Today’s NEWS FEED

News Feed

InnovestX "คาดวันนี้ SET แกว่งซึม ขาดปัจจัยหนุนที่ชัดเจน"

154

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (10 มิถุนายน 2569 ) ---- InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2569 คาด SET แกว่ง sideways-down แม้วานนี้ตลาดฟื้นตัวขึ้นแรง แต่มาจากหุ้น DELTA เป็นหลัก สะท้อนว่าตลาดยังขาดปัจจัยหนุนใหม่ อีกทั้งสถานการณ์ตะวันออกกลางยังเปลี่ยนแปลงตลอด อิหร่านโจมตีฐานสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค หลังสหรัฐฯ ตอบโต้จากเหตุเฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตก อาจกระทบการเจรจาข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ขณะที่การประชุม ครม. วันนี้ ก.คมนาคมเตรียมเสนอแนวทางกำหนดค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17–45 บ. ทางเทคนิคหากดัชนียังยืนเหนือเส้น 10 วันได้ เป็นสัญญาณที่ดีอยู่

ประเด็นสำคัญ
• ปธน. ทรัมป์เผยว่าการยุติสงครามกับอิหร่านกำลังใกล้เข้ามาในอีก 2-3 วันข้างหน้า และช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดทันทีหลังมีการตกลง ภายหลังอิหร่านและอิสราเอลต่างยุติปฏิบัติการทางทหาร ทำให้ราคา Brent วานนี้ปรับลงสู่ระดับ US$91.45/bbl. มองบวกระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่ม Anti-Oil
• คืนนี้ ติดตามรายงานภาวะเงินเฟ้อสหรัฐฯ พ.ค. 2569 โดยตลาดคาดจะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ +4.2%YoY หนุนจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อ Bond Yield สหรัฐฯ, การดำเนินนโยบายการเงินของ Fed และบรรยากาศการลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
• จีนกำลังเตรียมแผนแม่บทลงทุนสร้าง Data Center ทั่วประเทศมูลค่า 2 ล้านล้านหยวนในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อเร่งพัฒนาอุตสาหกรรม AI แข่งกับสหรัฐฯ โดยตั้งเป้าพึ่งพาชิปภายในประเทศจาก Huawei สูงถึง 80% มองเป็น Sentiment ลบระยะสั้นต่อหุ้นชิปสหรัฐฯ และอาจสร้างความผันผวนต่อกลุ่มอิเล็กฯ ในไทย
• ตลท. เผยตลาดหุ้นไทยผันผวนแต่น้อยกว่าตลาดหุ้นภูมิภาค โดยต่างชาติสนใจหุ้นไทย เหตุเชื่อมั่นการบริหารความเสี่ยงรัฐบาล-หลายอุตสาหกรรมสามารถโยกลงทุนได้ ขณะเดียวกันเตรียมเข้าหารือ รมว.คลัง วันที่ 11 มิ.ย. นี้ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านตลาดทุน และผลักดัน TISA สร้างออมระยะยาว
• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในสัปดาห์ก่อนลดลง 20%WoW สู่ 483,329 คน โดยเฉพาะกลุ่มระยะใกล้ หลังสิ้นสุดช่วงหยุดยาวของมาเลเซียและสิงคโปร์ ขณะที่ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นเริ่มมีผลกระทบ ทำให้จำนวน นทท. ต่างชาติสะสมในปีนี้อยู่ที่ 14.52 ล้านคน ลดลง 2.9% มองลบระยะสั้นต่อกลุ่มท่องเที่ยว

 


กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสพักฐาน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่และทางเทคนิคเริ่มตึงตัวในเขต Overbought โดยหากดัชนีเข้าใกล้แนวต้าน 1600/1620 จุด แนะนำให้พิจารณาแบ่งขายทำกำไรระยะสั้นในหุ้นที่ปรับขึ้นมาแรง แล้วรอจังหวะกลับเข้าสะสมใหม่เมื่อดัชนีย่อตัวลงมาทางแนวรับที่ 1,540-1,550 จุด ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญติดตาม คือ การเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจกลับมาสร้างความกังวลเรื่อง Supply Shortage และเงินเฟ้อพุ่งสูง อย่างไรก็ดี คาดดัชนีจะมี Downside ที่จำกัด เนื่องจาก Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 69F อยู่ที่ 13 เท่า (-1SD) เอื้อให้เกิดแรงซื้อคืนในลักษณะ Sector Rotation เข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy”


แนวรับ – แนวต้าน : 1575/1565 – 1590/1600


ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET มีโอกาสพักฐาน หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่และทางเทคนิคเริ่มตึงตัวในเขต Overbought อย่างไรก็ดี คาด Downside จำกัด โดยจะเกิด Sector Rotation ในกลุ่มที่ยัง Laggard กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 2Q69 จะเติบโต YoY ส่วน 2H69 โมเมนตัมกำไรยังดีทั้ง HoH และ YoY อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ ADVANC GULF MINT MTC TIDLOR SCGP
2. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. หุ้น New Normal ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรม "S-Curve" และได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว เช่น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเข้าสู่พลังงานทางเลือกใหม่ (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
Trading Idea: 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจาก World Cup 2026 (11 มิ.ย.-19 ก.ค.) ได้แก่ CPALL CPAXT MINT HTC TRUE 2) หุ้น Domestic & Laggard Value Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE BDMS 3) หุ้น Anti-Oil & Reopening ซึ่งคาดได้ประโยชน์หากการเจรจาสันติภาพมีพัฒนาการเชิงบวกและราคาหุ้นยังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT) และ 4) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากถูกนำเข้าคำนวณ SET50 (BCP MRDIYT TFG THAI) / SET100 (MRDIYT THAI THCOM TVO WHAUP) ในรอบ 2H69 (ประกาศกลาง มิ.ย. 69) ขณะที่ระมัดระวังแรงขายหุ้นที่คาดถูกนำออกจาก SET50 (BTS CBG CENTEL SAWAD) และ SET100 (DOHOME GFPT JAS JMART SISB)


Daily Top Picks
CPN: ปัจจัยกระตุ้นจากรายได้ธุรกิจศูนย์การค้าทำสถิติสูงสุดใหม่ และจำนวนผู้ใช้บริการและยอดขายร้านค้าใน เม.ย. 2569 ยังแข็งแกร่ง ทำให้คาดว่ากำไรปกติ 2Q69 จะเติบโตต่อเนื่อง YoY และ QoQ ขณะที่การขายสินทรัพย์เข้า CPNREIT ที่ยังอยู่ในแผน เป้าหมายระยะสั้นที่ 65.75 บาท

WHA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากโมเมนตัมการเข้าลงทุนในไทย โดยเฉพาะธุรกิจ Data Center ที่มีความต้องการที่ดินและสาธารณูปโภคสูง และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมใหม่ที่ให้ความสนใจ คาดว่ายอดขายที่ดินปี 2569 ที่ 2,500 ไร่ จะสามารถทำได้ตามเป้า เป้าหมายระยะสั้น 5.15 บาท

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้