ภาวะตลาด: SET Index วันอังคารที่ 2 มิ.ย.26 พุ่งขึ้น +19.69 จุด ปิดที่ 1588.06 โดยในวันขึ้นไปสูงสุดที่ 1598.57 นำโดยหุ้นใหญ่อย่าง DELTA, GULF, ADVANC, TRUE, AOT, SCB นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ +8.6 พันลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
- ด้านภูมิรัฐศาสตร์: กองทัพสหรัฐ-อิหร่านปะทะกันต่อเนื่อง สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น ความหวังที่จะยุติสงครามในระยะเวลาอันใกล้น้อยลง
- สหรัฐ: จ้างงานภาคเอกชนพ.ค.เพิ่ม 1.22 แสนตำแหน่ง สูงกว่าตลาดคาดที่ 1.17 แสนตำแหน่ง ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร ซึ่งตลาดคาดว่าเดือนพ.ค.จะจ้างงานฯเพิ่ม 1.02 แสนตำแหน่ง หลังเพิ่ม 1.15 แสนตำแหน่งในเม.ย.26 อัตราว่างงานพ.ค.คาดว่าจะเพิ่มเป็น 4.4% จาก 4.3% เดือนเม.ย.
- ตลาดหุ้นสหรัฐ...ร่วงทั้ง 3 ดัชนี หลังสถานการณ์สหรัฐ-อิหร่านตึงเครียด โดยกลับมาปะทะกันรอบใหม่ สัญญาน้ำมัน WTI & BRENT ปรับขึ้นต่อราว 2% เป็น 96 และ 97 US$/bbl จากความไม่สงบในตะวันออกกลาง สัญญาทองคำส่งมอบส.ค.26 ลดลง 53.00 US$ เป็น 4,466.90 US$/ออนซ์ ด้านดัชนีค่าเงิน US$ แข็งขึ้นเป็น 98.44; ค่าเงินบาทอ่อนสู่ 32.70 บาท/US$ ส่วน US bond yield 10 ปี ปรับขึ้นเป็น 4.48% ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) พุ่งเป็น 146.25 ดัชนี Baltic Dry Index ลดลงสู่ 3,124
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- ไทย: สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ประกาศผลการพิจารณาตามมาตรา 301 โดยเสนอให้ไทยถูกจัดเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 12.5% ร่วมกับ 53 ประเทศ เช่น จีน UK ญี่ปุ่น เวียดนาม มาเลเซีย ส่วนแคนาดา EU เม็กซิโก เอกวาดอร์ อินโดนีเซีย ปากีสถาน ถูกเรียกเก็บ 10% อย่างไรก็ดี มาตรการอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น โดยจะจัดทาประชาพิจารณ์วันที่ 7 ก.ค.2026
- ไทย: ล้มนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน-ทุกสีทุกสายใช้สูตร 17-45 บาท/เที่ยว ชดเชยประชาชนปีละ 4 พันล้านบาท จะนำเข้าครม.วันที่ 9 มิ.ย.นี้
- ตลาดหุ้นไทย: นักวิเคราะห์ในตลาดคาดการณ์ว่า SET50 รอบก.ค.-ธ.ค.26 จะมีหุ้นเข้า คือ THAI, BCP, TFG, MRDIYT หุ้นออกเป็น BTS, CBG, SAWAD, CENTEL ส่วน SET100 จะมีหุ้นเข้าคือ THAI, MRDIYT, WHAUP, THCOM ส่วนหุ้นออก ได้แก่ JAS, JMART, SISB, SJWD
-กลุ่มธนาคารพาณิชย์: ธปท.คาดการลดค่าธรรมเนียมจะส่งผลกระทบเพียง 1.5-2% ของกำไรสุทธิ เพราะธ.พ.ลดค่าธรรมเนียมมาก่อนหน้าแล้ว
- CLICX: Virtual Bank รายแรกของไทย เปิดจองเลขบัญชีที่เลือกได้เอง ตั้งแต่ 2 มิ.ย.26 โดยลูกค้า 1 คน จองได้ 1 เลขบัญชี...คาดผลกระทบจาก Virtual Bank ต่อธ.พ.ดั้งเดิมในระยะ 1-2 ปี แรกยังกระทบไม่มาก เพราะในช่วงแรก Virtual Bank ในไทย มีแนวโน้มเป็น "ผู้ขยายตลาดสินเชื่อให้คนที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน" มากกว่า "ผู้แย่งลูกค้าธนาคารเดิม" แต่ในระยะกลาง-ยาว คือ 3-5 ปีข้างหน้า จะมีผลกระทบมากขึ้น โดยเฉพาะแรกกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ของสินเชื่อรายย่อย การแข่งขันในตลาดสินเชื่อไม่มีหลักประกันเพิ่มขึ้น และบีบให้ธนาคารพาณิชย์ต้องเร่งลงทุน Digital Platform
-กลุ่มคอนซูเมอร์: ให้น้ำหนักลงทุน Neutral...แนะนำเลือกซื้อ เราคาดว่าในระยะสั้น CPAXT, CRC จะได้อานิสงค์จากโครงการไท0ยช่วยไทยพลัส แต่ระยะยาวยังต้องรอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลดหนี้ครัวเรือน ส่วนหุ้นเด่นในกลุ่มเป็น COM7 (ราคาเป้าหมาย 31.50 บาท), MOSHI (ราคาเป้าหมาย 52 บาท) เนื่องจากยอดขายยังเติบโตได้ดี จาก SSSG ขยายตัว และการขยายสาขา มีการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์: เลือกซื้อหุ้นดีที่ยังมี Upside…ระยะสั้นให้แนวรับของ SET ไว้ที่ 1570, 1552 โดย 1552 เป็นทั้งแนวรับและแนวฟิวเตอร์ที่ไม่ควรหลุด (เส้น SMA10) ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1590-1600, 1620-1630 ตามลำดับ
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: GULF : คาดผลประกอบการ 2Q26F จะแข็งแกร่งมาก โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) มีกำไรจากการขายเงินลงทุน 51% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำปากลาย ในประเทศลาว ขนาด 770 MW ก่อนภาษีประมาณ 1.8 พันล้านบาท, 2) ได้รับเงินปันผลจาก KBANK 2.84 พันล้านบาท, 3) เป็นช่วงฤดูร้อนที่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ส่วนผลกระทบจากต้นทุนก๊าซที่เพิ่มขึ้นจะไม่รุนแรง เพราะบริษัทมีสัดส่วนโรงไฟฟ้า SPP น้อยกว่า 15% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด เราคงคำแนะนำ ซื้อ และให้เป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มโรงไฟฟ้า ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 79 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829