Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

192

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 15 มิ.ย.69 ปิด -0.69 จุด อยู่ที่ 1,591.72 จุด มูลค่าการซื้อขาย 91,848 ลบ.  สถาบันซื้อ  8,071 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,348 ลบ. ต่างชาติขาย 335 ลบ. และรายย่อยขาย 9,083 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 22 ลบ. โดยมียอดซื้อ KTB,BH,SCC,THAI,BGRIM และยอดขาย ADVANC,GULF,DELTA,KBANK,HANA มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,078 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น KUAISH80,BABA01,BJC โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 28,013 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 63,229 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 11,243 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +92% ทำ New High, S&P500 +1.65%, Nasdaq +3.07% หลัง ปธน.ทรัมป์เผยได้ท้ำข้อตกลง MOU กับอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮฮร์มุซ และสหรัฐจะยุติการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ซึ่งรอลงนามอย่างเป็นทางการวันที่ 19 มิ.ย. ที่กรุงเจนีวา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ -4.87% ช่วยลดความกังวลต่อเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มสายการบิน & ธุรกิจเรือสำราญ ขณะที่ดัชนีกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดฟิลาเดลเฟีย +5% นำโดย Nvidia +3.5%, Micron +10.5% ประเด็นสำคัญวันพุธนี้ติดตามผลการประชุมเฟด ซึ่ง CME FedWatch ชี้มีโอกาส 98.6% ที่เฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.5 – 3.75% และคาดเฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ตลอดทั้งปี 69 โดยนักลงทุนยังรอฟังมุมมองดอกเบี้ยสหรัฐจาก ปธ.เฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.19% ตอบรับข่าวสหรัฐทำ MOU กับอิหร่านเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อเป็นเวลา 3 เดือน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ -4.7%, Euro Stoxx VIX -5% อยู่ที่ระดับ 16.54 จุด บ่งชี้ความผันผวนเริ่มลดลงสู่ภาวะปกติ โดยหุ้นกลุ่มการเงินยุโรป +1.5%, ยานยนต์ +2.6% และสายการบิน Lufthansa +4.5%, Air France +3.4%
  • ตลาดหุ้นเอชีย ดัชนีนิเกอิ +4.99% นำโดยกลุ่มขนส่งทางอากาศ, ผลิตภัณฑ์โลหะ และก่อสร้าง หลังสหรัฐเตรียมบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านในวันศุกร์นี้ เช่นเดียวกับ Kospi เกาหลีใต้ +5.2% นำโดย Samsung Electronics +5%, SK Hynix +6.4% และ Hyundai Motor +6.6% ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.61% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทค ฯ เช่น Zijin Mining Group +7.6%, Zhongji Innolight +8.3% โดยวันนี้ติดตามข้อมูลเศรษฐกิจจีน เช่น ราคาบ้าน, ผลผลิตภาคอุตฯ, ยอดค้าปลีก, อัตราว่างงาน, การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร พ.ค. ประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามผลการประชุม BOJ ว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่
  • SET -04% ปริมาณการซื้อขาย 9.1 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 335 ลบ. รายย่อยขาย 9,083 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,348 ลบ. และสถาบันซื้อ 8,071 ลบ. โดยช่วงเปิดตลาดดัชนี SET ปรับขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,609.71 จุด ตอบรับข่าวสหรัฐเตรียมลงนามยุติสงครามกับอิหร่านในวันศุกร์นี้ โดยจะเปิดช่องแคบฮอรมุซให้เดินเรือได้อย่างเสรี ขณะที่สหรัฐจะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ส่วนประเด็นที่ซับซ้อน เช่น ม.คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ, ข้อตกลงด้านนิวเคลียร์ ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาในระยะถัดไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI -4.8% อยู่ที่ $81/บาร์เรล ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่ม Sentitive ต่อราคาพลังงาน เช่น ท่องเที่ยว +7.2%, ขนส่ง +1.9%, รับเหมาก่อสร้าง +1.9% และกลุ่มโรงแรม & รพ. ที่คาดจำนวนนักท่องเที่ยวและผู้ป่วยจากต่างชาติมีแนวโน้มฟื้นตัวสู่ระดับปกติ แต่ดัชนี SET ถูกกดดันจากกลุ่มปิโตรเคมี -4.4%, พลังงาน -1.0% ที่มี Market Cap.ในสัดส่วนสูงถึง 20% ถ่วงให้ดัชนีปรับลดลง หลังแนวโน้มราคาน้ำมัน & สเปรดปิโตร ฯ มีแนวโน้มปรับลดลงอาจก่อให้เกิดผลขาดทุนทางด้านสต็อคได้ในงวด Q2 นี้ ขณะที่วานนี้ รมว.คลังเผยมีโอกาสปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโต GDP ไทยปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 2.0% หลังแรงกดดันจากราคาพลังงานเริ่มลดลง ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก, ไฟแนนท์ และธนาคาร ปัจจัยในประเทศวันนี้ติดตามผลการประชุม ครม.ทีเตรียมบรรลุวาระของ ร่างพรบ.งบประมาณปี 70 วงเงิน 3.78 ล.ลบ. ที่จะเริ่มเข้าสู่วาระ 1 ในช่วงปลายเดือนนี้ รวมถึง ม.ส่งเสริมการลงทุนระยะยาวผ่าน TISA ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาสิทธิประโยชน์การลดหย่อนทางภาษีที่อยู่ระหว่าง 8 แสนบาท ถึง 1 ล้านบาท และการรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,580 – 1,590 แนวต้าน 1,600 – 1,610 คาดดัชนียังได้ปัจจัยหนุนหลังปัจจัยเสี่ยงด้านราคาพลังงานปรับลดลง ซึ่งส่งผลบวกต่อกำลังซื้อในประเทศ และปัจจัยช่วยหนุนกลุ่ม Domestic Play โดยนักลงทุนยังอาจรอประเมินผลการประชุมเฟดในวันพรุ่งนี้ แนะนำทยอยซื้อธีม De-escalation เช่น AOT,BA,BH,BDMS,MINT,CENTEL,ERW / กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุน GULF,GSPC,BGRIM,AMATA,WHA,WHAUP,CK,STECON / กลุ่ม Domestic Play เช่น CPALL,CRC,TTB,KTB,KTC คาดได้ประโยชน์จากกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว

 

 

  • GPSC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 45.00 บาท) ได้ Sentiment บวกจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ผ่อนคลายลง แต่ระยะสั้นแนวโน้มกำไร 2Q69 ลดลง กดดันจากต้นทุนก๊าซของโรงไฟฟ้า SPP ที่ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามคาดผลกระทบบางส่วนจะได้รับการชดเชยได้จากโรงไฟฟ้า IPP เก็คโค่-วัน ที่จะกลับมาเดินเครื่อง-ขาดทุนจากต้นทุนถ่านหินลดลง และผลประกอบการของ Avaada ดีขึ้น ส่วนภาพในระยะยาวมีปัจจัยหนุนจากเม็ดเงินลงทุน data center ในประเทศไทยหนุนความต้องการใช้ไฟฟ้า โดยร่าง PDP ฉบับใหม่ที่จะเปิดเผยใน 3Q69 เพิ่มโอกาสให้ GPSC จากการต่ออายุโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ที่กำลังจะหมดอายุออกไปเพื่อรองรับกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น เบืองต้นอิงจาก consensus คาดกำไรปี 69-70 ที่63 พันล้านบาท -12%YoY และ 6.26 พันล้านบาท +11%YoY

 

  • CENTEL* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 39.94 บาท) ธุรกิจโรงแรมมี Sentiment บวกจากสถานการณ์ที่ผ่อนคลายลงในตะวันออกกลาง ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารมีความคาดหวังจาก Multiple Effect หลังเดือน มิ.ย.69 เริ่มใช้จ่าย “ไทยช่วยไทยพลัส” และบอลโลก ด้านกำไรสุทธิ 1Q69 ของ CENTEL* อยู่ที่ 2,143 ลบ.(+186%YoY, +120% QoQ) มีแรงหนุนทั้งจากกำไรพิเศษการขายสินทรัพย์ของJV และจาก Core Operation ของ CENTEL* ที่ดีขึ้น โดย ธุรกิจโรงแรมมีปัจจัยบวกจากโรงแรมที่ Renovate เสร็จสิ้น ส่วนธุรกิจอาหาร SSSG ยัง +1% ผ่านแบรนด์คัตซึยะและคีอานิซึ่งเป็นที่นิยม ทั้งนี้ การดำเนินงานปกติใน 2Q69-3Q69 อาจชะลอตัวกดดันตามฤดูกาล แต่มีโอกาสกลับมาฟื้นตัวเด่นใน 4Q69

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ก.ค. -$4.13 อยู่ที่ $80.75 / บาร์เรล, Brent ส.ค. -$4.16 อยู่ที่ $83.17/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์ได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านแล้ว โดยรอลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ ที่กรุงเจนีวา

 

Gold Update (+)Comex Gold ส.ค. +$112.80 ปิดที่ 4,351.60 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังราคาน้ำมันดิบปรับลดลง ซึ่งช่วยลดความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อสหรัฐ โดยนักลงทุนรอผลการประชุมเฟดในวันพรุ่งนี้  

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +0.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -10.30 ล.ดอลลาร์ ขายหุ้นอินโด -5.98 ล.ดอลลาร์ ซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +17.07 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 32.56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.472 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -9 จุด อยู่ที่ 2,720

(+) BitCoin เช้านี้  +1.29% อยู่ที่ 66,330 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

24 มิ.ย.     ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/69

สัปดาห์ที่3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม 

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ

ชิ้นส่วนยานยนต์

 

ต่างประเทศ

16 มิ.ย.     JP การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

17 มิ.ย.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( พ.ค.)

                US ดัชนียอดขายปลีก ( พ.ค.)

                US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

18 มิ.ย.     US การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย 

                US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC

                US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

               

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Supply Chain ทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, TTB, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, TAE*, PCE*, UVAN*, APO* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, NER*, TFG*

 

(4) กลุ่ม ICT / Data Center / นิคมฯ ADVANC, TRUE, DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, STECON, INSET*, GULF*, BGRIM*, GPSC*, ASEFA*, FTE*, TRT*, WHAUP*, EASTW*, AMATA, WHA

 

(5) สินค้าอุปโภค-บริโภค CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*, EPG*, STGT*, NTF*, MOSHI*, MRDIYT* กลุ่ม Finance TIDLOR*, MTC*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*

 

(6) ตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, STPI*, SEAFCO*, PYLON*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio June 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้