---ผลประกอบการฟื้นตัวดีตามคาด---
กำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท (+22.0% y/y; +1.1% q/q) เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยการเติบโต YoY มาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น (จากการเติบโตของสินเชื่อและ NIM ที่ขยายตัว, ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง และค่าใช้จ่ายในการดาเนินงานลดลง ขณะที่การเติบโต QoQ ได้แรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง และต้นทุนเครดิตลดลง
สินเชื่อรวมใน 1Q26 ขยายตัว 1.7% y/y และ 0.1% q/q โดยสินเชื่อจำนำทะเบียนคิดเป็น 73% ของสินเชื่อรวมใน 1Q26 (เทียบกับ 69% ใน 1Q25)
NIM ขยายตัวจากผลตอบแทนสินเชื่อสูงขึ้น และต้นทุนทางการเงินลดลง โดย NIM เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ มาอยู่ที่ 14.9% ใน 1Q26 (จาก 14.0% ใน 1Q25 และ 14.6% ใน 4Q25)
รายได้ค่าธรรมเนียมอ่อนตัว 3.3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 0.7% QoQ โดยรายได้ค่าธรรมเนียม/รายได้อื่นของ SAWAD ประกอบด้วย ค่าประเมินหลักประกัน ค่าปรับ ค่าบริการ ค่านายหน้าประกัน ค่าบริหารจัดการ และรายได้จากการติดตามหนี้เสีย ซึ่งส่วนใหญ่จะเติบโตสอดคล้องกับสินเชื่อ
ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) ลดลง 15.0% y/y และ 0.1% q/q มาอยู่ที่ 1.8 พันล้านบาทใน 1Q26 สาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนในการขายรถยึดลดลงเหลือ 109 ล้านบาท (-60.0% y/y และ -3.5% q/q)
อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (C/I ratio) ลดลงทั้ง y/y และ q/q มาอยู่ที่ 43.5% ใน 1Q26 (จาก 53.7% ใน 1Q25 และ 44.8% ใน 4Q25)
ต้นทุนเครดิตลดลง ขณะที่ NPL เพิ่มขึ้น โดย NPL เพิ่มขึ้น 1.7% q/q มาอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาทใน 1Q26 และอัตราส่วน NPL เพิ่มขึ้นเป็น 3.97% ณ สิ้น 1Q26 (จาก 3.90% ณ สิ้น 4Q25) ขณะที่ต้นทุนเครดิตลดลง q/q มาอยู่ที่ 2.2% ใน 1Q26 (จาก 2.3% ใน 4Q25) ส่งผลให้ coverage ratio ทรงตัวที่ 52.6% ณ สิ้น 1Q26 (จาก 52.5% ณ สิ้น 4Q25) ทั้งนี้ ผู้บริหารเคยให้ guidance ไว้ว่าคาดว่าต้นทุนเครดิตจะลดลงสู่ระดับ 180bps ในปี FY26F
การฟื้นตัวของการเติบโตของกำไรยังคงเป็นไปตามแผน เราคาดว่า กาไรของ SAWAD จะเติบโต 10.6% ในปี 26F โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อและ NIM, การลดลงของอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (C/I ratio) และต้นทุนเครดิตที่ลดลง เราคาดว่า (1) สินเชื่อจะขยายตัว 6.7% ในปี FY26F (เทียบกับหดตัว -1.2% ในปี 25) (2) NIM เพิ่มขึ้นเป็น 14.7% (จากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เทียบกับ 14.2% ในปี 25) (3) อัตราส่วน C/I จะลดลงมาอยู่ที่ 44.6% (จากผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลง เทียบกับ 47.7% ในปี 25) และ (4) ต้นทุนเครดิตจะปรับดีขึ้นเป็น 200bps (จากการตัดหนี้สูญที่ลดลง และการปรับพอร์ตไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่ำลง เทียบกับ 210bps ในปี 25)
แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 32 บาท อิงกับ P/BV ปีนี้ที่ 1.3 เท่า (Mean-1SD)
นักวิเคราะห์ : ธนินี สถิรเรืองชัย : thaninees@dbs.com : Tel. 02 857 7837