกจาก DELTA KCE CCET โดยมูลค่าซื้อสุทธิ นลท. ต่างชาติที่ 8.5 แสน ลบ. นั่นคือสัญญาณ Sector Rotation ในกลุ่มใหญ่ที่ชัดมาก ส่วนหุ้นขนาดกลางที่มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มมากกว่าปกติ เช่น SKY SIS STPI GFPT CPF BTG AURA MBK เป็นต้น


แนวโน้มตลาดวันนี้
Panic buy หุ้นแบงก์ (หุ้นขึ้นย่อมดีกว่าหุ้นตก)
นลท.ต่างชาติไล่ซื้อหุ้นธนาคารอย่างแรง ราคาหุ้นแบงก์บวกยกแผงเกินคาด ช่วยประคองให้ภาพรวมการลงทุนหุ้นไทยกลับมาดูดีกว่าที่คาด ยกตัวอย่าง KBANK บวกแรง หนุนราคาหุ้น GULF ที่ถือ KBANK ขยับบวกตาม ขณะที่ STECON BBL ลงทุนในหุ้น GULF, GULF เจ้าของ Holding กลุ่ม ADVANC เป็นตัวอย่างที่หุ้นตัวหนึ่งขึ้น หุ้นตัวอื่นๆ ก็จะได้อานิสงส์บวก (หุ้นขึ้น) ตามไปด้วย...
ด้วยราคาหุ้นธนาคารกำลังจ่อทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 10 ปี เราคาดว่ามีโอกาสที่จะเบรกผ่านไปได้ท่ามกลางแรงซื้อ บวกแรงซื้อคืน เช่น TTB มีสถานะเปิด Shorted ค้างไว้สูงเบอร์ต้นๆของตลาดหุ้นไทย และ การจัดน้ำหนักหุ้นตาม Market Cap weight (แทน DELTA) เมื่อกองทุนต้องรีบโหลดหุ้นแบงก์เพื่อป้องกัน การตกรถ
หลังจากนี้เมื่อหุ้นแบงก์ ขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ และหนุนภาพรวมการลงทุนหุ้นไทยดูดีตามที่ระบุ เราปรับกลยุทธ์ แบ่งเป็น 2 ช่วง (1) หันมาเล่นหุ้นแบงก์ตามโมเมนตั้ม ซื้อแพง ขายแพง จนกว่าจะจบรอบงบออกครบ ภายในเดือน ก.ค. หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ราคาหุ้นแบงก์ลงแรงผิดปกติสะท้อนงบผิดคาด เป็นต้น (เรายังถือ TCAP เป็นตัวแทนแบงก์ไว้ในพอร์ต)
(2) ส่วนหุ้นล่างที่เราแนะนำ เรายังคงถือต่อ เพื่อรอจังหวะที่นักลงทุนจะเบนเข็มหันมาเล่นดักงบดีเกินคาดในรอบหน้า ซึ่งงบหุ้นที่ไม่ใช่แบงก์ Non-bank จะเริ่มเห็นคาดการณ์ช่วงครึ่งหลังเดือน ก.ค.


กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค
ภาพรวม: ดัชนีผ่านพ้นช่วงครึ่งปีแรกอย่างสวยงามและกำลังเปิดฉากไตรมาส 3/26 อย่างเป็นทางการ
Uptrend Momentum: ดัชนียังคงสามารถรักษาโครงสร้างขาขึ้นระยะยาวไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง อยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญ ถึงแม้ย่อตัวสลับสัปดาห์นี้เป็นการหมุนรอบ ไม่ใช่การเสียทรง
Indicators: MACD ฟื้นและกำลังตัดขึ้นบ่งชี้ภาวะกระทิงรอบใหม + วอลลุ่มทะลักเกือบ 1 แสนล้านบาท รองรับการสลับกลุ่มเล่นได้อย่างดี
แนวรับ: 1,570-1,580 (EMA 10 &25) โซนรับที่มีวอลุ่มหนาแน่นและกรอบราคาเดิมที่แข็งแกร่ง!
ด่านสำคัญ: 1,600 – 1,609 แนวต้านจิตวิทยาและจุดทดสอบ High เดิม…..ลุ้นทะลุผ่านให้ได้
Note: หากหลุด 1,555 โซนนี้ ต้องพิจารณาลดพอร์ตเพื่อความปลอดภัย
กลยุทธ์: เม็ดเงินในตลาดยังคงโฟกัสและกระจายตัวอยู่ในกลุ่มผู้นำอย่าง "กลุ่ม ICT & BANK" ที่ผนึกพลังดันตลาดได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีหุ้นใหญ่อย่าง ADVANC & TRUE สู้ที่แนวรับสำคัญ รวมถึงหุ้นธนาคารอย่าง SCB และ BBL ที่ทะลุเป้า High เดิมไปแล้ว “เราไม่ตกรถครับ”

What to watch
ครม. ไฟเขียวต่ออายุลดค่าโอน-จดจำนองอสังหาฯ เหลือ 0.01% ยาวถึง มิ.ย. 70 คาดดัน GDP เพิ่ม 1.06%
สหรัฐปลดล็อก อนุญาตให้อิหร่านสามารถจำหน่ายน้ำมันได้แล้ว นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐอนุญาตให้อิหร่านสามารถจำหน่ายน้ำมัน เป็นการชั่วคราวในวันนี้ หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่จัดขึ้น ที่สวิตเซอร์แลนด์ได้เสร็จสิ้นลงในวันนี้
สหรัฐฯ ขยายมาตรการคุมเทคโนโลยีจีน ห้ามนำเข้าอุปกรณ์เพิ่ม เริ่มมีผลต้นก.ค. โดยครอบคลุมอุปกรณ์รุ่นเก่าด้วย ถือเป็นมาตรการล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มความเข้มงวดต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในจีน มาตรการดังกล่าวต่อยอดจากคำสั่งที่ประกาศใช้ในปี 2565 ซึ่งห้ามนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคมและอุปกรณ์เฝ้าระวังด้วยวิดีโอรุ่นใหม่ของบริษัทหัวเว่ย (Huawei), แซดทีอี (ZTE), ไฮเทรา (Hytera), ฮิกวิชัน (Hikvision) และต้าหัว (Dahua) โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ
"ทรัมป์" ขู่เก็บภาษี 100% ต่อประเทศที่เรียกเก็บภาษีบริการดิจิทัลกับบริษัทสหรัฐ (META, Alphabet, Amazon) ประเทศที่จะเรียกเก็บภาษีบริการดิจิทัล (Digital Services Tax) ต่อบริษัทของสหรัฐ จะต้องเผชิญกับการถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 100% 'หลายประเทศในยุโรปกำลังหารือกันเกี่ยวกับการเตรียมบังคับใช้ภาษีบริการดิจิทัลต่อบริษัทของสหรัฐ และบางประเทศก็ใกล้ที่จะดำเนินการดังกล่าวแล้ว'


หุ้นแนะนำวันนี้
TCAP หุ้นกลุ่มธนาคาร กำลังทำจุดสูงสุดใหม่ เราแนะนำ ซื้อแพง ขายแพง ไปจนกว่าจะจบรอบงบ งบออกครบภายในครึ่งแรกของเดือน ก.ค.
แนวรับ 67 ต้าน 70 Stop loss 66

 


รายงานพื้นฐานวันนี้

Utilities Sector
สรุปสารสำคัญจากงาน Road to Net-Zero เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เราเข้าฟังงานสัมมนา Road to Net-Zero (ของฐานเศรษฐกิจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา) ซึ่งสะท้อนว่า PDP2026 กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการทำแผน ก่อนประกาศใช้ปลายปีนี้ โดยประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงเป้าหมายพลังงานสะอาด แต่เป็นการกำหนดทิศทางการลงทุนของอุตสาหกรรมในอีก 25 ปีข้างหน้า ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ระบบสายส่ง ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) และตลาดซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA)
กระทรวงพลังงานระบุว่า PDP2026 จะตั้งเป้าให้ พลังงานสะอาดคิดเป็นอย่างน้อย 60% ของกำลังการผลิตภายในปี 2050 พร้อมเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 68% ของการผลิตไฟฟ้าปี 2035 และ 74% ในปี 2040 รวมถึงยุติการใช้ถ่านหินภายในปี 2050 นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายโครงการ Direct PPA จากโครงการนำร่อง 2GW รองรับ Data Center ที่แสดงความสนใจลงทุนกว่า 30GW และเพิ่มโควตารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์ภาคครัวเรือนจาก 90MW เป็น 500+500MW

ด้านสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (EPPO) ระบุว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด 4D1E ได้แก่ Decarbonization, Decentralization, Deregulation, Digitalization และ Electrification พร้อมปรับมาตรฐานความมั่นคงระบบไฟฟ้าจาก Reserve Margin มาเป็น LOLE (Loss of Load Expectation) รวมทั้งศึกษาการนำ SMR, Grid-scale BESS, Hydrogen Co-firing และ CCUS/CCS มาใช้ เพื่อรองรับระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงขึ้นในอนาคต

ด้าน EGAT ระบุว่ากำลังลงทุนระบบโครงข่ายและ AI เพื่อบริหารการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน พร้อมเพิ่มกำลังส่งเข้าสู่ EEC แล้ว 550MW รวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์มซื้อขายไฟฟ้าสีเขียว (UGT) และระบบ Virtual Power Plant เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

สำหรับสภาอุตสาหกรรมฯ และสมาคม RE100 โดยภาพรวมมองว่าพลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงต้นทุน แต่เป็น ข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยชี้ว่าสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนของไทยเพิ่มจากเพียง 14% ในปี 2020 เป็น 17% ในปี 2025 ซึ่งยังต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค พร้อมเสนอให้เร่งเปิด Direct PPA และ Third Party Access (TPA) เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถซื้อไฟฟ้าสะอาดได้โดยตรง รองรับความต้องการของบริษัทข้ามชาติที่ตั้งเป้า RE100 และ Carbon Neutral ภายในปี 2030-2035 รวมถึงเตือนว่าผู้ประกอบการไทยจะเผชิญแรงกดดันจากมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป หากการเปลี่ยนผ่านพลังงานยังล่าช้า

ขณะที่ BGRIM มองว่า Smart Grid จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยปัจจุบันมีโครงข่าย Smart Microgrid ใน 11 นิคมอุตสาหกรรม รองรับกำลังผลิตรวมกว่า 3GW พร้อมเสนอให้เร่งลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า สนับสนุนระบบ Distributed Energy และความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน เพื่อรองรับการเติบโตของพลังงานสะอาดในระยะยาว

Fundamental view: เรายังคงน้ำหนัก “มากกว่าตลาด” สำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยมองว่ารอบการลงทุนภายใต้ PDP2026 จะทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้ามากขึ้น

GULF เป็นหุ้นเด่นสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่และธุรกิจ Data Center โดยตั้งเป้ากำลังผลิตพลังงานหมุนเวียน 9GW ภายในปี 2033 และมีฐานะการเงินรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ได้

GUNKUL ได้ประโยชน์มากที่สุดในเชิง Operating Leverage เพราะมีทั้งธุรกิจพัฒนาโครงการ งาน EPC และจำหน่ายอุปกรณ์ ทำให้รับประโยชน์ตลอดห่วงโซ่การลงทุน อีกทั้งยังชนะงานสายส่ง 500kV มูลค่า 675 ล้านบาท และมี Pipeline งาน EPC มากกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท


WHAUP เป็นหุ้นฟื้นตัวจากการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าและสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรม รวมถึงมีโอกาสต่อยอดโครงการ Solar Rooftop และ Private PPA ภายในฐานลูกค้าเดิม

ขณะที่การลงทุนโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) ยังเป็นอีกธีมสำคัญที่ตลาดให้น้ำหนักไม่มากนัก แต่จะเป็นปัจจัยรองรับการขยายตัวของทั้งพลังงานหมุนเวียนและ Data Center ในระยะยาว

 

BANPU
บ้านปู
AI หนุนธุรกิจก๊าซ ขณะที่ถ่านหินกลับมามีบทบาทความมั่นคงพลังงาน
เรามองแนวโน้มธุรกิจของ BANPU แข็งแกร่งขึ้นจากทั้งธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ และธุรกิจถ่านหิน โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center และ AI จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตระยะยาว ขณะที่ถ่านหินกลับมามีบทบาทสำคัญด้านความมั่นคงทางพลังงาน ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
ในระยะสั้น ธุรกิจก๊าซยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องถึงปี 2027 จากความต้องการใช้ไฟฟ้าในรัฐเท็กซัสที่ EIA คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปี จาก Data Center เป็นหลัก ขณะที่ BANPU ยังล็อกราคาขายก๊าซล่วงหน้าไว้แล้วถึง 70% ของปริมาณขายปี 2026 ที่ 3.8 ดอลลาร์/MMBtu และ 60% ของปี 2027 ที่ 3.7 ดอลลาร์/MMBtu ช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการ

ระยะยาว BLS มองว่าธุรกิจก๊าซจะเป็นเครื่องยนต์การเติบโตสำคัญ จาก IEA ที่คาดความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ทั่วโลกจะเพิ่มจาก 460 TWh ในปี 2024 เป็นมากกว่า 1,000 TWh ในปี 2030 ขณะที่ในสหรัฐฯ ความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center จะเพิ่มขึ้น 2.7 เท่า ส่งผลให้ความต้องการใช้ก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเมินว่าหาก BANPU สามารถเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าในสหรัฐฯ เป็น 2 เท่า และขยายธุรกิจ BESS ได้ตามเป้าหมาย จะมี Upside ต่อกำไรราว 30%

ด้านธุรกิจถ่านหิน แม้ความต้องการใช้เพื่อทดแทนเชื้อเพลิงอื่นจะเริ่มลดลงหลังสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย แต่ เรามองว่าความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงาน รวมถึงความเสี่ยงจาก El Niño ที่อาจกระทบการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ จะทำให้หลายประเทศยังคงใช้ถ่านหินต่อเนื่อง ขณะที่อุปทานโลกยังตึงตัว จึงคาดราคาถ่านหินเฉลี่ยปี 2026 อยู่ที่ 125 ดอลลาร์/ตัน (+18% YoY) และยังอยู่ในระดับสูงที่ 113 ดอลลาร์/ตัน ในปี 2027
Fundamental view: เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 7.10 บาท มองธุรกิจก๊าซในสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของ BANPU ในระยะยาว จากกระแส AI และ Data Center ขณะที่ธุรกิจถ่านหินยังได้รับแรงหนุนจากบทบาทด้านความมั่นคงทางพลังงานและแนวโน้มราคาที่ยังอยู่ในระดับสูง

 

สรุปประเด็นจาก Quick take
PLANB
แพลน บี มีเดีย
ประเด็นสำคัญจากการประชุมเรื่องการลงทุนใน COM7
PLANB ใช้เงินกู้ 5.8 พันล้านบาท ต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.87% คิดเป็นดอกเบี้ยราว 220 ล้านบาท/ปี เทียบกับ Dividend yield ที่ 4.5% ถ้าอิง 1.1 บาท/หุ้น ปันผลจะเข้ามา 290 ล้านบาท/ปี มากกว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตั้งแต่ปีแรก
View from fundamental: เรามองบวกทั้ง PLANB และ COM7 โดย PLANB จะมีกำไรส่วนเพิ่มเข้ามา อีกทั้ง synergy ยังน่าจะส่งผลดีต่อทั้ง 2 บริษัท

วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้