Company Note
Don Muang Tollway
แนวโน้ม 2Q26 อ่อนตัวจากสงครามกดราคาน้ำมันและชะลอเศรษฐกิจ
ช่วงก่อนสงครามตะวันออกกลาง (ม.ค.-ก.พ.) ปริมาณรถยังเติบโต YoY แต่หลังสงครามปะทุวันที่ 28 ก.พ. 2569 ปริมาณรถเริ่มลดลง YoY ตั้งแต่มีนาคม แม้ปริมาณรถรวม 1Q26 ยังสูงกว่า YoY จากการท่องเที่ยวที่ยังคงดีจากการจองล่วงหน้าในช่วงไฮซีซัน แต่ 2Q26 คาดว่าจะอ่อนแอกว่า เนื่องจากสายการบิน Thai AirAsia ลดเที่ยวบิน 30% ในเดือน พ.ค.-มิ.ย. กดดันจำนวนผู้โดยสารสนามบินดอนเมือง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ยังกดดันการเดินทางโดยรวมบนถนนวิภาวดี ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนผู้โดยสาร MRT ทุกสายที่ปรับตัวลดลง YoY หลังสงคราม
ต้นทุนควบคุมได้ดีช่วยพยุงกำไร แม้รายได้มีแรงกดดัน
แม้ปริมาณจราจรและรายได้อาจเผชิญแรงกดดัน การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพของ DMT ซึ่งสะท้อนจาก gross margin และ EBITDA margin ที่ปรับตัวดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ใน 1Q26 ประกอบกับโครงการประหยัดพลังงานอย่าง Solar Rooftop และ Battery Energy Storage System จะช่วยลดต้นทุนได้อีกในระยะต่อไป นอกจากนี้การที่บริษัทไม่มีหนี้ระยะสั้นจะช่วยประคองอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
การขยายธุรกิจมอเตอร์เวย์เป็น upside ระยะกลาง
DMT ยื่นข้อเสนอประมูลโครงการ M82 (บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ระยะทาง 25 กม.) แบบ PPP Gross Cost สำหรับงาน O&M คาดทราบผลเร็วๆ นี้ ขณะที่โครงการ M5 (รังสิต-บางปะอิน ระยะทาง 22 กม. มูลค่าลงทุน 30,080 ล้านบาท) คาดเปิดประมูลใน 3Q69 หากได้รับงานจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตระยะกลาง-ยาวอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยสร้างรายได้ทดแทนสัมปทานปัจจุบันที่สิ้นสุดปี 2577
คงคำแนะนำ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 13.10 บาท ราคาหุ้นถูก yield สูงระดับ 8%
เราคงประมาณการ EPS ปี 2569 ที่ 1.33 บาท และ DPS ที่ 0.89 บาท คงคำแนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 13.10 บาท แม้การเติบโตของกำไรจะจำกัดในระยะสั้น แต่ที่ราคาปัจจุบัน 11.20 บาท หุ้น DMT ซื้อขายที่ P/E เพียง 8.4x และมี dividend yield 2569F สูงถึง 8% บนฐานการเงินที่แข็งแกร่งและปลอดหนี้ดอกเบี้ย ความเสี่ยงหลัก ได้แก่ ปริมาณจราจรต่ำกว่าคาดจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ การไม่ได้รับสัมปทานโครงการใหม่ และข้อจำกัดในการปรับขึ้นอัตราค่าผ่านทาง