Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

103

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 17 มิ.ย.69 ปิด -0.98 จุด อยู่ที่ 1,587.07 จุด มูลค่าการซื้อขาย 63,789 ลบ. สถาบันขาย  626 ลบ. รายย่อยขาย 1,184 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 876 ลบ. และต่างชาติซื้อ 933 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 1,884 ลบ. โดยมียอดซื้อ AOT,KCE,TIDLOR,HANA,KTC และยอดขาย BBL,GULF,ADVANC,KKP,KBANK มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,449 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น HK01,BANPU,PTTGC โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 1,676 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 71,730 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 6,587 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.98%, S&P500 -1.21%, Nasdaq -1.34% นำโดยกลุ่มบริการสื่อสาร -2.98%, สินค้าฟุ่มเฟือย -2.69% หลังเฟดมีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75% แต่สัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 1ครั้งในปีนี้ & เดิมมีโอกาสลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ สาเหตุมาจากความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อโดยเฟดปรับเพิ่มคาดการณ์ US Core PCE ปีนี้จากเดิมที่ 2.7% ขึ้นเป็น 3.3% ก่อนจะลดลงในปีหน้าที่ 2.5% และปรับลดคาดการณ์ US GDP ปีนี้ลงอยู่ที่ 2.2% & เดิมคาด 2.4% โดย ปธ.เฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช เผยเฟดจะยกเลิกการให้ Forward Guidance ของแนวโน้มดอกเบี้ย โดยภาพรวมนโยบายการเงินสหรัฐยังแนวโน้มตึงตัว ส่งผลให้ US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.465% ซึ่งเป็นผลลบต่อหุ้นกลุ่ม Growth ของสหรัฐ ส่วนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ยอดค้าปลีกสหรัฐ พ.ค. +0.9% & เม.ย. +0.4% และดีกว่าคาด +0.5% MoM ค่ำวันนี้ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์คาด 225,000 ราย และ US Leading Index พ.ค. คาดทรงตัวที่ 0.1% MoM
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.52% ได้แรงหนุนจากกลุ่มธนาคาร +1.9%, เทคโนโลยี +1.5% นำโดย BEsi & ASML +4% และกลุ่มกลาโหม +0.5% ขณะที่กลุ่มยานยนต์ -3.3% จากแรงขาย BMW -8.3% หลังบริษัทได้ปรับลดเป้าหมายกำไรปีนี้ลง โดยนักลงทุนฝั่งยุโรปรอฟังถ้อยแถลงของ ปธ.เฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช ต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของสหรัฐ ส่วนค่ำวันนี้ติดตามผลการประชุม BOE อังกฤษคาดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% หลัง UK CPI พ.ค.ลดลงอยู่ที่ 2.8% & คาด 3.0% YoY
  • ตลาดหุ้นเอชีย Kospi เกาหลีวานนี้ +1.58% ได้แรงหนุนจากหุ้นผู้ผลิตชิป เช่น Samsung Electronics +1.0%, SK Hynix +5.8% และกลุ่มบริษัทต่อเรือ Hanwha Ocean +3.0% เช่นเดียวกับดัชนีนิเกอิ +0.72% ได้ปัจจัยหนุนจากยอดส่งออกญี่ปุ่น พ.ค. +17% สูงกว่าคาด +16.2% YoY ซึ่งเป็นยอดส่งออกสูงสุดกว่า 3 ปี จากยอดส่งออกชิป +61.2% และยานยนต์ +16.4% YoY กอปรกับหุ้นที่พึ่งพาอุปสงค์ในประเทศได้รับอานิสงค์จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.40% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทค ฯ เช่น Zhongji Innolight +2.2%, Eoptolink Tech +1.6% หลัง ธ.กลางจีนอาจเปลี่ยนไปใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายข้ามคืนเป็นอัตราอ้างอิงแทน Reverse repo 7 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของธนาคารกลางหลักอื่น ๆ
  • SET -0.06% ปริมาณการซื้อขาย 3 หมื่น ลบ. สถาบันขาย 626 ลบ. รายย่อยขาย 1,184 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 876 ลบ. และต่างชาติซื้อ 933 ลบ. โดยดัชนีถูกกดดันจากกลุ่มอิเล็ก ฯ -1.2% นำโดย DELTA -1.42% ส่งผลลบต่อดัชนี -4.95 จุด เนื่องจากมีโอกาสถูกปรับลดน้ำหนักในการรีบาลานท์ SET 50 ในช่วงสิ้นเดือนนี้ตามเกณฑ์ Cap Weight ไม่เกิน 10 % ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงาน PTTEP -1.1% ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ และ THAI -5.8% จากความกังวลต่อหุ้นจำนวน 1.98 หมื่น ล.หุ้น ที่พ้นระยะห้ามซื้อขายจะเริ่มเข้าเทรดได้ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ อย่างไรวานนี้มีประเด็นข่าวหุ้น THAI จำนวน 565 ล.หุ้นที่ถือโดยสหกรณ์จะมีการทำ Big Lot ให้กับ 15 กองทุนระดับโลกเข้าถือหุ้น ซึ่งถือว่าเป็นผลบวกต่อเสถียรภาพราคาหุ้น THAI  โดยวานนี้เม็ดเงินไหลเข้าซื้อลงทุนในหุ้นกลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก, ไฟแนนท์, รพ. ที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อในประเทศที่มีแนวโน้มฟื้นตัว หลังสหรัฐ – อิหร่านบรรลุตกลงข้อตกลงหยุดยิง โดยภาพรวมเช้านี้ตลาดเอเชียเหนือปรับขึ้น โดยให้น้ำหนักกับข่าวบวกของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซมากกว่าประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐอีก 1 ครั้งในปีนี้ ซึ่งน่าจะส่งผลบวกต่อดัชนี SET เช้านี้ด้วย จากแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทย 2H/69 ที่เริ่มฟื้นตัว ส่วน ตลท.วานนี้รายงานหุ้นที่จะเข้า SET50 ในช่วง 2H/69 คือ BCP,MRDIYT,TFG,THAI และหุ้นเข้า SET100 คือ MRDIYT,THAI,THCOM,WHAUP

 

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,570 – 1,580 แนวต้าน 1,600 คาดดัชนียังได้ปัจจัยหนุนหลังปัจจัยเสี่ยงด้านราคาพลังงานปรับลดลง ซึ่งส่งผลบวกต่อกำลังซื้อในประเทศและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง แนะนำทยอยซื้อ AOT,BA,BH,BDMS,BCH,MINT,CENTEL,ERW หลังสงครามตะวันออกกลางยุติ /GULF,GSPC,BGRIM,AMATA,WHA,WHAUP,CK,STECON จาก ม.ส่งเสริมการลงทุน / กลุ่ม Domestic Play เช่น CPALL,CRC,BJC,OSP,ICHI,KTC คาดได้ประโยชน์จากกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว

 

  • BAFS* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus N.A.) BAFS ได้ sentiment บวกจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่คลี่คลายลง ส่งผลบวกต่อความต้องการในการขนส่งทางอากาศ ประกอบกับสายการบินต่างชาติที่มีความต้องการเพิ่ม slot การบินในช่วง winter schedule ทำให้ 2H69 น่าจะเห็นการฟื้นตัวของจำนวนเที่ยวบินที่เดินทางเข้าไทย โดยในปี 69 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้รวม 85 พันล้านบาท +4% คาดการณ์ปริมาณการเติบน้ำมันอากาศยาน 5,560 ล้านลิตร +4% และปริมาณขนส่งน้ำมันทางท่อที่ 1,500 ล้านลิตร +11% งวด 1Q69 บริษัทมีกำไรสุทธิ 152 ล้านบาท +QoQ, YoY แต่แนวโน้ม 2Q-3Q อ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาลก่อนจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q69 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว
  • BH (ทยอยซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 209.0 บาท) มี Sentiment บวกจากสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงในตะวันออกกลางจากสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยตะวันออกกลางในช่วงปกติที่ราว 25% ด้านกำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ในเกณฑ์ดีที่ 1,790 ลบ. (+3.24%YoY, -05%QoQ ) หนุนด้วยรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่ +4%YoY -7%QoQ โดยกลุ่มชาติที่โตเด่น ได้แก่ ตะวันออกกลาง +21%YoY, เมียนมา +15%YoY, บังกลาเทศ+25%YoY ขณะที่การดำเนินงานในช่วง 2Q69 นี้ แนวโน้มรายได้ยังดู +YoY และมีสัญญาณที่ดีจากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เข้ามารับการรักษาหลังผ่านช่วงรอมฎอน ปัจจุบัน เราประเมินกำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ BH ที่ 7,895 ลบ.(+5YoY%) และ 8,280ลบ.(+5YoY%) ตามลำดับ

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ก.ค. +$0.74 อยู่ที่ $76.79 / บาร์เรล, Brent ส.ค. +$0.59 อยู่ที่ $79.55/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์เผย MOU ยังไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้าย และสหรัฐอาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ขณะที่ IEA คาดตลาดน้ำมันปีหน้ามีโอกาสเข้าสู่ภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

 

Gold Update (+)Comex Gold ส.ค. +$27.00 ปิดที่ 4,381.40 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยตลาดทองคำปิดตลาดก่อนทราบผลการประชุมเฟดที่ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งปีนี้ ส่งผลให้ Dollar Index แข็งค่า +0.55% อยู่ที่ 100.09 ซึ่งถือว่าเป็นลบต่อสัญญาทองคำ

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +167.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +28.61 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  ซื้อหุ้นอินโด ฯ  +141.25 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -2.10 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 32.67 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.465 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -17 จุด อยู่ที่ 2,653

(-) BitCoin เช้านี้  -1.89% อยู่ที่ 64,464 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

24 มิ.ย.    ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/69

สัปดาห์ที่3               ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม 

สัปดาห์ที่4               กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ

ชิ้นส่วนยานยนต์

 

ต่างประเทศ

16 มิ.ย.    JP การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

17 มิ.ย.    EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( พ.ค.)

                US ดัชนียอดขายปลีก ( พ.ค.)

                US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

18 มิ.ย.    US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย 

                US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC

                US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

               

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Supply Chain ทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, TTB, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, TAE*, PCE*, UVAN*, APO* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, NER*, TFG*

 

(4) กลุ่ม ICT / Data Center / นิคมฯ ADVANC, TRUE, DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, STECON, INSET*, GULF*, BGRIM*, GPSC*, ASEFA*, FTE*, TRT*, WHAUP*, EASTW*, AMATA, WHA

 

(5) สินค้าอุปโภค-บริโภค CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*, EPG*, STGT*, NTF*, MOSHI*, MRDIYT* กลุ่ม Finance TIDLOR*, MTC*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*

 

(6) ตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, STPI*, SEAFCO*, PYLON*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio June 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

  

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้