Today’s NEWS FEED

News Feed

ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประเมิน ภาคอุตสาหกรรมไทยเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น เหตุการลงทุนขนาดใหญ่และสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่ยังคงอ่อนแอ

23

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (30 มิถุนายน 2569 )----- ฟิทช์ เรทติ้งส์ กล่าวถึงระดับหนี้สินของภาคอุตสาหกรรมไทย ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากการลงทุนขนาดใหญ่และสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่ยังคงอ่อนแอ ณ งานสัมมนาของบริษัท หัวข้อ Thailand Corporate Credit Outlook ที่กรุงเทพฯ ในวันนี้

งานสัมมนาเริ่มต้นด้วย การกล่าวเปิดงานโดย คุณอาสา อินทรวิชัย ประธานสายงานการลงทุน และรองเลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เพื่อร่วมแสดงความสำคัญในโอกาสครบรอบ 25 ปีของการดำเนินงานของฟิทช์ เรทติ้งส์ ในประเทศไทย

คุณโอบบุญ ถิรจิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจัดอันดับเครดิตภาคอุตสาหกรรม บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวในการนำเสนอว่า บริษัทขนาดใหญ่ของไทยเผชิญแรงกดดันหลายด้านในปี 2569 ได้แก่ สภาวะแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่ท้าทายมากขึ้น อัตราส่วนหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงจากการลงทุนขนาดใหญ่ต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และความต้องการเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ (climate transition)

ทั้งนี้แรงกดดันดังกล่าวมีความชัดเจนมากที่สุดในกลุ่มปิโตรเคมี อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภคด้านพลังงาน ขณะที่ธุรกิจกลุ่มโทรคมนาคมมีสถานะที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ที่สุด 10 รายของไทยมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA โดยรวมอยู่ที่ 3.7 เท่าในปี 2568 ซึ่งถือว่าสูงกว่าบริษัทในไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิต ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2 เท่า ขณะที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ/ ‘AAA(tha)’) มีอัตราส่วนหนี้สินต่ำสุดที่ 1.8 เท่า ส่วนผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่อีก 9 รายมีอัตราส่วนหนี้สินอยู่ในช่วง 4.1 เท่า ถึง 15 เท่า การมีอัตราส่วนหนี้สินในระดับสูงควบคู่กับการพึ่งพาตลาดตราสารหนี้ในประเทศเป็นหลัก อาจส่งผลให้ความยืดหยุ่นทางการเงินปรับตัวลดลงและเพิ่มความเสี่ยงด้านการรีไฟแนนซ์ หากภาวะตลาดการเงินตึงตัวมากขึ้น

การเสวนาในหัวข้อ แนวโน้มด้านการลงทุน ระดับหนี้สิน และความยั่งยืน ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย คุณเอียน พาสโค (Ian Pascoe) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ Managing Partner ของ แกรนท์ ธอนตัน (ประเทศไทย) คุณยรรยง ไทยเจริญ Chief Economist and Sustainability Officer ของธนาคารไทยพาณิชย์; และ คุณแคนดิส โล (Candice Low) ผู้อำนวยการ ฝ่าย Ratings & Opinions ของ Sustainable Fitch

ทั้งนี้ Sustainable Fitch มีมุมมองว่าตลาดการเงินเพื่อความยั่งยืนของโลก (global sustainable finance market) จะยังคงมีความยืดหยุ่นและน่าจะสามารถรับมือกับแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้ โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองรองจากยุโรปในแง่ของการออกตราสารหนี้ประเภท เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green Bond) เพื่อสังคม (social Bond) เพื่อความยั่งยืน (sustainable bond) และตราสารหนี้ที่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน (sustainable-linked bond) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 29% ของมูลค่าการออกตราสารในปี 2568 ทั้งนี้ คุณแคนดิส ยังได้เน้นย้ำถึงความต้องการด้านเงินทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการปรับตัวและการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาค โดยความเสี่ยงเชิงกายภาพที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศ (climate-related physical risk) มีการเกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากขึ้น

คุณวินเซนต์ มิลตัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวขอบคุณภาคส่วนต่างๆ สำหรับความร่วมมือตลอดช่วง 25 ปีที่ผ่านมา โดยฟิทช์ ได้มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของประเทศไทย ผ่านการส่งเสริมด้านความโปร่งใสในการดำเนินงาน (transparency) การเปิดเผยข้อมูล และการยกระดับวินัยทางการเงินให้สอดคล้องกับมาตรฐานการจัดอันดับเครดิตในระดับสากล แต่อย่างไรก็ตาม คุณวินเซนต์ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของระดับหนี้สินของภาคอุตสาหกรรมไทยในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ทั้งนี้การเพิ่มความโปร่งใสผ่านการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อยจากสององค์กร (ซึ่งถือเป็นมาตรฐานที่ดีที่สุดสำหรับตลาดในต่างประเทศส่วนใหญ่) น่าจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตลาดและนักลงทุนได้

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้